คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 4 มกราคม 2026

คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 4 มกราคม 2026
Table of Contents

หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US 500/ S&P 500)

บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ปี 2026 ด้วยบรรยากาศเชิงบวกท่ามกลางความระมัดระวัง โดยมีความเชื่อมั่นต่อดัชนี S&P 500 เป็นหลัก หลังจากการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องหลายปีที่ขับเคลื่อนโดย AI ขณะที่กระแสเงินลงทุนในกองทุนหุ้นยังคงแข็งแกร่งจนถึงช่วงปลายปี โดยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม กองทุนหุ้นสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าเกือบ 17,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังต่อเนื่อง หลังจาก S&P 500 ให้ผลตอบแทนมากกว่า 16% ในปีที่ผ่านมา จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในสหรัฐฯ จะเติบโตมากกว่า 15% ในปี 2026 ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนยังสามารถรองรับระดับมูลค่าที่ค่อนข้างสูงได้ค่ะ

ทั้งนี้ S&P 500 เปิดต้นปีใหม่ปรับขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางสภาพคล่องที่เบาบางในช่วงวันหยุด และเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สามติดต่อกันในเชิงผลตอบแทนรายปี แม้ว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในช่วงต้นของ S&P 500 และ Nasdaq จะสะท้อนบรรยากาศการรับความเสี่ยง (risk-on) ที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า ผลตอบแทนในวันแรกของปีนั้น ในอดีตมักไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีของผลตอบแทนตลอดทั้งปีค่ะ นอกจากนี้ ความเป็นผู้นำของตลาดยังคงกระจุกตัวอยู่ในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นหลัก แม้ในช่วงปลายปี 2025 จะเริ่มปรากฏสัญญาณของการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรมให้เห็นบ้างแล้ว จากการที่นักลงทุนลดสัดส่วนในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัว เพื่อเตรียมรับโอกาสจากการกระจายตัวของการเติบโตในหลายอุตสาหกรรมมากขึ้นในปี 2026 ค่ะ

ภายในดัชนี S&P 500 หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลตอบแทนโดยรวม โดย Micron Nvidia Lam Research และ Western Digital ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ตอกย้ำการพึ่งพาการลงทุนด้าน AI ของตลาด ในทางตรงกันข้าม หุ้นขนาดใหญ่อย่าง Microsoft Meta Amazon และ Salesforce กลับกดดันการปรับขึ้นของดัชนี สะท้อนความแตกต่างของผลการดำเนินงานภายในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ชัดเจนขึ้นค่ะ ส่วน Tesla ทำผลงานได้อ่อนแอ หลังรายงานยอดส่งมอบรายไตรมาสลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน และสูญเสียตำแหน่งผู้นำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกให้กับ BYD ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยี ความแข็งแกร่งของหุ้นอุตสาหกรรมและการเงิน เช่น Boeing Caterpillar และ Goldman Sachs ช่วยพยุงดัชนีโดยรวม บ่งชี้ว่าหุ้นวัฏจักรบางกลุ่มอาจมีบทบาทมากขึ้น หากการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวในวงกว้างค่ะ

อย่างไรก็ดี S&P 500 ยังคงต้องเผชิญกับฉากหลังด้านนโยบายและเศรษฐกิจมหภาคที่เข้มข้น ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด นักลงทุนจับตาการเปลี่ยนผ่านผู้นำของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ตลาดคาดไว้ รวมถึงความไม่แน่นอนที่กลับมาอีกครั้งเกี่ยวกับนโยบายการค้าและภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ค่ะ แม้ Deutsche Bank และ Barclays จะเตือนว่าตลาดหุ้นยังคงพึ่งพาความสำเร็จของ AI อย่างมาก แต่ทั้งสองสถาบันก็ยอมรับว่า กำไรที่ยังแข็งแกร่ง การซื้อหุ้นคืน และสภาพแวดล้อมทางการเงินที่ยังเอื้ออำนวย อาจช่วยให้ S&P 500 ค่อย ๆ ปรับขึ้นต่อได้ แม้จะมีจังหวะย่อตัวบ่อยขึ้นก็ตามค่ะ ด้าน Bank of America เห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่าดัชนีมีมูลค่าค่อนข้างแพง แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับการลงทุนเชิงคัดเลือกในบางกลุ่มและบางตัวในกลุ่มเฮลธ์แคร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงปัจจัยเฉพาะตัวของหุ้นอย่าง Amazon Boeing Merck และ Cigna ค่ะ

โดยภาพรวม คุณน้ามองว่า S&P 500 เข้าสู่ปี 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังกำไรที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นใน AI ที่ยังไม่เสื่อมคลาย แต่ในขณะเดียวกัน ความเป็นผู้นำของตลาดเริ่มแคบลง ระดับมูลค่าสูง และความเสี่ยงด้านนโยบายเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ปูทางไปสู่ปีที่ผลตอบแทนมีแนวโน้มกระจายตัวมากขึ้น ขึ้นอยู่กับหุ้นแต่ละตัว และมีแนวโน้มผันผวนสูงกว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมาค่ะ

ทั้งนี้ คุณน้ามองว่าแนวโน้มพื้นฐานของดัชนี S&P 500 ยังคงพึ่งพากำไรของภาคธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ค่ะ อย่างไรก็ดี การที่ความเป็นผู้นำของตลาดเริ่มแคบลงควบคู่กับความเสี่ยงด้านมูลค่า ทำให้คุณน้าเห็นว่ากลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นรายตัวจะทวีความสำคัญมากขึ้น โดยนักลงทุนอาจมุ่งเน้นบริษัทที่มีความชัดเจนในการเติบโตของกำไร มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน และมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวค่ะ

บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

คุยหุ้นสหรัฐ วันที่ 4 มกราคม 2026

ดัชนี S&P 500 (US500) ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายในแนวโน้มขาขึ้นหลักอย่างชัดเจน โดยมีโครงสร้างระยะยาวที่เป็นขาขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 เป็นแรงหนุนสำคัญ คุณน้ามองว่า ในเชิงเทคนิค ราคายังคงยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยืนยันว่าตลาดในภาพใหญ่ยังคงแข็งแรงในเชิงโครงสร้าง แม้ความผันผวนจะเริ่มเพิ่มขึ้นก็ตามค่ะ

ในระยะสั้น โซน 6,900–6,950 ถือเป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งเกิดจากสัญญาณโมเมนตัมที่เริ่มอ่อนแรงในช่วงปลายปี 2025 คุณน้าเห็นว่า หากดัชนีสามารถปิดเหนือระดับ 6,950 ได้อย่างชัดเจนทั้งในกรอบรายวันและรายสัปดาห์ จะเป็นการยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้น โดยมีเป้าหมายถัดไปที่โซน 7,100–7,250 อย่างไรก็ดี การเบรกทะลุขึ้นดังกล่าวน่าจะต้องอาศัยแรงหนุนรอบใหม่จากหุ้นผู้นำด้าน AI เช่น NVIDIA Micron และหุ้นกลุ่มอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ที่ยังตามหลังตลาด อย่าง Microsoft และ Amazon จำเป็นต้องฟื้นตัวและทรงตัว เพื่อสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นโดยรวมค่ะ

ในฝั่งขาลง แนวรับแรกกระจุกตัวอยู่บริเวณ 6,700–6,750 และหากมีการปรับฐานลึกลงไปถึงโซน 6,450–6,500 ก็ยังถือเป็นการพักตัวเพื่อปรับฐานภายในแนวโน้มขาขึ้น มากกว่าจะเป็นสัญญาณขาลง ตราบใดที่ราคายังสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้ ซึ่งเป็นบริเวณที่เคยมีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันสะสมไว้อย่างชัดเจนค่ะ

