เคยไหมคะ ที่เห็นป้ายหน้าร้านแล้วสงสัยว่าต้องเสียภาษีด้วยหรือเปล่า? วันนี้คุณน้าจะมาไขข้อสงสัยเรื่องภาษีป้าย ภาษีท้องถิ่นที่เจ้าของร้านค้าหลายคนอาจมองข้ามไปค่ะ
ในบทความนี้ คุณน้าจะมาสรุปรายละเอียดของภาษีนี้ ประเภทป้ายที่ต้องจ่าย อัตราภาษีล่าสุด และวิธีคำนวณง่าย ๆ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และเจ้าของธุรกิจป้ายแดงวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ภาษีป้าย คืออะไร?
ภาษีป้าย คือ ภาษีท้องถิ่นประเภทหนึ่งที่จัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น กรุงเทพมหานคร เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดเก็บรายได้จากผู้ที่ใช้อาคาร สถานที่ หรือพื้นที่สาธารณะในการปิดป้ายเพื่อประโยชน์ในทางพาณิชย์ค่ะ
ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีนี้ ได้แก่ เจ้าของป้าย หรือในกรณีที่หาตัวเจ้าของป้ายไม่ได้ เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งอยู่จะเป็นผู้มีหน้าที่เสียแทนค่ะ โดยกำหนดการยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ป. 1) จะต้องดำเนินการภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี หรือยื่นภายใน 15 วันหลังจากติดตั้งป้ายใหม่หรือแก้ไขเปลี่ยนข้อความป้ายค่ะ
ภาษีป้าย มีอะไรบ้าง และอัตราภาษีป้ายคิดอย่างไร?
อัตราภาษีป้ายเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนด ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 โดยคุณน้าแนะนำให้ตรวจสอบอัตราล่าสุดกับสำนักงานเขต/เทศบาล/อบต. ที่ป้ายตั้งอยู่อีกครั้งก่อนยื่นชำระค่ะ
ตามกฎหมาย ภาษีชนิดนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ขึ้นอยู่กับตัวอักษร ภาษา และรูปภาพที่ปรากฏบนป้าย ซึ่งส่งผลต่ออัตราการจัดเก็บภาษีต่อพื้นที่ 500 ตารางเซนติเมตรดังนี้ค่ะ
| ประเภทป้าย | ลักษณะของป้าย | อัตราภาษีป้ายเคลื่อนไหว (บาท / 500 ตร.ซม.) | อัตราภาษีป้ายทั่วไป (บาท / 500 ตร.ซม.) |
|---|---|---|---|
| ประเภท 1 | ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน | 10 บาท | 5 บาท |
| ประเภท 2 | ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ หรือปนกับภาพ/เครื่องหมาย | 52 บาท | 26 บาท |
| ประเภท 3 | (ก) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยเลย (ข) ป้ายที่มีอักษรไทยอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ | 52 บาท | 50 บาท |
สำหรับการวัดขนาดพื้นที่ป้าย ให้นำส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเพื่อหาพื้นที่เป็นตารางเซนติเมตร แล้วนำไปคำนวณตามสัดส่วนพื้นที่ 500 ตารางเซนติเมตรค่ะ
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณป้ายร้านค้า เสียภาษีเท่าไหร่
- ตัวอย่างการคำนวณพื้นที่และประเภทป้าย: สมมติคุณน้าเปิดหน้าร้านและติดป้ายขนาดกว้าง 100 เซนติเมตร ยาว 200 เซนติเมตร คิดเป็นพื้นที่คำนวณ 100 X 200 = 20,000 ตารางเซนติเมตร นำมาหารด้วย 500 จะได้เท่ากับ 40 หน่วยคำนวณ
- เปรียบเทียบยอดที่ต้องจ่ายตามตัวเลือกภาษา:
- หากป้ายนี้เป็น “ภาษาไทยล้วน” (ประเภท 1 ป้ายทั่วไป อัตรา 5 บาท) ยอดที่ต้องจ่ายคือ 40 X 5 = 200 บาท
- แต่หากใส่โลโก้หรือมีภาษาอังกฤษปนอยู่ด้วย (ประเภท 2 ป้ายทั่วไป อัตรา 26 บาท) ยอดที่ต้องจ่ายจะเพิ่มเป็น 40 X 26 = 1,040 บาททันทีค่ะ
- เกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย: ในกรณีที่ป้ายมีขนาดเล็กมาก และคำนวณออกมาแล้วได้ยอดต่ำกว่า 200 บาท กฎหมายกำหนดให้ต้องชำระขั้นต่ำที่ 200 บาทต่อป้ายเสมอค่ะ

ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี และป้ายแบบไหนได้รับการยกเว้น?
เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจชัดเจนว่าป้ายหน้าร้านของตนเองเข้าข่ายต้องยื่นแบบ ภ.ป. 1 หรือไม่ คุณน้าทำตารางสรุปเปรียบเทียบการจัดเก็บภาษีและการยกเว้นไว้ดังนี้ค่ะ
| ป้ายที่ต้องเสียภาษี | ป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษี |
|---|---|
| ป้ายชื่อร้านค้า ออฟฟิศ หรือสถานประกอบการที่มองเห็นได้จากทางสาธารณะ | ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารพาณิชย์หรือภายในตัวอาคารที่คนภายนอกมองไม่เห็น |
| ป้ายโลโก้ เครื่องหมายการค้า หรือป้ายโฆษณาสินค้าหน้าร้าน | ป้ายของทางราชการ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไร |
| ป้ายไฟ ป้ายกล่องไฟ หรือป้ายโปรโมชันที่ติดภายนอกอาคาร | ป้ายติดยานพาหนะส่วนบุคคล หรือป้ายขนาดเล็กตามเกณฑ์ที่กฎหมายยกเว้น |
ภาษีป้าย สำคัญยังไง และข้อควรระวังเรื่องค่าปรับย้อนหลัง
ภาษีป้าย สำคัญยังไงกับการทำธุรกิจ? คำตอบคือการยื่นชำระภาษีนี้อย่างถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจให้เป็นระบบ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็นค่ะ หากเจ้าของธุรกิจละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการหรือชำระล่าช้ากว่ากำหนด อาจต้องเจอความเสี่ยงและค่าปรับย้อนหลังดังนี้ค่ะ
- เงินเพิ่มจากการชำระล่าช้า: กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา ต้องเสีย 10% ของเงินที่ต้องเสียภาษี
- เงินเพิ่มจากการไม่ชำระตามแจ้ง: กรณียื่นแบบแล้วแต่ไม่ชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด ต้องเสีย 2% ต่อเดือนของเงินที่ต้องเสียภาษี
- ค่าปรับจากการเจตนาหลีกเลี่ยง: การหลีกเลี่ยงไม่ยื่นแบบอาจมีโทษปรับทางอาญาสูงสุดตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท
คำแนะนำจากคุณน้า
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และฟรีแลนซ์ที่เริ่มต้นเปิดหน้าร้านหรือออฟฟิศเล็ก ๆ ควรวางแผนเรื่องการออกแบบป้ายตั้งแต่แรกค่ะ หากเลือกใช้ป้ายอักษรไทยล้วนจะช่วยประหยัดต้นทุนภาษีได้มากกว่าการมีตัวอักษรต่างประเทศปนหลายเท่าตัวค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ป้ายร้านค้าออนไลน์ที่ติดหน้าบ้านตัวเอง ต้องเสียภาษีป้ายไหม?
หากป้ายที่ติดหน้าบ้านมีการแสดงชื่อร้าน โลโก้ หรือข้อความเชิญชวนเพื่อการค้า และอยู่ในตำแหน่งที่ผู้คนที่ผ่านไปมาบนถนนหรือทางสาธารณะมองเห็นได้ ถือว่าเข้าข่ายต้องเสียภาษีป้ายตามกฎหมายค่ะ
ยื่นชำระภาษีป้ายได้ที่ไหน และใช้เอกสารอะไรบ้าง?
สามารถยื่นแบบ ภ.ป. 1 ได้ที่ฝ่ายจัดเก็บรายได้ สำนักงานเขต (ในกรุงเทพมหานคร) เทศบาล หรือ อบต. ที่ป้ายนั้นตั้งอยู่ โดยใช้เอกสารได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายป้ายพร้อมวัดขนาดกว้างxยาว และหลักฐานการเป็นเจ้าของอาคาร/ที่ดินค่ะ
เปลี่ยนข้อความในป้ายระหว่างปี ต้องแจ้งยื่นภาษีป้ายใหม่หรือไม่?
ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงค่ะ หากมีการปลดป้ายเดิมลง เปลี่ยนข้อความ หรือเพิ่มขนาดป้าย ต้องยื่นแบบแสดงรายการใหม่ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงค่ะ
สรุปเกี่ยวกับภาษีป้าย
ภาษีนี้ถือเป็นต้นทุนการมีหน้าร้านที่เจ้าของธุรกิจป้ายแดงไม่ควรมองข้าม การเข้าใจประเภทป้าย วิธีการวัดขนาดพื้นที่ และกำหนดการยื่นชำระ จะช่วยให้บริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและสบายใจในการทำธุรกิจระยะยาวค่ะ
นอกจากเรื่องภาษีท้องถิ่นแล้ว การทำธุรกิจหน้าร้านและออนไลน์ควบคู่กันยังเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องภาษีสำหรับอาชีพเสริมและออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องราวของ ภาษีแม่ค้าออนไลน์ การเลือกวิธีคำนวณแบบ ภาษีเหมาจ่าย และภาพรวมว่า ธุรกิจส่วนตัว เสียภาษียังไง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณน้าแนะนำให้ศึกษาควบคู่กันไปเพื่อการวางแผนภาษีที่ครอบคลุมค่ะ
การลงทุนทำธุรกิจมีความเสี่ยงและมีต้นทุนหลากหลายประการ ผู้ประกอบการควรศึกษารายละเอียดและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







