มีใครเคยรู้สึกเวียนหัวเวลาต้องไล่ดูหุ้นทีละร้อยตัวไหมคะ? คุณน้าขอแนะนำให้รู้จักกับ “สแกนหุ้น” หรือการใช้โปรแกรมคัดกรองรายชื่อหุ้นตามเงื่อนไขที่เรากำหนดเองได้เลยค่ะ ในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นจดทะเบียนมากกว่า 800 ตัว (ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) การจะนั่งอ่านงบการเงินหรือดูกราฟทีละตัวคงต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เครื่องมือนี้จึงเปรียบเสมือนตะแกรงร่อนหุ้นที่ช่วยย่นเวลาให้เราเจอหุ้นที่เข้าสเปกได้รวดเร็วขึ้น
ในบทความนี้ คุณน้าจะพามาทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน วิธีการตั้งค่า ไปจนถึงข้อควรระวังกันค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
สแกนหุ้น คืออะไร?
สแกนหุ้น คือ การตั้งฟิลเตอร์ (Filter) เพื่อคัดกรองรายชื่อหุ้นในตลาดการลงทุนตามเงื่อนไขทางการเงินหรือสัญญาณทางเทคนิคที่เรากำหนดไว้ เพื่อตัดหุ้นที่ไม่ตรงตามสเปกออกไป และเหลือไว้เพียงรายชื่อหุ้นที่มีคุณสมบัติตามที่เราต้องการค่ะ เปรียบเหมือนการตั้งฟิลเตอร์ค้นหาคอนโดในแอปพลิเคชันที่เราใส่ราคา ทำเล และจำนวนห้องนอน เพื่อไม่ให้เราต้องเสียเวลาเดินหาเองทุกโครงการในเมืองค่ะ
ทำไมมือใหม่ต้องใช้โปรแกรม Screener หุ้น?
การลงทุนในยุคดิจิทัลมีความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ การพึ่งพาเพียงสายตาและการไล่เปิดดูหุ้นทีละตัวจากทั้งหมดหลายร้อยตัวในตลาด นอกจากจะเสียเวลามากแล้ว ยังอาจทำให้เราเกิดความเมื่อยล้าและตกหล่นโอกาสสำคัญไปได้ค่ะ
โปรแกรม Screener หุ้น จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้โดยตรง ประโยชน์หลักๆ คือช่วยประหยัดเวลาในการเฟ้นหาหุ้นได้หลายเท่าตัว นอกจากนี้ยังช่วยตัดอารมณ์ความลำเอียง (Bias) ออกจากการเลือกหุ้น เพราะระบบจะคัดกรองตามตัวเลขและเงื่อนไขที่เราตั้งไว้จริงเท่านั้น ทำให้เราได้เห็นโอกาสใหม่ๆ ในหุ้นบางตัวที่อาจจะไม่ได้อยู่ในกระแสหลักแต่มีงบการเงินแข็งแกร่งค่ะ
กลยุทธ์ Stock Screening สำหรับนักลงทุนแต่ละสาย
นักลงทุนแต่ละคนมีสไตล์และเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน การตั้งค่า Stock Screening จึงแบ่งออกเป็น 2 สายหลักตามกลยุทธ์การลงทุนดังนี้ค่ะ
Stock Screening สายพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
สำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) หรือคนที่ชอบหาหุ้นงบดี การสแกนจะเน้นไปที่อัตราส่วนทางการเงินและงบการเงินเป็นหลัก เช่น การตั้งฟิลเตอร์หาหุ้นที่มี PE Ratio ต่ำ, อัตราส่วน อัตรากำไรสุทธิ สูง, มีอัตราส่วน ROA ที่แสดงถึงประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ทำกำไรได้ดี และให้ Dividend Yield สูงอย่างสม่ำเสมอ โดยเราสามารถเช็กงบและข้อมูลเหล่านี้ผ่านแพลตฟอร์มของ Settrade ได้อย่างสะดวกค่ะ
สแกนหุ้นทางเทคนิค ทำยังไงให้เจอหุ้นทรงสวย?
สำหรับสายเก็งกำไรหรือสายเทคนิคัล วิธีนี้จะเน้นการคัดกรองจากราคาและปริมาณการซื้อขาย (Volume) เช่น การตั้งเงื่อนไขให้ระบบค้นหาหุ้นที่ราคายืนเหนือเส้นเฉลี่ย Moving Average, RSI อยู่ในจุดคัดกรองที่น่าสนใจ หรือหุ้นที่เกิดสัญญาณ Breakout พร้อม Volume ซัพพอร์ต โดยเทรดเดอร์สามารถตรวจสอบสัญญาณเทคนิคัลและราคาเรียลไทม์เพิ่มเติมได้ทาง Investing com ค่ะ
คำแนะนำจากคุณน้า
การสแกนสายเทคนิคัลควรใช้ Indicator ร่วมกันอย่างน้อย 2 ตัว เช่น ใช้ Trend Indicator คู่กับ Volume Indicator เพื่อป้องกันสัญญาณหลอก (False Signal) ค่ะ
แนะนำแอปสแกนหุ้น ตัวไหนดีสำหรับมือใหม่?
ในปัจจุบันมีเครื่องมือและแอปพลิเคชันสแกนหุ้นให้เลือกใช้มากมาย ซึ่งแต่ละตัวก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ดังนี้ค่ะ
| เครื่องมือ | ค่าใช้จ่าย | เหมาะกับสายไหน |
|---|---|---|
| Settrade Streaming | ฟรี | พื้นฐาน/มือใหม่ |
| Jitta | ฟรี + Premium | สาย VI |
| TradingView | ฟรี + Premium | สายเทคนิคัล |
- Settrade Streaming / Stock Screener: เครื่องมือพื้นฐานสำหรับนักลงทุนหุ้นไทย ใช้งานได้ฟรี ครอบคลุมฟิลเตอร์งบการเงินและเทคนิคัลเบื้องต้น
- Jitta: แอปพลิเคชันที่เหมาะสำหรับสาย VI เน้นการคัดกรองหุ้นงบดีในราคาที่เหมาะสม โดยมีระบบจัดอันดับ Jitta Score ช่วยย่อยข้อมูลยากๆ ให้เข้าใจง่าย
- TradingView / efin Trade Plus: เครื่องมือระดับโปรที่เหมาะสำหรับสายเทคนิคัล สามารถตั้งเงื่อนไขอินดิเคเตอร์เชิงลึกและคัดกรองหุ้นได้ทั้งตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ

คำแนะนำจากคุณน้าและข้อควรระวังในการสแกนหุ้น
สิ่งสำคัญที่คุณน้าอยากเน้นย้ำกับหลานๆ เสมอก็คือ ผลลัพธ์ที่ได้จากการสแกนหุ้นเป็นเพียงแค่ “รายชื่อหุ้นเบื้องต้น” (Shortlist) เท่านั้น ไม่ใช่ “คำสั่งซื้อขาย” ทันทีนะคะ
เมื่อสแกนได้รายชื่อหุ้นมาแล้ว เรายังต้องนำหุ้นเหล่านั้นไปทำการบ้านต่อเสมอ เช่น อ่านงบขาดทุนกำไรอย่างละเอียด เช็กแนวโน้มอุตสาหกรรม หรือส่องทรงกราฟราคาในภาพใหญ่เพื่อหาจุดเข้าซื้อที่เหมาะสม นอกจากนี้ ข้อควรระวังอีกอย่างคืออย่าตั้งเงื่อนไขสแกนที่ตึงเครียดหรือซับซ้อนเกินไป เพราะอาจทำให้ระบบคัดกรองจนไม่เหลือหุ้นให้เลือกลงทุนเลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
แอปสแกนหุ้น เสียเงินไหม?
มีทั้งแบบใช้งานได้ฟรีและแบบเสียเงินค่ะ โดยแอปพลิเคชันพื้นฐานอย่าง Settrade Streaming หรือโปรแกรมจากโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะเปิดให้ผู้เปิดบัญชีใช้งานฟรี ส่วนแอปที่มีฟีเจอร์วิเคราะห์ขั้นสูงอย่าง TradingView หรือ Jitta ก็จะมีทั้งเวอร์ชันฟรีและเวอร์ชัน Premium สำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติมค่ะ
สแกนหุ้นแล้ว ซื้อตามได้เลยทันทีไหม?
ซื้อทันทีไม่ได้นะคะ การสแกนหุ้นเป็นเพียงขั้นตอนการย่นเวลาในการคัดกรองหุ้นจากหลายร้อยตัวให้เหลือเพียงไม่กี่ตัว นักลงทุนควรนำรายชื่อที่ได้ไปวิเคราะห์งบการเงิน ประเมินมูลค่า และดูทรงกราฟราคาเพื่อหาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมอีกครั้งค่ะ
ตั้งค่าสแกนหุ้นแบบไหนดีที่สุด?
ไม่มีการตั้งค่าที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ การตั้งค่าขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของนักลงทุน หากเป็นสายปันผลจะเน้นตั้งค่า Dividend Yield สูงและ DE Ratio ต่ำ แต่ถ้าเป็นสายเติบโตจะเน้นตั้งค่า Revenue Growth และ ROE สูงค่ะ
สรุปเกี่ยวกับการสแกนหุ้น
การใช้โปรแกรม Screener หุ้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยย่นเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกหุ้นได้มากค่ะ อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้เป็นเพียงตะแกรงร่อนหุ้นในรอบแรกเท่านั้น หลังจากสแกนหุ้นได้แล้ว นักลงทุนยังคงต้องนำรายชื่อหุ้นที่ได้ไปวิเคราะห์ต่อยอด ทั้งในมิติจิตวิทยาการลงทุนและอัตราส่วนทางการเงิน เพื่อให้มั่นใจก่อนลงสนามจริงทุกครั้งค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