ด้านตัวชี้วัดโมเมนตัมในปัจจุบันสะท้อนว่า แรงเร่งขาขึ้นเริ่มชะลอลง แต่ยังไม่ใช่สัญญาณกลับตัว ขณะที่ RSI ปรับลดลงจากเขตซื้อมากเกินไป ขณะที่ความกว้างของตลาดเริ่มแคบลง คุณน้ามองว่าภาพนี้สะท้อนการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม การเงิน และหุ้นวัฏจักรบางส่วน เริ่มเข้ามาชดเชยการพักฐานของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือ ยังไม่พบสัญญาณการเทขายสะสมอย่างรุนแรง จึงทำให้คุณน้ามองว่าความเสี่ยงขาลงยังอยู่ในกรอบจำกัด เว้นแต่แนวรับสำคัญจะหลุดลงอย่างชัดเจนค่ะ

ทั้งนี้ คุณน้ามองว่า แนวโน้มระยะสั้นของ S&P 500 มีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้างในกรอบ 6,700–6,950 ก่อนที่จะเลือกทิศทางที่ชัดเจน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากโมเมนตัมกำไรของบริษัทจดทะเบียน และความคาดหวังต่อนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หากดัชนีปรับขึ้น มักเป็นการไต่ระดับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการพุ่งขึ้นแรง แต่หากดัชนีหลุดต่ำกว่า 6,700 จะเพิ่มโอกาสให้ความผันผวนขยายตัวลงไปทดสอบบริเวณ 6,500 อย่างไรก็ดี ตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือระดับ 6,700 มุมมองระยะกลางยังคงเป็นขาขึ้น แม้ผลตอบแทนอาจไม่สม่ำเสมอและขึ้นกับหุ้นรายตัวมากกว่าปีก่อน ๆ ค่ะ

สรุปโดยรวม คุณน้ามองว่า ดัชนี S&P 500 ยังคงแข็งแกร่งในเชิงเทคนิค แต่เริ่มมีความตึงตัวในระยะสั้น แนวโน้มขาขึ้นยังไม่เสีย แต่การปรับขึ้นอาจช้าลง มีลักษณะคัดเลือกมากขึ้น และขึ้นกับบทบาทของหุ้นผู้นำด้าน AI รวมถึงผลกำไรจริงของบริษัท โดยอาจมีการพักฐานก่อนที่ดัชนีจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่รอบขาขึ้นใหม่เหนือระดับ 7,000 ค่ะ

📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US 500/ S&P 500)

  • แนวรับสำคัญ : 6828.1, 6811.0, 6783.3
  • แนวต้านสำคัญ : 6883.5, 6900.6, 6928.3

ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory

กำหนดการรายงานผลประกอบการ

กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView

📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง

  • NVIDIA (NVDA): คุณน้ามองว่า NVIDIA ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวอย่างแข็งแกร่ง โดยราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันได้อย่างชัดเจน ซึ่งยืนยันถึงโครงสร้างสนับสนุนที่มั่นคงของวัฏจักรตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขณะที่ในระยะสั้น NVDA อยู่ในช่วงพักฐานหลังจากการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 192–195 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่แรงขายเริ่มเข้ามาจำกัดการปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หากราคาสามารถทะลุผ่านโซนดังกล่าวได้อย่างชัดเจน จะเป็นการเปิดทางให้เกิดโมเมนตัมขาขึ้นรอบใหม่อีกครั้งค่ะ ส่วนในฝั่งขาลง แนวรับแรกอยู่บริเวณ 175–178 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับถัดไปอยู่ใกล้ระดับ 165 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เคยมีการสะสมหุ้นก่อนหน้านี้ ตัวชี้วัดโมเมนตัมเริ่มผ่อนคลายลงจากภาวะซื้อมากเกินไป แต่ยังคงอยู่ในแดนบวก สะท้อนว่าการเคลื่อนไหวในปัจจุบันเป็นการพักฐานมากกว่าการสิ้นสุดของแนวโน้มค่ะ
  • Micron Technology (MU): แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยราคาซื้อขายอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลักทั้งหมด หลังจากปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง แนวต้านระยะสั้นในปัจจุบันจึงเป็นเชิงจิตวิทยามากกว่าเชิงเทคนิค เนื่องจากไม่มีจุดสูงสุดเดิมให้ยึดอ้างอิงค่ะ ในมุมของแนวรับ ระดับแรกที่สำคัญอยู่บริเวณ 285–290 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับเชิงโครงสร้างถัดไปอยู่แถว 255–260 ดอลลาร์ ซึ่งจากมุมมองของคุณน้า การย่อตัวใด ๆ ที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มเป็นเพียงการพักฐานภายในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง มากกว่าที่จะเป็นสัญญาณของการกลับตัวค่ะ
  • Western Digital (WDC): ได้เปลี่ยนผ่านจากช่วงพักฐานเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยราคายืนเหนือทั้งเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันและ 200 วันได้อย่างมั่นคง ส่งผลให้แนวต้านอยู่ในโซนใกล้ระดับ 190–195 ดอลลาร์ ในด้านแนวรับ ระดับแนวต้านเดิมบริเวณ 165–170 ดอลลาร์ ได้เปลี่ยนมาเป็นแนวรับหลัก ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อยืนยันการไปต่อของแนวโน้ม ส่วนแนวรับรองอยู่ใกล้ระดับ 150 ดอลลาร์ โดยโมเมนตัมโดยรวมยังเป็นบวก แต่ราคาระยะสั้นปรับขึ้นค่อนข้างแรง คุณน้ามองว่าอาจมีการแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อพักฐาน ก่อนที่จะมีการเลือกทิศทางต่อไปค่ะ
  • Lam Research (LRCX): ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรงทั้งในระยะกลางและระยะยาว โดยได้รับแรงหนุนจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด LRCX อยู่ในช่วงพักฐานใต้แนวต้านบริเวณ 188–190 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุผ่านระดับนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณสนับสนุนการไปต่อสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น ในฝั่งขาลง แนวรับแรกอยู่ใกล้ระดับ 170–172 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งกว่าอยู่บริเวณ 155–158 ดอลลาร์ ส่วนตัวชี้วัดโมเมนตัมสะท้อนภาพของการทรงตัวมากกว่าการอ่อนแรง สอดคล้องกับการพักฐานภายในแนวโน้มขาขึ้นค่ะ
  • Microsoft (MSFT): ในมุมมองของคุณน้า ภาพทางเทคนิคของ Microsoft มีความเป็นกลางมากกว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยสะท้อนลักษณะของการพักฐานมากกว่าการเร่งตัวขึ้น แม้ราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งช่วยรักษาโครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่ไว้ได้ แต่ยังเผชิญแรงกดดันใต้แนวต้านระยะสั้นบริเวณ 485–495 ดอลลาร์ โดยการกลับมายืนเหนือโซนนี้ได้อย่างชัดเจนจะเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับการฟื้นตัวของโมเมนตัมขาขึ้นค่ะ ในฝั่งขาลง แนวรับสำคัญอยู่ที่ 460–465 ดอลลาร์ และแนวรับที่แข็งแกร่งกว่าอยู่ใกล้ระดับ 445–450 ดอลลาร์ ขณะที่ RSI ยังคงอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนโมเมนตัมที่ลดลง แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการขายอย่างรุนแรง คุณน้าจึงมองว่า MSFT กำลังอยู่ในช่วงพักตัว มากกว่าที่จะกลับตัวเป็นขาลงค่ะ

🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

เทรดหุ้น CFD กับ IUX โบรกเกอร์หุ้นค่าธรรมเนียมถูก

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก

สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US 500/ S&P 500)

จุดน่าเข้า Buy

  • Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 6748.1 – 6828.1 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 6828.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6891.1 และ SL ที่ประมาณ 6708.1 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 6883.5 – 6963.5 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 7004.0 และ SL ที่ประมาณ 6788.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

จุดน่าเข้า Sell

  • Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 6883.5 – 6963.5 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 6883.5 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6818.6 และ SL ที่ประมาณ 7003.5 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 6748.1 – 6828.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6694.3    และ SL ที่ประมาณ 6923.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

คำเตือน

บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of คุณน้า
คุณน้า
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 5 มกราคม 2026
วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 5 มกราคม 2026

พบกับวิเคราะห์ USDCAD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 4 มกราคม 2026
คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 4 มกราคม 2026

ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายหุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 29 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 29 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน USDRUB 29 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ USDRUB วันที่ 29 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ USDRUB ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy