ภาษีเงินปันผล คืออะไร? เช็กสิทธิขอคืนเงินภาษีฉบับมือใหม่

ภาษีเงินปันผล สรุปหลักการหักภาษี ณ ที่จ่ายและวิธีขอคืนภาษี
Table of Contents

ภาษีเงินปันผล คือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ทางบริษัทเอกชน หรือกองทุนรวมทำการหักไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะจ่ายเงินปันผลออกมาให้กับนักลงทุนค่ะ สำหรับวัยทำงานที่กำลังสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว การมีรายได้เสริมแบบ Passive Income หรือรายได้ที่ไม่ต้องลงแรงทำงานประจำ จากเงินปันผลถือเป็นเรื่องที่ช่วยให้ใจชื้นได้ไม่น้อย

แต่การบริหารจัดการเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งต้นทุนสำคัญที่คุณน้าอยากชวนมาวางแผนให้รอบคอบค่ะ ในบทความนี้ คุณน้าจะพามาเจาะลึกตั้งแต่พื้นฐาน สิทธิการขอคืนภาษี และเทคนิคการวางแผนภาษีประจำปีให้คุ้มค่าค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ภาษีเงินปันผล คืออะไร?

เมื่อนำเงินไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม แล้วได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของเงินปันผล หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่าต้องจัดการเรื่องภาษีอย่างไร คุณน้าสรุปภาพรวมและกลไกสำคัญมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  • กลไกการหักภาษี ณ ที่จ่าย: ตามกฎหมายประมวลรัษฎากร เงินปันผลจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภท 40(4)(ข) ซึ่งระบบจะทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายเอาไว้เบื้องต้นทันทีตอนจ่ายเงิน เพื่อให้รัฐได้รับรายได้ส่วนหนึ่งและช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องยุ่งยากกับการจ่ายภาษีเงินก้อนใหญ่ในภายหลัง
  • เงินปันผล เสียภาษีไหม: ตอบได้ชัดเจนว่า “เสียภาษีค่ะ” โดยถูกหักไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นทางก่อนจะโอนเงินเข้าบัญชีของเรา
  • การวางแผนภาษีภาพรวม: สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุน การเข้าใจโครงสร้างภาษีของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก

ภาษีเงินปันผล มีอะไรบ้าง และถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์?

ความหลากหลายของสินทรัพย์ทำให้รูปแบบการหักภาษีมีความแตกต่างกันไปค่ะ

หลัก ๆ เราสามารถแบ่งออกได้ตามประเภทของสินทรัพย์ที่นำเงินไปลงทุนโดยคำถามที่ว่า เงินปันผล หักภาษี ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์ นั้น คุณน้าได้สรุปเปรียบเทียบข้อแตกต่างมาให้ดูง่ายๆ ผ่านตารางด้านล่างนี้ค่ะ

ประเภทเงินปันผล / สินทรัพย์อัตราหัก ณ ที่จ่ายสิทธิเครดิตภาษีเงื่อนไขการนำไปยื่นภาษีปลายปี (ภ.ง.ด. 90)
เงินปันผลจากหุ้นไทย (บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)10%มีสิทธิ (ตามอัตราภาษีนิติบุคคลของบริษัทผู้จ่าย)เลือกเป็น Final Tax (ไม่นำมารวม) หรือนำมารวมคำนวณเพื่อขอคืนภาษี
เงินปันผลจากกองทุนรวมไทย10%ไม่มีสิทธิเลือกเป็น Final Tax (ไม่นำมารวม) หรือนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้
เงินปันผลจากหุ้น/กองทุนต่างประเทศหักตามกฎหมายประเทศต้นทาง (เช่น สหรัฐฯ ตามอัตราของกรมสรรพากรสหรัฐฯ หรือ IRS ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ 15-30% ขึ้นอยู่กับสนธิสัญญาภาษีซ้อนของแต่ละประเทศ)ไม่มีสิทธิ (แต่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไทยตามหลักเกณฑ์)หากนำเงินเข้าไทยในปีภาษีเดียวกันหรือตามเงื่อนไข สรรพากร ต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้ 40(4)(ข)

อ้างอิงจาก ประมวลรัษฎากร มาตรา 50(2)(จ)

จากตารางจะเห็นได้ว่าแม้เงินปันผลจากหุ้นไทยและกองทุนรวมจะถูกหัก 10% เท่ากัน แต่จุดต่างสำคัญคือสิทธิเรื่องเครดิตภาษีค่ะ

ภาษีเงินปันผล ตารางเปรียบเทียบการเสียภาษีปันผลและเครดิตภาษี


ภาษีเงินปันผล สำคัญยังไง กับการวางแผนภาษีประจำปี?

ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดเรื่องนี้ถึงสำคัญ ทำไมเราต้องมานั่งใส่ใจในเมื่อถูกหัก 10% ไปแล้วตั้งแต่แรก? คำตอบคือเรื่องของการรักษาผลประโยชน์และคำนวณ “สิทธิเครดิตภาษี” ค่ะ

เนื่องจากเงินปันผลที่เราได้จากบริษัทเอกชนนั้น บริษัทได้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล (เช่น 20%) ไปแล้วรอบหนึ่ง เมื่อมาจ่ายให้เรายังถูกหัก ณ ที่จ่ายอีก 10% ถือเป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อน รัฐจึงเปิดช่องให้เราเลือกใช้สิทธิขอคืนภาษีได้ค่ะ

สิทธิในการยื่นภาษีส่วนนี้แบ่งออกเป็น 2 ทางเลือกหลัก ๆ คือ

  1. เลือกเป็น Final Tax: คือยินยอมให้หัก ณ ที่จ่าย 10% แล้วจบกันไป ไม่ต้องนำยอดเงินปันผลมารวมยื่นใน ภ.ง.ด. 90 ปลายปี วิธีนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ 15% ขึ้นไป เพราะถ้านำมารวมจะทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้น
  2. นำมารวมคำนวณภาษีปลายปี: นำเงินปันผลทุกยอดจากทุกบริษัทมารวมคำนวณ แล้วใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผล วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 0% – 5% หรือไม่เกิน 10% เพราะมีโอกาสได้เงินคืนภาษีเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยค่ะ

2. ให้ลองคำนวณฐานภาษีเงินได้สุทธิของตัวเองก่อน หากฐานภาษีอยู่ที่ 5% การยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลมักจะคุ้มค่าและมีโอกาสได้เงินคืนสูงค่ะ (ทั้งนี้ ยอดเงินคืนจริงจะขึ้นอยู่กับอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทผู้จ่ายปันผลชำระไว้ในแต่ละกรณี)

การลงทุนเพื่อหวังเงินปันผลเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูปัจจัยพื้นฐาน อาจทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องราคาหุ้นตกหนัก หรือขาดทุนเงินต้น (Capital Loss) ซึ่งเงินปันผลที่ได้รับ 5-7% อาจไม่คุ้มค่ากับราคาหุ้นที่ลดลงไป 20-30% ค่ะ

ดังนั้นควรประเมินความเสี่ยงให้รอบด้านเสมอ และสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น การขายทองเสียภาษีไหม หรือกรณีพิเศษอย่าง รายได้เงินปันผล ยกเว้นภาษี ก็มีเงื่อนไขตามกฎหมายที่ต่างออกไปซึ่งควรศึกษาก่อนการลงทุนเช่นกันค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

ภาษีเงินปันผล คืออะไร และจะขอเงินคืนได้อย่างไร?

ภาษีเงินปันผลคือภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% เมื่อได้รับเงินปันผล การขอเงินคืนสามารถทำได้โดยสมัครใช้งานระบบ Investor Portal ของ TSD (Thailand Securities Depository หรือบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์) เพื่อดาวน์โหลดไฟล์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ไฟล์ e-Withholding Tax) แล้วนำไปอัปโหลดเข้าสู่ระบบยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ของกรมสรรพากรในช่วงมกราคม – มีนาคมของทุกปีค่ะ

เงินปันผลจากกองทุนรวม สามารถใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลได้ไหม?

ไม่สามารถใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลได้ค่ะ เนื่องจากกองทุนรวมไม่ใช่บริษัทนิติบุคคลที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนบริษัทเอกชน แต่เรายังคงเลือกได้ว่าจะยึดหัก ณ ที่จ่าย 10% เป็น Final Tax หรือนำเงินปันผลจากกองทุนมารวมเป็นเงินได้เพื่อยื่นภาษีปลายปีค่ะ

ถ้าฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 15% ควรนำเงินปันผลมารวมยื่นภาษีปลายปีหรือไม่?

โดยส่วนใหญ่แล้ว หากฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 15% หรือสูงกว่า การเลือกไม่นำเงินปันผลมารวมยื่น (ปล่อยให้หัก ณ ที่จ่าย 10% เป็น Final Tax) จะประหยัดภาษีและคุ้มค่ากว่าค่ะ เพราะหากนำมารวมจะทำให้เงินได้ส่วนนั้นถูกคิดภาษีในอัตรา 15% ซึ่งสูงกว่าอัตรา 10% ที่ถูกหักไว้ค่ะ

สรุปเกี่ยวกับภาษีเงินปันผล

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ เพียงแค่เราเข้าใจกลไกการหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และเลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้สอดคล้องกับฐานภาษีส่วนบุคคล หากเรามีฐานภาษีต่ำ การใช้สิทธิเครดิตภาษีก็ถือเป็นช่องทางเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัวในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่!

ICT Forex คือ กลยุทธ์การเทรด Forex ที่จะช่วยให้คุณฝึกคิดเหมือนกับนักลงทุนรายใหญ่ (Smart Money Concept) เพื่อเข้าใจโครงสร้างของตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุน SPDR ตัวร้ายของสายเทรดทองคำ
กองทุน SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุนทองคำทรงอิทธิพล

กองทุน SPDR คืออะไร? หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำโลก เจาะลึกความเป็นมาและวิธีใช้ข้อมูลการถือครองของ SPDR เพื่อวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างแม่นยำ

Volume Analysis คืออะไร คู่มือการอ่านปริมาณการซื้อขายสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
Volume Analysis คืออะไร? ถอดรหัสปริมาณซื้อขายแบบเข้าใจง่าย

Volume Analysis คืออะไร? ปริมาณการซื้อขายถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยยืนยันแรงสนับสนุนของราคา คุณน้าสรุปกลไก Tick Volume ใน Forex เทียบกับตลาดหุ้น พร้อมวิธีอ่านสัญญาณบนกราฟร่วมกับ Volume Profile ให้มือใหม่เข้าใจง่ายค่ะ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คู่มือทำความเข้าใจกลไกตลาดหุ้นสำหรับมือใหม่
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คืออะไร? เข้าใจกลไกก่อนลงทุนจริง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ ศูนย์กลางการซื้อขายตราสารทางการเงินที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว คุณน้าสรุปกลไกการทำงาน ตลาด mai และสิ่งที่นักเทรดต้องรู้ก่อนเริ่มลงสนามจริงมาให้แล้วค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy