ภาษีหุ้นต่างประเทศ คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากกำไรการขายหุ้นต่างประเทศและเงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุนในต่างประเทศ โดยจัดเก็บตามหลักเงินได้จากต่างประเทศ (Worldwide Income) หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องกฎเกณฑ์ใหม่ของกรมสรรพากรจนเกิดความกังวลใจว่าจะกระทบกับพอร์ตการลงทุนของตัวเองมากน้อยแค่ไหน
ในบทความนี้ คุณน้าจะพาทุกคนมาเจาะลึกเรื่องนี้แบบเข้าใจง่ายกันค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ภาษีหุ้นต่างประเทศ คืออะไร?
หลักการง่าย ๆ คือ การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากผลตอบแทนที่เกิดจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ โดยสรรพากรแบ่งประเภทของเงินได้ออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่
- กำไรจากการขายหุ้น (Capital Gain): เงินส่วนต่างกำไรที่เราได้รับเมื่อทำการขายหุ้นต่างประเทศได้ราคาสูงกว่าต้นทุน
- เงินปันผล (Dividend): เงินส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทต่างประเทศจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น
ความแตกต่างที่สำคัญคือ หุ้นไทยจะได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain สำหรับบุคคลธรรมดา แต่การลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง ทั้งกำไร Capital Gain และเงินปันผล จะถูกนับเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่ะ
ซื้อหุ้นต่างประเทศ เสียภาษียังไง ตามเกณฑ์สรรพากร?
การเสียภาษีหุ้นต่างประเทศสำหรับบุคคลธรรมดา จะขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของกรมสรรพากร (ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 161/2566 และ ป. 162/2566) ซึ่งใช้เกณฑ์แหล่งเงินได้และเกณฑ์ถิ่นที่อยู่ (Tax Resident) เป็นหลักค่ะ
เงื่อนไขที่จะทำให้เราต้องโอนเงินกำไรมาเสียภาษีในประเทศไทย ประกอบด้วย 2 ข้อสำคัญ
- อยู่ในประเทศไทยรวมกันไม่น้อยกว่า 180 วันในปีภาษีนั้น: นับรวมทุกช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของปีดังกล่าว
- นำเงินได้จากการลงทุนต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย: หากเรามีกำไรหรือได้รับเงินปันผล แล้วโอนเงินก้อนนั้นกลับเข้ามาในบัญชีธนาคารไทยในปีใดก็ตาม ไม่ว่าจะนำเข้าในปีภาษีเดียวกันหรือปีถัดๆ ไป เงินได้ก้อนนั้นจะต้องถูกนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีที่นำเข้าค่ะ
ถ้าเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อข้างต้น เงินได้ก้อนนั้นจะถูกนำไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า (5% – 35%) เช่นเดียวกับเงินเดือนหรือรายได้อื่นๆ
กำไรหุ้นต่างประเทศ เสียภาษีเท่าไหร่? พร้อมตัวอย่างการคำนวณ
การคำนวณภาษีในกรณีนี้จะคิดตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดค่ะ คุณน้าขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาของคุณโบว์ เพื่อให้เห็นขั้นตอนการคิดภาษีที่อ่านสแกนแล้วเข้าใจได้ทันทีดังนี้ค่ะ
ตัวอย่างการคำนวณภาษีของคุณโบว์
คุณโบว์อยู่ในไทยเกิน 180 วันในปี 2569 เทรดหุ้นสหรัฐฯ ได้กำไร 200,000 บาท และโอนเงินกำไรกลับเข้าธนาคารในไทยในปีเดียวกัน
- ยอดกำไรนำเข้าไทย: 200,000 บาท (ถือเป็นเงินได้ประเมินตามมาตรา 40(4))
- วิธีคิดภาษี: นำเงินกำไร 200,000 บาทนี้ ไปบวกเพิ่มรวมกับเงินได้อื่นๆ (เช่น เงินเดือน)
- สูตรคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม: กำไรที่นำเข้า x ฐานภาษีสุทธิที่คุณโบว์ตกอยู่
- สรุปยอดภาษี: หากฐานภาษีสุทธิของคุณโบว์ตกอยู่ในช่วงอัตรา 10% จะต้องเสียภาษีเพิ่มเท่ากับ 200,000 x 10% = 20,000 บาทค่ะ
ข้อสังเกตเรื่องเงินปันผล
หุ้นต่างประเทศบางประเทศ (เช่น สหรัฐฯ) จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จากต้นทางไว้แล้ว เช่น 15% (หากกรอกแบบฟอร์ม W-8BEN) หรือ 30% แต่เมื่อเรานำเงินปันผลกลับเข้าไทย ก็ยังต้องนำยอดเงินปันผลนั้นมารายงานเป็นเงินได้ในไทยด้วยเช่นกันค่ะ

ยื่นภาษีหุ้นต่างประเทศ ทำอย่างไรและต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
เมื่อเรามีภาระภาษีที่ต้องยื่น กระบวนการยื่นแบบจะทำผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรในช่วงมกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป (หรือยื่นแบบกระดาษภายในมีนาคม)
ขั้นตอนการเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90
- ใบยืนยันการทำรายการ (Confirmation Note / Account Statement): เอกสารสรุปการซื้อขายจากแอปพลิเคชันหรือโบรกเกอร์ต่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานระบุต้นทุน กำไร และวันเวลาที่ทำรายการ
- หลักฐานการโอนเงินเข้าประเทศ: สลิปการโอนเงินหรือ Statement จากธนาคารในไทยที่แสดงวันที่และยอดเงินที่โอนเข้ามาในประเทศไทย
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายต่างประเทศ (ถ้ามี): ใช้เป็นหลักฐานกรณีขอใช้สิทธิอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)
การยื่นภาษีจะต้องระบุเงินได้ในหมวดมาตรา 40(4) และกรอกยอดเงินได้ประเมินที่แปลงเป็นเงินบาท ณ วันที่นำเงินเข้าประเทศค่ะ
ทางเลือกการลงทุนแบบไหน ช่วยบรรเทาภาระภาษีได้บ้าง?
สำหรับมือใหม่ที่สนใจลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ แต่ยังกังวลเรื่องความซับซ้อนของการคำนวณและยื่นภาษี คุณน้าขอเปรียบเทียบทางเลือกเครื่องมือการลงทุนที่ช่วยให้การบริหารจัดการภาษีสะดวกขึ้นค่ะ
| เครื่องมือการลงทุน | ลักษณะการเสียภาษี Capital Gain | ความยุ่งยากในการยื่นภาษี |
|---|---|---|
| ลงทุนหุ้นต่างประเทศตรง | เสียภาษีอัตราก้าวหน้า (เมื่อนำเงินกลับเข้าไทย) | ต้องเก็บหลักฐานการโอนเงินและคำนวณเอง |
| ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR / DRx) | ยกเว้นภาษี Capital Gain (เทรดในตลาดหุ้นไทย) | ไม่ต้องยื่นภาษี Capital Gain |
| กองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) | ยกเว้นภาษี Capital Gain สำหรับบุคคลธรรมดา | ไม่ต้องยื่นภาษี Capital Gain |
คำแนะนำจากคุณน้า
หากนักลงทุนมือใหม่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องการคำนวณภาษีและการเก็บหลักฐานการโอนเงิน การเลือกลงทุนผ่าน DR/DRx รวมไปถึงกองทุนรวม FIF ที่ซื้อขายในตลาดหุ้นไทยด้วยเงินบาท ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระด้านเอกสารและได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายไทยปัจจุบันอย่างถูกต้องค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อหุ้นต่างประเทศ เสียภาษียังไง ถ้าไม่ถอนเงินกลับไทยเลย?
หากขายหุ้นได้กำไรหรือได้รับเงินปันผล แล้วยังคงเงินก้อนนั้นไว้ในพอร์ตโบรกเกอร์ต่างประเทศ โดยไม่ได้โอนกลับเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทยเลยในปีภาษีนั้น จะยังไม่เข้าเงื่อนไขการนำเงินได้เข้าประเทศ จึงยังไม่ต้องนำกำไรส่วนนั้นมาคำนวณยื่นภาษีในไทยค่ะ
ภาษีหุ้นต่างประเทศ ต้องยื่นไหม ถ้าขายแล้วขาดทุน?
หากขายหุ้นต่างประเทศแล้วขาดทุน จะไม่มีเงินได้สุทธิเกิดขึ้น จึงไม่ต้องนำผลขาดทุนไปยื่นภาษีค่ะ อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน ผลขาดทุนจากการขายหุ้นต่างประเทศจะไม่สามารถนำมาหักลบกับกำไรของหุ้นอีกตัวหนึ่งเพื่อลดหย่อนภาษีได้ (ไม่สามารถทำ Tax Loss Harvesting ข้ามรายการได้)
เงินปันผลหุ้นสหรัฐฯ โดนหักภาษีที่นู่นแล้ว ต้องยื่นภาษีไทยซ้ำไหม?
เงินปันผลจากหุ้นต่างประเทศถือเป็นเงินได้ประเมินตามมาตรา 40(4)(ข) หากนำเงินปันผลกลับเข้าไทย ต้องนำมารวมยื่นภาษีในไทยด้วย แต่หากประเทศต้นทางมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) กับประเทศไทย อาจสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจากต่างประเทศมาใช้เป็นเครดิตภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ค่ะ
สรุปเกี่ยวกับภาษีหุ้นต่างประเทศ
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด หากเราเข้าใจหลักเกณฑ์เรื่องถิ่นที่อยู่และการนำเงินกลับเข้าประเทศอย่างถูกต้อง สิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนยุคใหม่คือการวางแผนภาษีล่วงหน้า ศึกษาพื้นฐานผ่านคัมภีร์ภาษีนักลงทุนมือใหม่ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
รวมทั้งเก็บเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนเพื่อป้องกันปัญหาภาษีย้อนหลัง หรือพิจารณาใช้เครื่องมือทางเลือกอย่าง DR หรือกองทุนรวม FIF เพื่อช่วยให้การลงทุนในตลาดโลกราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้นค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







