Moving Average คืออะไร? Indicator ตัวดังเทรดเดอร์สายเทคนิค!

Moving Average คืออะไร? Indicator ตัวดังของเหล่าเทรดเดอร์สายเทคนิค
Table of Contents

กลับมาเจอกันอีกแล้วนะคะ สำหรับการแนะนำเครื่องมือสำหรับเทรดเดอร์ ในวันนี้คุณน้าพาเทรดจะพาทุกคนมารู้จักกับอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่ได้รับความนิยมจากเทรดเดอร์เป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Moving Average (MA) ซึ่งเคล็ดลับการเทรดของอินดิเคเตอร์ตัวนี้จะเป็นอย่างไร? ไปหาคำตอบกันค่ะ!

*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

📢 ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับ Moving Average (MA) คุณน้ามีแนะนำหนังสือ Forex PDF สอนใช้ Indicator Forex ขั้นเทพ สำหรับใครที่ต้องการอ่านเทคนิคอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถคลิกลิงก์บทความด้านล่างนี้ เพื่อรับ E-Book ฟรี! ได้เลยค่ะ


Moving Average (MA) คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้ค่าเฉลี่ยของราคาย้อนหลังมาคำนวณ และแสดงผลในรูปแบบเส้นบนกราฟ เพื่อช่วยระบุแนวโน้มของราคา, แนวรับ–แนวต้าน รวมถึงสัญญาณการกลับตัวของสินทรัพย์ต่าง ๆ

จุดเด่นของ MA คือ ความเรียบง่าย สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะเป็นการนำข้อมูลราคาย้อนหลังมาหาค่าเฉลี่ย แล้วแสดงออกมาเป็นเส้นที่ช่วยให้มองเห็นทิศทางของตลาดได้ชัดเจนขึ้น อีกทั้งอินดิเคเตอร์นี้มีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน จึงถือเป็นอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ และยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่เทรดเดอร์มืออาชีพนิยมใช้ประกอบการวิเคราะห์อีกด้วยค่ะ



การคำนวณสูตร Moving Average (MA) จะคำนวณจากค่าเฉลี่ยราคาปิดย้อนหลังในหลาย ๆ วันค่ะ ซึ่งผลลัพธ์จะถูกคำนวณออกมาในรูปแบบของกราฟเส้นนั่นเอง โดยเทรดเดอร์สามารถใช้สูตรการคำนวณ ได้ดังนี้ค่ะ


ยกตัวอย่างการคำนวณ Moving Average (MA) ง่าย ๆ 

คุณน้าจะขอยกตัวอย่างการคำนวณ Moving Average (MA) ง่าย ๆ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยคุณน้าต้องการรู้ราคาปิดของสินทรัพย์ชนิดหนึ่งในระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 25-29 โดยรายละเอียดของราคาปิดของสินทรัพย์ มีรายละเอียด ดังนี้

25

20.50

26

21.75

27

22.07

28

25.03

29

20.01

จากตารางที่กล่าวไปข้างต้น สามารถคำนวณสูตร Moving Average (MA) ได้ ดังนี้

Moving Average (MA) = (20.50+21.75+22.07+25.03+20.01) ÷ 5 = 21.87

ดังนั้นค่า Moving Average (MA) จะได้เท่ากับ 21.87 นั่นเอง


โดยปกติแล้วเส้น Moving Average (MA) มีทั้งหมด 3 ประเภทหลัก ๆ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ค่ะ 

เส้น EMA คืออะไร?

เส้น EMA ย่อมาจาก Exponential Moving Average คือ เส้นค่าเฉลี่ยที่นิยมคำนวณ ‘ค่าสุดท้าย หรือค่าล่าสุด’ ทำให้เส้น EMA ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้รวดเร็วมากกว่าเส้น SMA แต่เส้น EMA จะเกิดสัญญาณหลอกได้ง่ายเช่นเดียวกันค่ะ 

เส้น SMA คืออะไร?

เส้น SMA ย่อมาจาก Simple Moving Average คือ เส้นค่าเฉลี่ยที่ถูกคำนวณด้วยข้อมูลย้อนหลังค่ะ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับน้ำหนักของราคาเฉลี่ยในแต่ละวันเท่า ๆ กัน ทำให้เส้น SMA จะเคลื่อนไหวได้ช้ากว่า EMA แต่ก็มีความแม่นยำมากกว่าเช่นกันค่ะ

เส้น TMA คืออะไร?

เส้น TMA ย่อมาจาก Triangular Moving Average คือ เส้นค่าเฉลี่ยที่ถ่วงน้ำหนักมาที่เส้นราคาตรงกลางระยะมากกว่าราคาล่าสุดครั้ง ซึ่งการคำนวณเส้น TMA จะมีการตอบสนองช้ามากกว่าเส้น MA อื่น ๆ ทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าที่ควร


ตั้งค่าเส้น Moving Average (MA) พื้นฐานยังไงดี?

โดยปกติแล้ว เส้น Moving Average (MA) จะมีการตั้งค่าที่แตกต่างกันออกไปตามความถนัดและสไตล์การเทรดของแต่ละคน ซึ่งค่าดั้งเดิมของเส้น Moving Average จะอยู่ที่ 9 เสมอค่ะ

แล้วอย่างนี้หลาย ๆ คนคงเกิดคำถามว่า จะตั้งค่าเส้น MA อย่างไรดีให้เหมาะกับตนเอง? คุณน้าขอแนะนำว่า คุณสามารถเลือกเทคนิคการตั้งค่าเส้น MA ได้จากวัตถุประสงค์ในการลงทุนของคุณได้ค่ะว่า คุณชื่นชอบการลงทุนในระยะไหน? ซึ่งคุณน้าจะขอยกตัวอย่างการลงทุนใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น, ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีรายละเอียด ดังนี้


ตั้งค่าเส้น MA: การลงทุนในระยะสั้น

สำหรับการตั้งค่าเส้น MA ในการลงทุนระยะสั้น เทรดเดอร์จะนิยมตั้งค่าเส้นอยู่ที่ 9-25 ค่ะ เนื่องจากเป็นการใช้สัญญาณซื้อขายอย่างเร็ว เพื่อเน้นการเก็งกำไร ทำให้การลงทุนในระยะนี้ จะใช้ Time Frame อยู่ที่ 15M ลงมาค่ะ ซึ่งเหมาะกับเทรดเดอร์สาย Day Trade หรือสาย Scalping นั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าเส้น MA ใน Time Frame 15M ลงมา มีความเสี่ยงในการเจอสัญญาณหลอกได้มากกว่าการตั้งค่าใน Time Frame อื่น ๆ ค่ะ เพราะราคาจะเคลื่อนไหวค่อนข้างสูงเป็นอย่างมากค่ะ

 

ตั้งค่าเส้น MA: การลงทุนในระยะกลาง

มาต่อกันที่การตั้งค่าเส้น MA ในการลงทุนระยะกลาง เทรดเดอร์จะนิยมใช้เส้นอยู่ที่ 30-75 เนื่องจากเป็นการใช้สัญญาณซื้อขายที่ช้าลงมาหน่อย ทำให้การลงทุนในระยะนี้จะใช้ Time Frame อยู่ที่ 30M-1H ซึ่งเหมาะกับเทรดเดอร์สายรันเทรนด์ (Trend-Following) ที่ชื่นชอบการถือออเดอร์ไม่เกิน 1 สัปดาห์


ตั้งค่าเส้น MA: การลงทุนในระยะยาว

และสุดท้ายการตั้งค่าเส้น MA ในการลงทุนระยะยาว เทรดเดอร์จะนิยมใช้เส้นอยู่ที่ 100-200 ทำให้การลงทุนในระยะนี้ จะใช้ Time Frame อยู่ที่ 4H ขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับเทรดเดอร์สาย Swing Trade ที่ชื่นชอบการถือออเดอร์รายสัปดาห์หรือรายเดือน


โดยปกติแล้ว เทรดเดอร์จะหาจำนวนเส้น MA ที่เหมาะกับตัวเองค่ะ เพราะเทคนิคการเลือกใช้เส้นไหนดีที่สุดนั้น ไม่ได้มีเส้นไหนที่ดีที่สุด เพราะการเลือกใช้ต้องขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนนั่นเอง

หากให้คุณน้าแนะนำเส้น MA ย้อนหลัง เพื่อใช้ในการคำนวณ คุณน้าขอยกจำนวนวันที่เหล่าเทรดเดอร์นิยมใช้ที่สุด มาให้ทุกคนได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเส้น EMA โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • เส้น EMA 5 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 วันทำการ หรือ 1 สัปดาห์
  • เส้น EMA 10 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 วันทำการ หรือ 2 สัปดาห์
  • เส้น EMA 20 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 วันทำการ หรือ 3 สัปดาห์
  • เส้น EMA 25 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 25 วันทำการ หรือ 1 เดือน
  • เส้น EMA 40 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 40 วันทำการ หรือเกือบ 2 เดือน
  • เส้น EMA 50 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 50 วันทำการ หรือประมาณ 2 เดือน
  • เส้น EMA 75 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 75 วันทำการ หรือ 3 เดือน หรือ 1 ไตรมาส
  • เส้น EMA 200 วัน: คิดค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 200 วันทำการ หรือ 3 ไตรมาส
คุณน้าส่องแว่นขยาย


  • สามารถหาแนวรับ-แนวต้าน
  • มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งค่าเฉลี่ย
  • ใช้ระบุแนวโน้มได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
  • สามารถหาจุดกลับตัวของราคาสินทรัพย์ได้
  • อาจเกิดสัญญาณหลอกได้


การใช้เส้น Moving Average (MA) สามารถใช้ได้หลากหลายรูปแบบค่ะ โดยคุณน้าจะขอยกตัวอย่าง 3 กลยุทธ์การเทรดด้วย Moving Average (MA) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กลยุทธ์การเทรดด้วยเส้น MA: Crossover

กลยุทธ์การเทรดด้วยเส้น MA: Crossover

กลยุทธ์การเทรดด้วย MA Crossover คือ การเคลื่อนที่ของเส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นที่มีความยาวแตกต่างกันบนกราฟเดียวกันค่ะ ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้เส้นชนิดเดียวกัน หรือเลือกใช้เส้น SMA และ EMA ก็ได้ค่ะ เมื่อเส้น MA ทั้ง 2 เส้นเกิดการ Crossover กันและจะมีวิธีการสังเกต ดังนี้ค่ะ

สัญญาณแนวโน้มขาขึ้น-ขาลง

  • เมื่อเส้น Period น้อยตัดกับ Period มากขึ้นไป จะแสดงถึงแนวโน้มขาขึ้นค่ะ (Uptrend)
  • เมื่อเส้น Period น้อยตัดกับ Period มากลงมา จะแสดงถึงแนวโน้มขาลงค่ะ (Downtrend)


⭐ Tip! Period มาก-น้อยคืออะไร?

Period หรือจำนวนวัน จะมีวิธีการสังเกตโดยมีนัยสำคัญ ดังนี้

Period มาก

มีสัญญาณซื้อ-ขายเร็ว แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มอย่างรวดเร็วมีความผันผวนสูง

Period น้อย

มีสัญญาณซื้อ-ขายช้า แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มช้าลงมีความผันผวนน้อย


กลยุทธ์การเทรดด้วยเส้น MA: หาแนวรับ-แนวต้าน

กลยุทธ์การเทรดด้วยเส้น MA: หาแนวรับ-แนวต้าน

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ไม่ควรพลาดของ Moving Average คือ การหาแนวรับ-แนวต้านค่ะ โดยเทรดเดอร์จะนิยมใช้เส้น MA เส้นเดียวในการหาแนวรับ-แนวต้าน ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้เส้น SMA หรือ EMA ที่คุณถนัดได้เลยค่ะ โดยการหาแนวรับ-แนวต้านจากเส้น MA มีจุดสังเกต ดังนี้

สัญญาณแนวโน้มขาขึ้น-ขาลง

  • เมื่อราคาทะลุเส้น MA ขึ้นไปจะแสดงให้เห็นว่า เป็นสัญญาณแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
  • เมื่อราคาทะลุเส้น MA ลงมาจะแสดงให้เห็นว่า เป็นสัญญาณแนวโน้มขาลง (Downtrend)


กลยุทธ์การเทรดด้วยเส้น MA: หาแนวโน้มความชัน (Slope)

กลยุทธ์การเทรดด้วยเส้น MA: หาแนวโน้มความชัน (Slope)

และกลยุทธ์สุดท้ายของการเทรดด้วยเส้น MA คือ การหาแนวโน้มความชัน (Slope) นั่นเองค่ะ โดยเป็นเทคนิคที่ใช้ได้ง่ายที่สุดจากอินดิเคเตอร์ชนิดนี้ โดยเทรดเดอร์นิยมใช้เส้น MA เส้นเดียวในการดูความชัน แต่สามารถใช้ 2 เส้นก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของแต่ละคน โดยการหาความชัน (Slope) ด้วยเส้น MA มีวิธีการสังเกต ดังนี้

