ส่องความแตกต่างของ Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์

Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์
Table of Contents

นักลงทุนหลาย ๆ คนที่เข้ามาเทรด อาจจะเริ่มเกิดความสับสนว่า ระหว่างตลาด Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์ มีความเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร รวมไปถึงการเทรดระหว่าง 2 ตลาดนี้ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้ คุณน้าเลยหาคำตอบมาให้ทุกคนค่ะ ไปดูกัน

ตลาด Forex คืออะไร ? 

อันดับแรก คุณน้าขออธิบายก่อนนะคะว่า คำว่า Forex นั้น ย่อมาจาก The Foreign Exchange Market หรือถ้าหากแปลตรงตัวก็คือ ตลาดการซื้อขาย และแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างประเทศนั่นเองค่ะ 

โดยตลาดการซื้อขายสกุลเงินนี้ จะมีการเทรด หรือเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคาระหว่างคู่สกุลเงินต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ สกุลเงินหลักของโลกจะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนมากที่สุดค่ะ (สำหรับใครที่อยากรู้ว่า สกุลเงินอะไรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถดูสถิติที่น่าสนใจของตลาด Forex ได้โดย คลิกที่นี่)

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร ? 

สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) คือ สินค้าที่สามารถหาซื้อได้ทั่วโลก ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกัน หรือคล้ายกันอยู่เสมอค่ะ อย่างเช่น คุณน้าอยากซื้อข้าวโพด คุณน้าก็สามารถหาซื้อข้าวโพดได้จากหลายประเทศ แต่ก็อาจจะมีลักษณะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ซึ่งสินค้าโภคภัณฑ์ก็สามารถใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเศรษฐกิจของแต่ละประเทศได้ค่ะ (สามารถอ่านแบบเต็มได้โดย คลิกที่นี่)

การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ นับเป็นตัวเลือกของการลงทุนยอดนิยมอีกทางหนึ่งค่ะ เพราะเป็นวิธีที่ดีในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยมีตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ประมาณ 50 แห่งทั่วโลก ที่สามารถซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ได้มากกว่า 100 รายการ ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มักจะซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในรูปแบบของสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามากที่สุดค่ะ 

ความแตกต่างของตลาด Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์ 

Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์ ต่างกันอย่างไร

ต้องบอกเลยว่า ทั้งตลาดสกุลเงิน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ต่างก็มีประโยชน์แบบเฉพาะตัวค่ะ โดยทั้ง 2 ตลาด จะมีรายละเอียดที่ต่างกัน ดังนี้

  • ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เรียกได้ว่า เป็นตลาดที่เปิดโอกาสให้มีทางเลือกในการลงทุน เพราะช่วยกระจายพอร์ตการลงทุนของเราได้ แถมยังมีรูปแบบสินค้าตามฤดูกาลที่สามารถคาดการณ์และติดตามได้ด้วย อีกทั้ง ยังใช้ต้นทุนในการทำธุรกรรมต่ำกว่าค่ะ
  • ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงกว่าทางตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และยังมีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในตลาดทั้งหมดด้วยค่ะ และสำหรับนักลงทุน หรือเทรดเดอร์ที่ต้องการสร้างกำไรให้ได้มาก ๆ ตลาด Forex ก็นับว่าตอบโจทย์เช่นกัน เพราะมีเครื่องมืออย่าง Leverage ในการช่วยเพิ่มผลกำไรค่ะ 

ในส่วนของราคาตลาด Forex และสินค้าโภคภัณฑ์ ต่างก็มีความผันผวนอยู่บ้าง เนื่องจากปัจจัยที่แตกต่างกัน คือ

  • สินค้าโภคภัณฑ์จะค่อนข้างมีความเสถียรมากกว่า เนื่องจากราคาขึ้นอยู่กับความต้องการ และเปอร์เซ็นต์พืชที่ปลูก แต่อย่างไรก็ตาม มันอาจจะมีความผันผวนบ้าง หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติค่ะ
  • ส่วนตลาด Forex นั้น จะมีความผันผวนมากกว่า ทั้งจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะการเมือง, เศรษฐกิจ, ภัยพิบัติ, หรือสงคราม ต่างก็สามารถส่งผลต่อตลาด Forex ได้มากกว่าค่ะ

สรุป

การลงทุนระหว่าง Forex กับสินค้าโภคภัณฑ์ล้วนก็มีข้อดีข้อเสียค่ะ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันบ้างไม่มากก็น้อย นักลงทุนควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะกับสไตล์การลงทุนของตัวเอง คุณน้าก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยให้คนที่กำลังตัดสินใจจะลงทุนหรือสนใจในเรื่องนี้อยู่ได้รับความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นนะคะ

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

คุณน้า

คุณน้า

คุณน้าเป็นเทรดเดอร์ที่คลุกคลีอยู่ในตลาดต่าง ๆ ร่วม 10 ปี จึงอยากนำความรู้ที่มีมาแบ่งปันให้กับทุกคน

Recent Post

DR และ DRx ทางเลือกใหม่ของการลงทุนต่างประเทศ ทำไมนักลงทุนต้องรู้จัก

DR และ DRx ทางเลือกใหม่ของการลงทุนต่างประเทศ ทำไมนักลงทุนต้องรู้จัก ?

ต้องการลงทุนหุ้นต่างประเทศ แต่เงินทุนน้อย แถมไม่ชอบกองทุนรวม ทำอย่างไรดี!? ไปติดตามกันกับ DR และ DRx ทางเลือกใหม่ของการลงทุนต่างประเทศ

Gen Z กับการลงทุนเปลี่ยนโลกของคนยุคใหม่

Gen Z กับการลงทุนเปลี่ยนโลกของคนยุคใหม่

ช่วงวัยของคนที่แตกต่างกัน ทำให้คนมีมุมมอง ความคิด ความชอบ ตลอดจนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย และสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกัน โดยช่วงวัยที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้ คือ ‘Gen Z’