การยื่นภาษีออนไลน์ เป็นหนึ่งทางเลือกหลักสำหรับผู้มีรายได้ในปัจจุบัน เพราะมีความสะดวก, รวดเร็ว และลดความผิดพลาดจากเอกสารได้มาก ในบทความนี้คุณน้าจะพาไปทำความเข้าใจ วิธีการยื่นภาษีออนไลน์แบบทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมเอกสารที่จำเป็น, การเลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง ไปจนถึงการยื่นและชำระภาษีอย่างครบถ้วน สำหรับมือใหม่ที่อยากยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก และไม่พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีค่ะ

การยื่นภาษีออนไลน์คืออะไร?

การยื่นภาษีออนไลน์ คือ การส่งแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-Filing) ของกรมสรรพากร โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงาน ช่วยประหยัดเวลา, ลดความยุ่งยาก และผู้ยื่นภาษียังสามารถตรวจสอบสถานะการยื่นภาษี หรือการขอคืนภาษีได้ด้วยตนเองตลอดเวลา
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษีออนไลน์?
การยื่นภาษีออนไลน์เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น
- มนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้ประจำ
- ฟรีแลนซ์/อาชีพอิสระ ที่รับงานเป็นครั้ง ๆ
- พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือผู้ขายของผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ
- ผู้ที่มีรายได้หลายทาง เช่น เงินเดือน + ค่าคอมมิชชัน
- ผู้ที่ต้องการขอคืนภาษี จากค่าลดหย่อนหรือภาษีที่ถูกหักไว้เกิน
หากคุณมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย การยื่นภาษีออนไลน์ถือเป็นหน้าที่ที่ควรทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ถูกต้องตามหลักภาษีและไม่เกิดปัญหาในภายหลังค่ะ
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีออนไลน์

ก่อนเริ่มยื่นภาษีออนไลน์ ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อให้กรอกข้อมูลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ดังนี้
เอกสารพื้นฐาน
- บัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- หนังสือรับรองเงินเดือน (ใบ 50 ทวิ)
- เอกสารรายได้อื่น ๆ (ถ้ามี)
- ข้อมูลบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน
เอกสารลดหย่อนภาษี (ถ้ามี)
- ประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ
- กองทุน RMF / Thai ESG
- ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย
- ใบเสร็จเงินบริจาค
💡 เคล็ดลับมือใหม่: ควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการยื่นภาษีทั้งหมดให้พร้อมล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ดิจิทัลหรือรูปถ่ายที่ชัดเจน เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี, ใบเสร็จค่าลดหย่อน หรือเอกสารรายได้ต่าง ๆ การเตรียมให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้กรอกข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง ลดความสับสนและความผิดพลาด ไม่ต้องเสียเวลาหยุดค้นหาเอกสารระหว่างการยื่นภาษี ทำให้กระบวนการยื่นภาษีราบรื่นและเสร็จเร็วขึ้นค่ะ
เลือกแบบฟอร์มยื่นภาษีให้ถูกต้อง
การยื่นภาษีออนไลน์จะใช้แบบฟอร์มหลักอยู่ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะรายได้ของผู้ยื่น ดังนี้
1. ภ.ง.ด. 91
เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้จาก เงินเดือนเพียงอย่างเดียว และไม่มีรายได้เสริมอื่น ๆ
2. ภ.ง.ด. 90
เหมาะสำหรับผู้ที่มี รายได้หลายทาง เช่น ฟรีแลนซ์ ค้าขาย รายได้ออนไลน์ หรือมีทั้งเงินเดือนและรายได้เสริม
การเลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การยื่นภาษีออนไลน์เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดโอกาสเกิดปัญหาในภายหลังค่ะ
ขั้นตอนวิธียื่นภาษีออนไลน์ แบบละเอียด

ขั้นตอนที่ 1 เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพกร
เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร https://efiling.rd.go.th จากนั้นกด “ยื่นแบบออนไลน์”
หากยังไม่เคยสมัครสมาชิก ให้กด “สมัครสมาชิก” และกรอกข้อมูลที่จำเป็น เช่น
- หมายเลขบัตรประชาชน (ผู้เสียภาษี)
- เลขหลังบัตรประชาชน
- วันเดือนปีเกิด
- ที่อยู่ และอีเมล
จากนั้นตั้งรหัสผ่าน เพื่อใช้เข้าสู่ระบบ e-Filing สำหรับยื่นภาษีออนไลน์

ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่ระบบยื่นภาษีออนไลน์
เข้าสู่ระบบ e-Filing โดย
- กรอกเลขบัตรประชาชนในช่องผู้ใช้งาน
- กรอกรหัสผ่านที่ตั้งไว้
จากนั้นกด “ตกลง” และยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP 6 หลัก ที่ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือ

ขั้นตอนที่ 3 เลือกแบบภาษีเงินได้
อ่านและยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ จากนั้นกด “เข้าสู่ระบบ”
เลือกเมนู “ยื่นแบบ” ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- เลือก ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ตามลักษณะรายได้ของตนเอง

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียภาษี
ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว เช่น
- เลขบัตรประชาชน
- ชื่อ–นามสกุล
- วันเดือนปีเกิด
- ที่อยู่ติดต่อ
เลือกสถานะผู้เสียภาษีให้ถูกต้อง จากนั้นกด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 5 กรอกข้อมูลรายได้
กรอกรายได้จากเงินเดือนตาม ใบ 50 ทวิ พร้อมระบุข้อมูลผู้จ่ายเงิน หากเปลี่ยนงานระหว่างปี ให้กรอกข้อมูลจากทุกที่ทำงาน กรณีมีรายได้อื่นเพิ่มเติม เช่น
- ฟรีแลนซ์
- รับจ้างทั่วไป
- ค้าขาย
- รายได้ออนไลน์ หรือการลงทุน
ให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้นกด “ถัดไป” ระบบจะคำนวณภาษีเบื้องต้นให้อัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 6 กรอกข้อมูลลดหย่อนภาษี
เลือกและกรอกสิทธิลดหย่อนที่มี เช่น
- บุตร บิดา มารดา
- ประกันสังคม / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ
- กองทุน SSF / RMF / Thai ESG
- เงินบริจาค
ตรวจสอบยอดลดหย่อนให้ถูกต้อง แล้วกด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบรายละเอียดและเลือกขอคืนภาษี
ตรวจสอบข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนทั้งหมด ระบบจะแสดงยอดภาษีที่ต้องชำระ หรือยอดภาษีที่ชำระเกิน หากชำระภาษีเกิน สามารถเลือก 2 แบบได้ ดังนี้
- ขอคืนภาษี
- บริจาคเงินภาษีให้พรรคการเมือง
ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กด “ถัดไป”

ขั้นตอนที่ 8 ยืนยันการยื่นแบบ
กด “ยืนยันการยื่นแบบ” เป็นขั้นตอนสุดท้าย
เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบออนไลน์แล้วค่ะ
ขั้นตอนการจ่ายภาษี
หลังจากยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงผลการยื่นภาษีว่าผู้เสียภาษี ต้องชำระภาษีเพิ่มเติม, ชำระภาษีไว้เกิน, หรือ ไม่มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม ซึ่งแต่ละกรณีจะมีขั้นตอนดำเนินการที่แตกต่างกัน ดังนี้
กรณีไม่มีภาษีต้องชำระเพิ่ม หรือชำระภาษีไว้เกิน
หากไม่มีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม ระบบจะแจ้งผลการยื่นแบบพร้อมหมายเลขอ้างอิง และออกเอกสารแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมใบเสร็จรับเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษี
ในกรณีที่ชำระภาษีไว้เกิน กรมสรรพากรจะดำเนินการคืนภาษีให้ โดยผู้เสียภาษีสามารถเลือกรับเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ หรือ บัญชีธนาคารกรุงไทย และสามารถติดตามสถานะการคืนภาษีได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพกร
กรณีมีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม
หากมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม ผู้เสียภาษีสามารถเลือกช่องทางการชำระได้หลากหลาย เช่น
- Internet Banking
- Mobile Banking
- บัตรเครดิต / เดบิต
- QR Code
- ผ่อนชำระภาษี (ตามเงื่อนไข)
กรณีที่มียอดภาษีตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้ สูงสุด 3 งวดเท่า ๆ กัน โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากชำระตรงตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม หากไม่ชำระภายในวันที่กำหนด จะถูกคิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน หรือเศษของเดือน สำหรับยอดภาษีที่ค้างชำระ ระบบจะคำนวณยอดเงินและกำหนดวันชำระให้ครบทั้ง 3 งวด พร้อมมี SMS จากกรมสรรพากร แจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดชำระ
ยื่นภาษีออนไลน์แล้ว ขอคืนภาษีได้อย่างไร?
หากระบบคำนวณแล้วพบว่าคุณ “ชำระภาษีเกิน” สามารถเลือกขอคืนภาษีได้ทันที โดย
- ระบุบัญชีธนาคาร
- รอการตรวจสอบ
- เงินคืนจะโอนเข้าบัญชีภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข้อดีของการยื่นภาษีออนไลน์
- สะดวก ไม่ต้องเดินทาง
- ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้
- ระบบคำนวณภาษีอัตโนมัติ
- ขอคืนภาษีได้ง่าย
- ลดโอกาสกรอกข้อมูลผิด
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ควรระวัง
- เลือกแบบฟอร์มผิด (ภ.ง.ด.90 / 91)
- ลืมกรอกรายได้เสริม
- ใส่ข้อมูลลดหย่อนเกินจริง
- ไม่ตรวจสอบข้อมูลก่อนกดยืนยัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยื่นภาษีออนไลน์
ยื่นภาษีออนไลน์ได้ถึงวันไหน?
โดยทั่วไปภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี (อาจมีขยายเวลา)
มือใหม่ยื่นภาษีออนไลน์ยากไหม?
ไม่ยาก ระบบมีขั้นตอนชัดเจน และคำนวณให้เกือบทั้งหมด
ไม่มีรายได้ ต้องยื่นภาษีออนไลน์ไหม?
หากไม่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ไม่จำเป็นต้องยื่น แต่สามารถยื่นเพื่อขอคืนภาษีได้
ยื่นภาษีออนไลน์แล้วแก้ไขได้ไหม?
สามารถยื่นเพิ่มเติมหรือแก้ไขได้ภายในกำหนดเวลา
ยื่นภาษีออนไลน์ปลอดภัยหรือไม่?
ระบบของกรมสรรพากรมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง
สรุปการยื่นภาษีออนไลน์
จากขั้นตอนวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ทั้งหมดจะเห็นได้ว่า การยื่นภาษีออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนกังวล หากเตรียมเอกสารให้ครบ, เลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง และกรอกข้อมูลตามขั้นตอนที่แนะนำไว้ การยื่นภาษีออนไลน์ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความผิดพลาดจากเอกสารได้จริง เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก พร้อมใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครบถ้วนและสบายใจค่ะ
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