สัญญาณแนวโน้มขาขึ้น-ขาลง

  • เมื่อเส้น MA ชี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องและราคาอยู่เหนือเส้น MA จะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
  • เมื่อเส้น MA ชี้ลงอย่างต่อเนื่องและราคาอยู่ใต้เส้น MA จะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มขาลง (Downtrend)


เทรดเดอร์สามารถใช้ Moving Average ได้ผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายส่วนใหญ่ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น MT4/MT5 หรือแม้แต่ TradingView เป็นต้น รวมถึงคุณยังสามารถใช้อินดิเคเตอร์ประเภทนี้ผ่านโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการก็ได้ค่ะ สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่ยังไม่มีโบรกเกอร์ในใจ คุณน้าขอแนะนำ 3 โบรกเกอร์สำหรับมือใหม่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้


ค่าสเปรดเริ่มต้น 0.0 Pips และ Free Swap ในทุกประเภทบัญชี

ค่าสเปรดเริ่มต้น 0.8 Pips และมีการคิดค่า Swap

ค่าสเปรดเริ่มต้น 1.0 Pips และมีการคิดค่า Swap



จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า Moving Average (MA) เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ระบุแนวโน้ม, แนวรับ-แนวต้าน และจุดกลับตัวของราคาสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก่อนหน้านั้นคุณน้าเคยเขียนอินดิเคเตอร์ MACD หรือ Moving Average Convergence Divergence ซึ่งหลาย ๆ คนอาจสับสนว่า อินดิเคเตอร์ทั้ง 2 ชนิดนี้เหมือนหรือแตกต่างกัน? คุณน้าขอบอกว่า คล้ายคลึงแต่แตกต่างกันค่ะ

คำว่าคล้ายคลึงในที่นี้ คือ MACD เป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนามาจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) 2 เส้นที่มีค่าแตกต่างกัน แต่การใช้งานของ MACD และ MA แตกต่างกัน โดย MACD จะซับซ้อนกว่า MA ค่ะ เพราะ MACD สามารถวิเคราะห์ได้ 2 มุมมองพร้อม ๆ กันนั่นก็คือ การหา Momentum และแนวโน้มของราคา


Moving Average หมายถึงอะไร?

Moving Average หมายถึงอินดิเคเตอร์ที่ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในการประมวลผลราคาในอดีต เพื่อระบุแนวโน้ม, แนวรับ-แนวต้าน และจุดกลับตัวของราคาสินทรัพย์

เส้น EMA ที่นิยมใช้กัน มีอะไรบ้าง?

เส้น EMA ที่นิยมใช้กันอยู่ที่ 5 วัน, 10 วัน, 20 วัน, 25 วัน, 40 วัน, 50 วัน, 75 วัน และ 200 วัน

เส้น Moving Average ตั้งค่าดั้งเดิมอยู่ที่เท่าไหร่?

เส้น Moving Average ตั้งค่าดั้งเดิมอยู่ที่ 9 วัน 

Moving Average สูตรอะไร?

สูตรของ Moving Average คือ ผลรวมของข้อมูลในช่วงเวลาที่ใช้ ÷ จำนวนวันที่นำมาใช้

Moving Average มีกี่แบบ?

Moving Average มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1. เส้น EMA 2. เส้น SMA และ 3. เส้น TMA


ทั้งหมดนี้ก็คือ Moving Average (MA) อินดิเคเตอร์พื้นฐานที่เทรดเดอร์นิยมใช้งาน ซึ่งคุณสมบัติเด่นของอินดิเคเตอร์ชนิดนี้ การคำนวณราคาปิดย้อนหลังออกมาเป็นค่าเฉลี่ย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณากับกราฟแท่งเทียน ในการหาแนวโน้ม, แนวรับ-แนวต้าน และจุดกลับตัวของราคาสินทรัพย์นั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม Moving Average (MA) ไม่ได้การันตีความแม่นยำ 100% เนื่องจากอินดิเคเตอร์เป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการหาจังหวะสัญญาณซื้อ-ขายเท่านั้น ดังนั้น เทรดเดอร์ควรใช้อินดิเคเตอร์หรือเทคนิคอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น Price Action, RSI และที่สำคัญอย่าลืมตั้งจุด Stop Loss และ Take Profit กันด้วยนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจากคุณน้าพาเทรด และในบทความหน้า คุณน้าจะพาไปรู้จักกับอินดิเคเตอร์ตัวไหนอีก? อย่าลืมติดตามกันให้ดีค่ะ


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy