หุ้นประกันภัย คืออะไร? เข้าใจกลไกสร้างเงินปันผลก่อนลงทุนจริง 

หุ้นประกันภัย คู่มือทำความเข้าใจกลไกและวิธีลงทุนหุ้นประกันภัยสำหรับมือใหม่
Table of Contents

หุ้นประกันภัย คือ หุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจรับความเสี่ยงจากผู้เอาประกัน โดยนำเงินเบี้ยประกันภัยรับล่วงหน้าไปบริหารจัดการและลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนและกำไรให้กับบริษัทค่ะ

ในบทความนี้ คุณน้าจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจว่า ธุรกิจกลุ่มนี้ มีกลไกการทำกำไรอย่างไร มีกี่ประเภท มีข้อดีและความเสี่ยงอะไรบ้าง เพื่อให้สามารถวางแผนจัดพอร์ตลงทุนได้อย่างสบายใจค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

หุ้นประกันภัย คืออะไร?

หุ้นกลุ่มนี้ คือ หุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจรับประกันภัย ซึ่งทำหน้าที่กระจายความเสี่ยงให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทจะได้รับ “เบี้ยประกันภัย” เข้ามาก่อน และมีหน้าที่จ่าย “ค่าสินไหมทดแทน” เมื่อเกิดเหตุการณ์ความเสียหายขึ้นตามเงื่อนไขในสัญญาค่ะ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ธุรกิจประกันภัยก็เหมือนการตั้ง “พูลเงินกลาง” ที่รวบรวมเงินเบี้ยประกันจากคนจำนวนมากเข้ามาเก็บไว้ เมื่อใครคนใดคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย บริษัทก็จะนำเงินจากพูลกลางนี้ไปจ่ายช่วยคลายความเดือดร้อน

ส่วนเงินกองกลางที่ยังไม่ต้องจ่ายเคลมทันที บริษัทก็นำไปใส่ไว้ใน “ตู้เย็นเก็บเงิน” แล้วทยอยนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงเพื่อสร้างดอกผลเพิ่มเติมค่ะ

โดยโครงสร้างการทำกำไรของ ธุรกิจกลุ่มนี้ จะมาจาก 2 ช่องทางหลักด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

  1. กำไรจากการรับประกันภัย (Underwriting Profit): เกิดจากเงินเบี้ยประกันภัยที่รับเข้ามา มีจำนวนมากกว่าเงินค่าสินไหมทดแทน (ยอดเคลม) ที่ต้องจ่ายออกไป บวกกับค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ทั้งนี้ในปี 2567 ธุรกิจประกันวินาศภัยไทยโดยรวมมีกำไรจากการรับประกันภัยราว 11,996 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันภัย (Loss Ratio) เฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 57.13% ตามข้อมูลของสำนักงาน คปภ. ค่ะ
  2. กำไรจากการลงทุน (Investment Income): เกิดจากการนำเงินสำรองประกันภัย (Float) ที่ยังรอการเคลม ไปลงทุนในตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้คุณภาพดี เพื่อสร้างผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยและเงินปันผลค่ะ

นอกจากเรื่องของการลงทุนในหุ้นแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหาความคุ้มครองควบคู่ไปกับการบริหารเงินส่วนตัว การศึกษาในการเลือกประกันชีวิต ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยวางรากฐานความมั่นคงให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดีค่ะ อ่านต่อได้ที่


หุ้นประกันภัย มีอะไรบ้าง?

หากเราแบ่งตามลักษณะของสัญญาและการดำเนินธุรกิจ หุ้นกลุ่มนี้ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีโครงสร้างรายได้และลักษณะความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนค่ะ

หุ้นประกันชีวิต กับ หุ้นประกันภัยวินาศภัย ต่างกันอย่างไร

หัวข้อเปรียบเทียบหุ้นประกันชีวิต (Life Insurance)หุ้นประกันภัยวินาศภัย (Non-Life Insurance)
ระยะเวลาของสัญญาสัญญาระยะยาว (5–20 ปีขึ้นไป)สัญญาระยะสั้น (ปีต่อปี)
ลักษณะของเบี้ยประกันเบี้ยเข้ามาสม่ำเสมอและคาดการณ์ง่ายเบี้ยผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน
ลักษณะการเคลมอัตราการเคลมค่อนข้างแน่นอนตามสถิติมรณกรรมอัตราการเคลมผันผวนสูงตามภัยธรรมชาติหรืออุบัติเหตุ
กลยุทธ์การลงทุนเงินสำรองเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ระยะยาวเน้นลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องสูงเพื่อพร้อมจ่ายเคลม

