ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ เช็กต้นทุนก่อนโอนทุกครั้ง

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ คู่มือคำนวณและเปรียบเทียบต้นทุนโอนเงินต่างประเทศอย่างคุ้มค่า
Table of Contents

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ คือ ต้นทุนรวมทั้งหมดในการส่งเงินผ่านระบบการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยค่าธรรมเนียมคงที่ฝั่งต้นทาง ธนาคารตัวกลาง และส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนค่ะ มือใหม่หลายคนมักโฟกัสแค่ค่าบริการที่ธนาคารคิดลอย ๆ แต่กลับมองข้าม “อัตราแลกเปลี่ยน” จนเงินปลายทางหายไปแบบไม่ทันตั้งตัว

ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเจาะลึกโครงสร้างค่าธรรมเนียมทั้งหมด พร้อมวิธีคำนวณและทริคเลือกช่องทางโอนเงินให้ประหยัดที่สุดค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ คืออะไร?

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ คือ ค่าบริการทางการเงินที่ธนาคาร สถาบันการเงิน หรือผู้ให้บริการโอนเงินเรียกเก็บจากผู้ส่งเงิน เมื่อมีการทำธุรกรรมโอนเงินข้ามประเทศเพื่อครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน สภาพคล่อง และระบบเครือข่ายระหว่างประเทศ

การทำความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องโอนเงินไปฝากเข้าพอร์ตโบรกเกอร์ต่างประเทศ หรือคนทำงานที่ต้องรับ-ส่งเงินข้ามแดน เพราะหากไม่คำนวณให้ดี เงินที่ส่งไปอาจถูกหักกลางทางจนเหลือไม่ครบตามจำนวนที่ตั้งใจไว้ค่ะ

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ มีอะไรบ้าง? เจาะลึกโครงสร้างต้นทุนที่ซ่อนอยู่

เวลาที่คุณน้าเห็นนักลงทุนมือใหม่โอนเงินต่างประเทศ สิ่งที่หลายคนมักพลาดคือการคิดว่าค่าธรรมเนียมมีแค่ยอดที่ธนาคารแจ้งตรงหน้าเคาน์เตอร์ แต่ในความเป็นจริง โครงสร้างต้นทุนการโอนเงินระหว่างประเทศถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

1. ค่าธรรมเนียมคงที่ฝั่งต้นทาง (Outbound Transfer Fee)

คือค่าบริการที่ธนาคารฝั่งไทยเรียกเก็บทันทีเมื่อเรากดทำรายการโอนเงิน โดยทั่วไปธนาคารพาณิชย์ในไทยจะคิดค่าธรรมเนียมส่วนนี้ประมาณ 300–500 บาทต่อรายการ

สำหรับการโอนผ่านระบบ SWIFT ที่สาขาหรือ K-Biz/Krungthai Corporate แต่หากโอนผ่านแอปพลิเคชันมือถือของธนาคารในปัจจุบัน มักมีโปรโมชันคิดค่าธรรมเนียมส่วนนี้เริ่มต้นเพียง 100–150 บาท หรือบางแห่งอาจจัดโปรโมชันฟรีค่าธรรมเนียมต้นทางค่ะ

2. ค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลาง (Intermediate / Correspondent Bank Fee)

เนื่องจากธนาคารต้นทางในไทยอาจไม่ได้มีบัญชีตรงกับธนาคารปลายทางในต่างประเทศ ระบบจึงต้องส่งเงินผ่าน “ธนาคารตัวกลาง” เพื่อเป็นสะพานเชื่อมค่ะ ธนาคารตัวกลางเหล่านี้จะหักค่าธรรมเนียมตัดออกจากยอดเงินที่คุณโอนระหว่างทาง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $10–$30 USD (ประมาณ 350–1,050 บาท) ขึ้นอยู่กับสายการส่งเงินและประเทศปลายทางค่ะ

ในการโอนเงินผ่านระบบ SWIFT คุณจะต้องเลือกรูปแบบการชำระค่าธรรมเนียมตัวกลาง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

  • OUR (Our): ผู้โอนเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมทั้งหมด ทั้งต้นทาง ตัวกลาง และปลายทาง เพื่อให้เงินถึงปลายทางเต็มจำนวน
  • SHA (Shared): ผู้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมธนาคารต้นทาง ส่วนผู้รับปลายทางยอมให้หักค่าธรรมเนียมตัวกลางและปลายทางออกจากยอดเงินที่ได้รับ
  • BEN (Beneficiary): ผู้รับปลายทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมทั้งหมด โดยค่าธรรมเนียมทุกอย่างทั้งต้นทางและตัวกลางจะถูกหักออกจากยอดเงินโอนก่อนถึงมือผู้รับ

3. ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (FX Spread / FX Markup) — ต้นทุนแฝงที่แพงที่สุด

ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน คือ ต้นทุนที่ซ่อนอยู่อย่างแยบยลที่สุดค่ะ ธนาคารมักประกาศว่า “โอนเงินต่างประเทศค่าธรรมเนียม 0 บาท” แต่จะไปบวกส่วนต่างราคาแลกเปลี่ยน (FX Markup) เพิ่มขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาด (Mid-Market Rate) ประมาณ 1% – 3%

โอนเงินผ่าน SWIFT กี่วันได้?

คำถามที่พบบ่อยอย่าง “โอนเงินผ่าน SWIFT กี่วันได้?” คำตอบคือ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1–3 วันทำการ ค่ะ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการทำรายการ (Cut-off Time), เขตเวลา (Time Zone) ของประเทศปลายทาง และจำนวนธนาคารตัวกลางที่ต้องผ่านในเส้นทางนั้น แต่หากเป็นการโอนผ่านระบบเครือข่ายแอปพลิเคชันยุคใหม่ หรือระบบ Partner ของธนาคาร เงินอาจเข้าบัญชีปลายทางได้ภายในไม่กี่นาทีถึง 1 วันทำการค่ะ

เปรียบเทียบโอนเงินต่างประเทศ เสียค่าธรรมเนียมกี่บาท? (ตัวอย่างการคำนวณจริง)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณต้นทุนรวมในการโอนเงินไปสหรัฐอเมริกา (USD) เปรียบเทียบระหว่างมูลค่า $1,000 และ $10,000 โดยสมมติให้อัตราแลกเปลี่ยนกลางของตลาดอยู่ที่ $1 = 35.00 บาทค่ะ อัตราค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนด้านล่างเป็นตัวอย่างการคำนวณเพื่อเปรียบเทียบโครงสร้างต้นทุน เช็กอัตราแลกเปลี่ยนจริงและค่าธรรมเนียมอัปเดตล่าสุด ก่อนทำรายการจริง

ยอดเงินโอน (USD)ช่องทางโอนเงินค่าธรรมเนียมคงที่ (บาท) เรทแลกเปลี่ยนที่ได้ (บาท/USD)ส่วนต่าง FX จากเรทกลาง (บาท) Complianceต้นทุนรวมทั้งหมด (บาท) เงินถึงปลายทางเต็มจำนวนไหม?
$1,000ธนาคาร A (SWIFT-OUR)50035.70 (Markup +2.0%)7001,200 บาทได้รับเต็ม $1,000
$1,000แอป Fintech (Wise/Revolut)18035.15 (Markup +0.4%)150330 บาทได้รับเต็ม $1,000
$10,000ธนาคาร A (SWIFT-OUR)50035.70 (Markup +2.0%)7,0007,500 บาทได้รับเต็ม $10,000
$10,000แอป Fintech (Wise/Revolut)1,20035.15 (Markup +0.4%)1,5002,700 บาทได้รับเต็ม $10,000

จากตารางจะเห็นได้ชัดเจนเลยนะคะว่า ยิ่งโอนเงินมูลค่าสูง ต้นทุนหลักจะไหลไปอยู่ที่ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (FX Spread) ทันที

สำหรับเทรดเดอร์หรือนักลงทุนมือใหม่ การศึกษาเรื่องคัมภีร์ภาษีนักลงทุนมือใหม่ และความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับระบบ SWIFT CODE คืออะไร? จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการย้ายเงินทุนเข้า-ออกได้อย่างคุ้มค่า ไม่โดนหักต้นทุนซ้ำซ้อนค่ะ

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ ธนาคารไหนถูกสุด? VS Fintech & MTO

เมื่อถามคำถามนี้ คำตอบจะขึ้นอยู่กับ “มูลค่าเงินโอน” และ “ระบบที่ใช้โอน” ค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ธนาคาร (Money Transfer Operator หรือ MTO)

ข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละธนาคารและผู้ให้บริการสถาบันการเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชัน เช็กตารางเปรียบเทียบอย่างเป็นทางการของ ธปท. ก่อนทำรายการ

หัวข้อเปรียบเทียบธนาคารพาณิชย์ (SWIFT / App)Non-Bank / Fintech (MTO)
ความเหมาะสมของยอดเงินเหมาะกับยอดเงินใหญ่ ($5,000 ขึ้นไป)เหมาะกับยอดเงินเล็กถึงปานกลาง ($100 – $3,000)
อัตราแลกเปลี่ยน (FX Rate)มีส่วนต่างราคา (FX Markup) 1% – 3%อิงตามราคาแลกเปลี่ยนกลางตลาด (Mid-Market Rate)
โครงสร้างค่าธรรมเนียมค่าธรรมเนียมคงที่ + อาจมีค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลางค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนที่โปร่งใส คำนวณให้เห็นทันที
ระยะเวลาดำเนินการ1–3 วันทำการ (SWIFT) / ไวขึ้นถ้าเป็น App Partnerโอนไว เงินเข้าปลายทางเกือบจะทันทีถึง 1 วันทำการ
ความน่าเชื่อถือและวงเงินมีวงเงินโอนต่อวันสูง มีสาขาและระบบความปลอดภัยหลักปลอดภัย ได้รับใบอนุญาต แต่มีข้อจำกัดวงเงินต่อรายการ

  1. โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารพาณิชย์ (เช่น KBank, Krungthai NEXT, SCB EASY):
  • จุดเด่น: ธนาคารหลายแห่งเปิดตัวบริการโอนเงินด่วนข้ามประเทศผ่านระบบ Partner (เช่น Outward Remittance via Warp / Swift Go) คิดค่าธรรมเนียมเหมาจ่ายประมาณ 75–150 บาทต่อรายการ เรทแลกเปลี่ยนดีกว่าไปโอนที่สาขา และเงินถึงปลายทางไวภายในวันเดียวค่ะ
  • ข้อจำกัด: จำกัดเฉพาะบางประเทศยอดนิยม (เช่น US, UK, Singapore, EU) และจำกัดวงเงินต่อวัน
  1. โอนเงินผ่านผู้ให้บริการ Non-Bank / Fintech (เช่น Wise, Revolut, DeeMoney):
    • จุดเด่น: ใช้อัตราแลกเปลี่ยนจริงกลางตลาด (Mid-Market Rate) ทำให้ไม่มีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนแฝง คิดค่าบริการตามสัดส่วนที่โปร่งใส ชัดเจน โอนยอดเล็กถึงปานกลาง ($100 – $3,000) ถือว่าถูกและคุ้มค่าที่สุดค่ะ
    • ข้อจำกัด: อาจมีข้อจำกัดด้านวงเงินสูงสุดต่อรายการ และไม่ได้รองรับทุกสกุลเงินในโลก

หากต้องการโอนเงินมูลค่าสูงมาก (เช่น 50,000 USD ขึ้นไป) เพื่อไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือลงทุนในต่างประเทศ การโอนผ่านระบบ SWIFT ของธนาคารพาณิชย์ที่มีการเจรจาขอเรทแลกเปลี่ยนพิเศษ (FX Special Rate) กับผู้จัดการฝ่ายการเงินของธนาคาร อาจได้ต้นทุนรวมที่คุ้มค่ากว่าโอนผ่านแอปพลิเคชันค่ะ

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ มีอะไรบ้าง แผนภาพเปรียบเทียบโครงสร้างค่าธรรมเนียม SWIFT และ Fintech


ข้อควรระวังเรื่องภาษีและกฎหมายทางการเงินเมื่อโอนเงินต่างประเทศ

นอกจากเรื่องค่าธรรมเนียมแล้ว อีกหนึ่งจุดที่คุณน้าอยากเตือนสติทุกคนคือ “ข้อกฎหมายและภาษีเงินได้” ค่ะ

การโอนเงินออกจากไทยไปต่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ต้องระบุวัตถุประสงค์การโอนเงินอย่างชัดเจนทุกครั้ง (เช่น เพื่อการศึกษา, เพื่อชำระค่าสินค้า, เพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ)

และสำหรับนักลงทุนที่นำเงินไปลงทุนในหุ้น คริปโต หรือสินทรัพย์ต่างประเทศ แล้วโอนเงินกำไรกลับเข้าประเทศไทย ต้องระวังเรื่องกฎหมายสรรพากรฉบับใหม่ด้วยนะคะ หากคุณโอนเงินกลับเข้าไทย สามารถศึกษาหลักเกณฑ์เพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ กฎใหม่สรรพากร เพื่อวางแผนการยื่นภาษีให้ถูกต้องและป้องกันการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

โอนเงินต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันถูกกว่าไปโอนที่สาขาจริงไหม?

จริงค่ะ การโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันแบงก์กิ้งมักมีค่าธรรมเนียมถูกกว่าการไปทำรายการที่สาขาประมาณ 50–70% แถมยังได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า และช่วยลดโอกาสถูกหักค่าธรรมเนียมซ่อนเร้นจากธนาคารตัวกลางเนื่องจากธนาคารใช้นวัตกรรมการโอนเงินผ่านเครือข่ายพันธมิตรร่วมด้วยค่ะ

โอนเงินต่างประเทศโดนหักเงินปลายทางไม่ครบ เกิดจากอะไร?

เกิดจากการเลือกรูปแบบชำระค่าธรรมเนียมแบบ SHA หรือ BEN ในระบบ SWIFT ค่ะ ทำให้ธนาคารตัวกลาง (Correspondent Bank) หักค่าธรรมเนียมการดำเนินงานออกจากยอดเงินโอนระหว่างทาง หากต้องการให้เงินถึงปลายทางครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์ ต้องเลือกรูปแบบการชำระเป็น OUR เท่านั้นค่ะ

โอนเงินต่างประเทศวันไหน เรทดีที่สุด?

ช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ในเวลาทำการของตลาดการเงินโลก (ช่วงประมาณ 09:00 – 16:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) มักจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดค่ะ เนื่องจากตลาดมีสภาพคล่องสูง ทำให้ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (Spread) แคบค่ะ

ในทางกลับกัน ควรหลีกเลี่ยงการโอนเงินช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะธนาคารจะตั้งส่วนต่างราคาเผื่อความผันผวนไว้กว้างขึ้นค่ะ

สรุปเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ

ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ ไม่ได้มีแค่ค่าบริการคงที่ 300–500 บาทที่คุณเห็นหน้าเคาน์เตอร์เท่านั้น แต่ยังมีค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลางและส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (FX Spread) ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงก้อนใหญ่ที่สุด

ก่อนกดโอนเงินทุกครั้ง คุณน้าแนะนำให้คำนวณต้นทุนรวมจาก “เงินบาทที่จ่ายเทียบกับเงินต่างประเทศที่ได้รับจริง” เสมอ หากโอนยอดเล็กถึงปานกลาง การเลือกใช้บริการ Fintech หรือแอปธนาคารยุคใหม่จะช่วยประหยัดได้มากกว่า

แต่หากเป็นเงินก้อนใหญ่ ให้เปรียบเทียบเรทพิเศษกับทางธนาคารควบคู่ไปกับการศึกษาโครงสร้างในกลุ่ม ภาษีหุ้นต่างประเทศ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเงินในกระเป๋าเราให้ได้มากที่สุดค่ะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารกสิกรไทย — บริการโอนเงินไปต่างประเทศ KBiz และ ธนาคารกรุงไทย — Krungthai WARP


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ คู่มือปูพื้นฐานดัชนี STI และวิธีลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย
ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ คืออะไร? ช่องทางลงทุนต่างประเทศใกล้บ้าน

ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ คือดัชนีชี้วัดความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในประเทศสิงคโปร์ที่รวมเอาบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับคนมองหาหุ้นปันผลมั่นคง คุณน้าสรุปจุดเด่นและช่องทางลงทุนผ่านหุ้น DR ในไทยมาให้แบบเข้าใจง่ายค่ะ

ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่!

ICT Forex คือ กลยุทธ์การเทรด Forex ที่จะช่วยให้คุณฝึกคิดเหมือนกับนักลงทุนรายใหญ่ (Smart Money Concept) เพื่อเข้าใจโครงสร้างของตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุน SPDR ตัวร้ายของสายเทรดทองคำ
กองทุน SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุนทองคำทรงอิทธิพล

กองทุน SPDR คืออะไร? หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำโลก เจาะลึกความเป็นมาและวิธีใช้ข้อมูลการถือครองของ SPDR เพื่อวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างแม่นยำ

Volume Analysis คืออะไร คู่มือการอ่านปริมาณการซื้อขายสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
Volume Analysis คืออะไร? ถอดรหัสปริมาณซื้อขายแบบเข้าใจง่าย

Volume Analysis คืออะไร? ปริมาณการซื้อขายถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยยืนยันแรงสนับสนุนของราคา คุณน้าสรุปกลไก Tick Volume ใน Forex เทียบกับตลาดหุ้น พร้อมวิธีอ่านสัญญาณบนกราฟร่วมกับ Volume Profile ให้มือใหม่เข้าใจง่ายค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy