เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี ถือเป็นคำถามแรก ๆ ของวัยเริ่มต้นสร้างตัวที่เริ่มทำงานและมีรายได้เป็นของตัวเองค่ะ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเพิ่งเริ่มทำงาน เงินเดือนยังไม่เยอะ คงไม่ต้องยุ่งกับกรมสรรพากร แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายมีเกณฑ์เรื่อง “ยื่นภาษี” และ “เสียภาษี” ที่แตกต่างกัน
บทความนี้ คุณน้าจะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่า เงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องยื่น และเงินเดือนเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษีจริง ๆ พร้อมวิธีคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี?
เงินเดือนที่เริ่มต้องเสียภาษีจริง ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนโสดที่ไม่มีสิทธิลดหย่อนพิเศษอะไรเลย นอกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าลดหย่อนส่วนตัว และเงินสะสมประกันสังคม จะอยู่ที่ประมาณ 26,583 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นรายได้รวมทั้งปีตั้งแต่ 319,000 บาทขึ้นไป ค่ะ
ตัวเลขเงินเดือน 26,583 บาทต่อเดือนนี้มาจากกลไกการคำนวณที่เมื่อนำรายได้ทั้งปีมาหักค่าใช้จ่ายส่วนตัว 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนบุคคล 60,000 บาท และ หักประกันสังคม 9,000 บาทแล้ว จะเหลือ “เงินได้สุทธิ” พอดีที่ 150,000 บาทต่อปี
ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร กำหนดให้เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับการยกเว้นภาษี (อัตราภาษี 0%) ทำให้เราไม่ต้องจ่ายภาษีสักบาท แต่ถ้าเงินเดือนสุทธิเกินกว่าก้อนนี้เพียงนิดเดียว ส่วนที่เกินจะเริ่มถูกคิดภาษีขั้นบันไดที่อัตรา 5% ทันทีค่ะ
ตัวเลขเกณฑ์ภาษีและอัตราลดหย่อนด้านล่างนี้อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ปีภาษี 2568 ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละปีค่ะ
ทำความเข้าใจใหม่ “ยื่นภาษี” ไม่เท่ากับ “เสียภาษี”
เรื่องที่มนุษย์เงินเดือนมือใหม่สับสนกันบ่อยที่สุด คือ การแยกไม่ระหว่างการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กับการเสียภาษีจริงค่ะ ทั้งสองอย่างนี้เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงตามเกณฑ์ของสรรพากร
- ยื่นภาษี: คือการรายงานตัวเลขรายได้และค่าลดหย่อนของเราให้กรมสรรพากรรับทราบเพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย
- เสียภาษี: คือการจ่ายเงินค่าภาษีจริง หลังจากคำนวณเงินได้สุทธิแล้วพบว่าเกินเกณฑ์ยกเว้น
สำหรับคำถามที่ว่า เงินเดือนเท่าไหร่ไม่ต้องยื่นภาษี? กฎหมายระบุไว้ว่า หากคุณเป็นคนโสดที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงทางเดียว (เงินได้ประเภท 40(1)) ถ้ามีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 120,000 บาทต่อปี คุณจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องยื่นแบบภาษีค่ะ แต่ถ้ามีรายได้เกิน 10,000 บาทต่อเดือน แม้ว่าคำนวณออกมาแล้วจะมียอดภาษีที่ต้องจ่ายเป็น 0 บาท คุณก็ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีประจำปีตามกฎหมายค่ะ
วิธีคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณอย่างไร?
โครงสร้างการคำนวณภาษีของมนุษย์เงินเดือนจะใช้สูตรพื้นฐานเดียวกันทั้งประเทศค่ะ โดยเริ่มจากการหาเงินได้สุทธิก่อนด้วยสูตร
สูตรคำนวณภาษี
เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน
ในการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนพื้นฐาน สรรพากรกำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้
- เงินได้ทั้งปี: รวมเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการที่เป็นเงินได้ตลอดทั้งปี
- หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว: หักได้ 50% ของเงินได้ทั้งปี แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว: หักได้ทันที 60,000 บาทสำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน
- หักประกันสังคม: หักตามจริงสูงสุด 9,000 บาทต่อปี (คำนวณจาก 5% ของฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)
ตัวอย่างการคำนวณจริง: เงินเดือน 15,000 เสียภาษีไหม?
มาลองดูตัวอย่างเด็กจบใหม่เริ่มทำงานด้วยเงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือนตลอดทั้งปีกันค่ะ:
- เงินได้รวมทั้งปี (15,000 × 12) = 180,000 บาท
- หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว (50%) = 90,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท
- หักประกันสังคมตลอดปี = 9,000 บาท
- เงินได้สุทธิคงเหลือ = 180,000 – 90,000 – 60,000 – 9,000 = 21,000 บาท
เมื่อเงินได้สุทธิเหลือเพียง 21,000 บาท ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ยกเว้น 150,000 บาทแรก สรุปว่า เงินเดือน 15,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีเลยสักบาทค่ะ แต่เนื่องจากเงินเดือนเกิน 10,000 บาทต่อเดือน จึงยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ตามกฎหมายนะคะ
ตัวเลขเกณฑ์ภาษีและอัตราลดหย่อนด้านล่างนี้อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ปีภาษี 2568 ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละปีค่ะ
อัตราฐานภาษีขั้นบันได คำนวณอย่างไร?
เมื่อคำนวณเงินได้สุทธิออกมาแล้ว ตัวเลขส่วนที่เกิน 150,000 บาท จะถูกนำมาคิดภาษีในลักษณะ “ขั้นบันได” หรืออัตราภาษีแบบก้าวหน้าค่ะ ยิ่งมีเงินได้สุทธิสูงเท่าไหร่ ส่วนที่เกินก็จะไต่ระดับไปชนอัตราภาษีที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามตารางด้านล่างนี้
| ช่วงเงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี (%) | ภาษีในช่วงนี้ (บาท) |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น (0%) | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 27,500 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 65,000 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 115,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 365,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 1,265,000 |
| 5,000,000 บาทขึ้นไป | 35% | ไม่จำกัด |
ข้อดีของการคิดภาษีแบบขั้นบันไดคือ เราไม่ได้ถูกเก็บภาษีทั้งก้อนในอัตราสูงสุดทันที เช่น ถ้าคุณมีเงินได้สุทธิ 200,000 บาท เงินได้ 150,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้น และจะเสียภาษี 5% เฉพาะเงินได้ส่วนที่เกินมา 50,000 บาทเท่านั้น (คิดเป็นภาษีที่ต้องจ่ายจริงเพียง 2,500 บาท) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ช่วยกระจายภาระภาษีให้ยุติธรรมขึ้นค่ะ
ตัวเลขเกณฑ์ภาษีและอัตราลดหย่อนด้านล่างนี้อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ปีภาษี 2568 ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละปีค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเงินเดือนถึงเกณฑ์เสียภาษี มีวิธี ลดหย่อนภาษี อะไรบ้างที่มือใหม่ทำได้ทันที?
มือใหม่สามารถเริ่มจากสิทธิพื้นฐานใกล้ตัวก่อนค่ะ เช่น สิทธิลดหย่อนบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป (คนละ 30,000 บาท), การทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพเบื้องต้น, การออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ของบริษัท, หรือกองทุนรวมลดหย่อนภาษีอย่าง Thai ESG และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งช่วยทั้งออมเงินและลดภาระภาษีไปพร้อมกันค่ะ
ไม่ยื่นภาษีมีความผิดอย่างไร?
หากมีรายได้เกินเกณฑ์ที่ต้องยื่นแต่ละเลยไม่ยื่นแบบภาษีภายในกำหนด (มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป) จะมีโทษปรับทางอาญาสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และหากมีภาษีที่ต้องชำระแต่ชำระล่าช้า จะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องจ่าย นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดค่ะ
ถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ไปแล้ว ต้องยื่นภาษีอีกไหม?
ยังคงต้องยื่นภาษีตามปกติค่ะ การถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย เป็นเพียงการจ่ายภาษีล่วงหน้าชั่วคราวที่คุณบริษัทหักไว้นำส่งสรรพากร เมื่อถึงสิ้นปีเราต้องนำรายได้ทั้งปีมาคำนวณแบบเต็มอีกครั้ง ซึ่งหากพบว่าถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง เราก็จะมีสิทธิขอคืนภาษี (Tax Refund) เงินก้อนนั้นกลับคืนมาเข้ากระเป๋าเราได้ด้วยค่ะ
สรุปเกี่ยวกับเงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
สรุปแบบกระชับคือ หากคุณมีเงินเดือนเกิน 10,000 บาทต่อเดือน คุณมีหน้าที่ต้อง ยื่นภาษีออนไลน์ครั้งแรก หรือยื่นแบบประจำปีตามกฎหมายค่ะ แต่ถ้าจะถามว่าต้องจ่ายภาษีจริงเท่าไหร่ คำตอบคือคนโสดที่ไม่มีสิทธิลดหย่อนเพิ่มจะเริ่มเสียภาษีจริงเมื่อมีเงินเดือนประมาณ 26,583 บาทต่อเดือนขึ้นไป ค่ะ
การเข้าใจโครงสร้างภาษีตั้งแต่เริ่มทำงานนอกจากจะช่วยให้เราทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องเสี่ยงโดนค่าปรับย้อนหลังแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางแผนการเงินส่วนบุคคลอีกด้วยค่ะ สามารถศึกษาเรื่อง พื้นฐานภาษีมนุษย์เงินเดือน เพิ่มเติมเพื่อเตรียมรับมือกับการบริหารเงินอย่างมั่นคงในอนาคตนะคะ
การลงทุนและการบริหารเงินมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร (Revenue Department of Thailand)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