  • หุ้นประกันชีวิต (Life Insurance): เน้นรับความเสี่ยงเกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ และการออมเงินระยะยาว เงินเบี้ยประกันจะเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกปี ทำให้บริษัทมีเงินสำรองก้อนใหญ่โตในการนำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพื่อรับดอกเบี้ยสม่ำเสมอค่ะ
    ทั้งนี้ข้อมูลจากสำนักงาน คปภ. ที่เผยแพร่ผ่านรายงานของ TRIS Rating ระบุว่าใน 7 เดือนแรกของปี 2568 กลุ่มบริษัทประกันชีวิตทั้ง 21 แห่งมีเบี้ยประกันภัยรับรวมกันกว่า 3.77 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่ะ
  • หุ้นประกันภัยวินาศภัย (Non-Life Insurance): เน้นรับความเสี่ยงจากทรัพย์สิน เช่น ประกันรถยนต์ (มอเตอร์), ประกันไฟ, ประกันภัยการเดินทาง และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล สัญญาจะเป็นแบบปีต่อปี กำไรของกลุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการประเมินความเสี่ยงและอัตราการเกิดเหตุในปีนั้น ๆ เป็นหลักค่ะ

หุ้นประกันภัย มีอะไรบ้าง แผนภาพเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างหุ้นประกันชีวิตและประกันวินาศภัย


หุ้นประกันภัย น่าลงทุนไหม?

การพิจารณาว่า หุ้นกลุ่มนี้ น่าลงทุนไหม นั้น เราจำเป็นต้องพิจารณาทั้งมิติของจุดเด่นและความเสี่ยงเฉพาะตัวของอุตสาหกรรมอย่างรอบด้านค่ะ

จุดเด่นของหุ้นประกันภัย (ทำไมถึงได้เงินปันผลสม่ำเสมอ)

  • เงินสดไหลเข้าล่วงหน้า (Positive Cash Flow Model): บริษัทประกันภัยได้รับเงินเบี้ยประกันเข้ามาล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดภาระค่าใช้จ่ายในการเคลม ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดหมุนเวียนในมือตลอดเวลา
  • ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น: เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น บริษัทประกันภัยจะสามารถนำเงินสำรองประกันภัยไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้ชุดใหม่ที่ให้อัตราดอกเบี้ย (Yield) สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
  • สอดรับกับสังคมสูงวัยและคนรักสุขภาพ: การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจการวางแผนการเงินและสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันชีวิตเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • เป็นหนึ่งในหุ้นปันผลน่าสนใจ: ด้วยกระแสเงินสดที่มั่นคง บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่จึงมี นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดรับเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

การเลือกลงทุนในกลุ่มประกันภัยถือเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามเทรนด์การเงินและการลงทุนที่สอดรับกับโครงสร้างประชากรในยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ

ความเสี่ยงและข้อควรระวังที่ต้องรู้

  • ความเสี่ยงจากการเคลมใหญ่ฉับพลัน (Underwriting Risk): หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ภัยธรรมชาติร้ายแรง หรือโรคระบาดใหญ่ ยอดการเรียกร้องค่าสินไหมจะพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน จนอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิและเงินปันผลในปีนั้น ๆ ได้ค่ะ
  • ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย: ในช่วงดอกเบี้ยขาลง ผลตอบแทนจากการนำเงินสำรองไปลงทุนใหม่จะลดลง ซึ่งอาจกดดันอัตราทำกำไรของบริษัทประกันชีวิตที่มีภาระต้องจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำตามสัญญาแก่ลูกค้า

หุ้นประกันภัย ตัวไหนเด่น และมีวิธีคัดเลือกร่วมกับหุ้นกลุ่มอื่นอย่างไร?

ในการพิจารณาว่า หุ้นกลุ่มนี้ ตัวไหนเด่น และเหมาะกับการนำเข้าพอร์ตลงทุน คุณน้าแนะนำให้พิจารณาผ่าน 3 หลักเกณฑ์ทางการเงินที่สำคัญดังนี้ค่ะ

  1. ดูอัตราส่วนการเคลมประกัน (Loss Ratio) และ Combined Ratio: ควรเลือกบริษัทที่บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการจ่ายสินไหมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี Combined Ratio ต่ำกว่า 100% เพราะหมายความว่าบริษัทยังคงมีกำไรจากการรับประกันภัยจริง ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะกำไรจากการลงทุนเพียงอย่างเดียว (ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ประเมินผลประกอบการของบริษัทประกันภัยทั่วไป)
  2. เช็กความแข็งแกร่งของกองทุน (CAR Ratio): อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Capital Adequacy Ratio) ควรสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ที่ร้อยละ 140 ค่อนข้างมาก เพื่อรองรับความเสี่ยงหากเกิดวิกฤตค่ะ
  3. ตรวจสอบประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield): สถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง 3–5 ปี ควรมีความสม่ำเสมอและจ่ายจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

หุ้นประกันภัย ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างไร?

เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น บริษัทประกันภัยจะสามารถนำเงินสำรองที่มีอยู่จำนวนมากไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ที่ออกใหม่ซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ทำให้บริษัทมีรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น และช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิโดยรวมค่ะ

หากเกิดโรคระบาดหรือภัยธรรมชาติ หุ้นประกันภัย จะได้รับผลกระทบมากแค่ไหน?

จะส่งผลกระทบต่อกำไรจากการรับประกันภัยในระยะสั้น เนื่องจากมียอดการเรียกร้องค่าสินไหมพุ่งสูงขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยที่มีการกระจายความเสี่ยงไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ (Reinsurance) และมีอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR Ratio) ที่แข็งแกร่ง จะสามารถบริหารจัดการและผ่านพ้นช่วงดังกล่าวไปได้ค่ะ

มือใหม่ควรเริ่มศึกษาหุ้นประกันภัยจากจุดไหนก่อน?

คุณน้าแนะนำให้เริ่มต้นจากการแยกประเภทให้ชัดเจนก่อนว่าบริษัทนั้นทำประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัย จากนั้นให้ตรวจเช็กประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง และดูความมั่นคงทางการเงินผ่านอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR Ratio) ก่อนตัดสินใจลงทุนค่ะ

สรุปเกี่ยวกับหุ้นประกันภัย

สรุปแล้ว หุ้นกลุ่มนี้ เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นปันผลที่มีโมเดลธุรกิจน่าสนใจ จากการนำเบี้ยประกันภัยรับล่วงหน้าไปสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังคงต้องคอยติดตามปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและยอดการเคลมประกันภัยอย่างใกล้ชิดเสมอ เพื่อปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมและช่วยลดความเสี่ยงอย่างยั่งยืนค่ะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ คู่มือปูพื้นฐานดัชนี STI และวิธีลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย
ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ คืออะไร? ช่องทางลงทุนต่างประเทศใกล้บ้าน

ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ คือดัชนีชี้วัดความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในประเทศสิงคโปร์ที่รวมเอาบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับคนมองหาหุ้นปันผลมั่นคง คุณน้าสรุปจุดเด่นและช่องทางลงทุนผ่านหุ้น DR ในไทยมาให้แบบเข้าใจง่ายค่ะ

ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่!

ICT Forex คือ กลยุทธ์การเทรด Forex ที่จะช่วยให้คุณฝึกคิดเหมือนกับนักลงทุนรายใหญ่ (Smart Money Concept) เพื่อเข้าใจโครงสร้างของตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุน SPDR ตัวร้ายของสายเทรดทองคำ
กองทุน SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุนทองคำทรงอิทธิพล

กองทุน SPDR คืออะไร? หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำโลก เจาะลึกความเป็นมาและวิธีใช้ข้อมูลการถือครองของ SPDR เพื่อวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างแม่นยำ

Volume Analysis คืออะไร คู่มือการอ่านปริมาณการซื้อขายสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
Volume Analysis คืออะไร? ถอดรหัสปริมาณซื้อขายแบบเข้าใจง่าย

Volume Analysis คืออะไร? ปริมาณการซื้อขายถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยยืนยันแรงสนับสนุนของราคา คุณน้าสรุปกลไก Tick Volume ใน Forex เทียบกับตลาดหุ้น พร้อมวิธีอ่านสัญญาณบนกราฟร่วมกับ Volume Profile ให้มือใหม่เข้าใจง่ายค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy