Purchasing Power คืออะไร? รู้ก่อนเงินในกระเป๋าด้อยค่า!

Purchasing Power อธิบายความหมายของอำนาจซื้อและเงินเฟ้อ
Table of Contents

Purchasing Power คือ ความสามารถในการซื้อสินค้าและบริการด้วยจำนวนเงินที่มีอยู่ค่ะ โดยอำนาจซื้อจะสะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของเงินในกระเป๋าเรา ทำให้นักลงทุนและมนุษย์เงินเดือนต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้ออยู่เสมอ ในบทความนี้ คุณน้าจะมาพาทุกคนทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Purchasing Power คืออะไร และจะวางแผนรับมืออย่างไรให้อำนาจซื้อของเราไม่ลดลงค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลลัพธ์ในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

Purchasing Power คืออะไร?

Purchasing Power หรือ อำนาจซื้อ คือ มูลค่าสินค้าและบริการที่เงินจำนวนหนึ่งสามารถซื้อได้ ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นการวัดมูลค่าเงินที่แท้จริง (Real Value) ต่างจากมูลค่าตามหน้าเงิน (Nominal Value) ที่เป็นตัวเลขบนธนบัตร หากอำนาจซื้อสูงขึ้น เงินจำนวนเท่าเดิมจะสามารถซื้อของได้มากขึ้น แต่หากอำนาจซื้อลดลง เงินจำนวนเท่าเดิมจะซื้อของได้น้อยลงนั่นเองค่ะ

อัตราเงินเฟ้อและ GDP มีผลกระทบต่ออำนาจซื้ออย่างไร?

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อ Purchasing Power คือ อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) เมื่อเกิดเงินเฟ้อ ราคาสินค้าและบริการโดยรวมในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มูลค่าเงินในมือของเราลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

GDP คืออะไร และเชื่อมโยงกับกำลังซื้อของประชาชนอย่างไร?

GDP หรือ Gross Domestic Product คือ ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศที่ใช้สะท้อนภาพรวมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ หาก GDP เติบโตอย่างมั่นคง ประชาชนมักจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อำนาจซื้อโดยรวมขยายตัว แต่หาก GDP ชะลอตัวในขณะที่เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและค่าครองชีพของประชาชนโดยตรงค่ะ

คุณน้าขอยกตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ เช่น หากข้าวมันไก่เมื่อ 10 ปีก่อนราคาจานละ 30 บาท หากเรามีเงิน 300 บาท ในอดีตจะซื้อข้าวมันไก่ได้ถึง 10 จาน แต่หากในปัจจุบันข้าวมันไก่ปรับราคาขึ้นเป็นจานละ 60 บาท เงิน 300 บาทเท่าเดิมก็จะซื้อได้เพียง 5 จานเท่านั้น (ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และช่วงเวลา)

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าอำนาจซื้อของเราลดลงไปถึง 50% แม้จำนวนเงินในกระเป๋าจะเท่าเดิมก็ตาม หากเราออมเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ เงินเก็บของเราก็จะถูกอำนาจซื้อกัดกินไปเรื่อย ๆ ค่ะ 

Purchasing Power ผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อต่อกำลังซื้อ


Purchasing Power Parity (PPP) คืออะไร?

Purchasing Power Parity (PPP) หรือ ความทัดเทียมของอำนาจซื้อ คือ ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนและกำลังซื้อระหว่างสกุลเงินของสองประเทศ โดยอิงจากหลักการที่ว่า สินค้าชนิดเดียวกันควรจะมีราคาเท่ากันเมื่อคำนวณเป็นสกุลเงินเดียวกัน

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ “Big Mac Index” ของนิตยสาร The Economist ที่นำราคาเบอร์เกอร์ Big Mac ในแต่ละประเทศมาเปรียบเทียบ เพื่อดูว่าอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินนั้น ๆ แข็งค่าหรืออ่อนค่าเกินกว่าความเป็นจริงเมื่อเทียบกับกำลังซื้อที่แท้จริงค่ะ

3 วิธีปกป้อง Purchasing Power ของมนุษย์เงินเดือน

เพื่อไม่ให้อำนาจซื้อและเงินเก็บของเราด้อยค่าลงตามกาลเวลา มนุษย์เงินเดือนสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้ในการบริหารการเงินได้ค่ะ

  1. เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ชนะเงินเฟ้อ: นำเงินออมบางส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เช่น หุ้น, กองทุนรวม, หรือตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์เหล่านี้มีความผันผวนและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน มูลค่าอาจปรับตัวลดลงได้ในบางช่วงเวลา จึงควรศึกษาระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุน 
  2. บริหารภาระหนี้สินและดอกเบี้ย: วางแผนการกู้ยืมอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกรูปแบบดอกเบี้ยในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
  3. วางแผนการออมและการใช้จ่าย: จัดสรรงบประมาณรายเดือนและสำรองเงินสภาพคล่องให้เหมาะสมกับค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลง

การเลือกสัญญาดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยคงที่ VS ดอกเบี้ยลอยตัว

ในการกู้ยืมเงิน เช่น การกู้บ้าน อัตราดอกเบี้ยมีส่วนสำคัญต่ออำนาจซื้อของมนุษย์เงินเดือนอย่างมาก คุณน้าสรุปความแตกต่างของทั้งสองแบบไว้ให้ดังนี้ค่ะ

ประเภทอัตราดอกเบี้ยเหมาะกับสถานการณ์ข้อดี
ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)ช่วงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นล็อคต้นทุนค่างวด ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย
ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)ช่วงแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงช่วยลดภาระดอกเบี้ย มีเงินเหลือไปต่อยอดเพิ่มอำนาจซื้อในอนาคต

2. เงินส่วนที่เหลือควรนำไปจัดสรรลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนชนะอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว

คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรือตราสารหนี้ ล้วนมีโอกาสที่มูลค่าเงินต้นจะลดลงได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด 

คำถามที่พบบ่อย

เงินเฟ้อกระทบอำนาจซื้ออย่างไร?

เงินเฟ้อทำให้ราคาสินค้าและบริการแพงขึ้น ส่งผลให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง หรือกล่าวได้ว่าอำนาจซื้อของเงินลดลงนั่นเองค่ะ

Purchasing Power Parity คืออะไร?

ทฤษฎีความทัดเทียมของอำนาจซื้อที่ใช้เปรียบเทียบกำลังซื้อระหว่างสกุลเงินต่าง ๆ โดยอิงจากราคาสินค้าชนิดเดียวกันในแต่ละประเทศ เพื่อประเมินความเหมาะสมของอัตราแลกเปลี่ยนค่ะ

มนุษย์เงินเดือนจะรักษา Purchasing Power ไว้ได้อย่างไร?

สามารถรักษาอำนาจซื้อได้ด้วยการนำเงินออมบางส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย เช่น หุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ค่ะ

สรุปเกี่ยวกับ Purchasing Power Parity

Purchasing Power

การเข้าใจเกี่ยวกับ Purchasing Power หรืออำนาจซื้อ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารการเงินส่วนบุคคล เพราะเงินเฟ้อจะคอยลดมูลค่าเงินสดของเราอยู่ตลอดเวลา การวางแผนจัดสรรเงินออมและการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสม จะช่วยปกป้องอำนาจซื้อและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพื่อเป้าหมายในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยในการค้นคว้าและร่างเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจสอบและปรับปรุงโดยทีมบรรณาธิการที่เป็นมนุษย์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Bank of Thailand International Monetary Fund (IMF) U.S. Bureau of Labor Statistics


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ดัชนีหุ้นเอเชีย คู่มือทำความเข้าใจดัชนีหุ้นสำคัญในเอเชียสำหรับนักลงทุนมือใหม่
ดัชนีหุ้นเอเชีย คืออะไร? ชี้เป้าดัชนีสำคัญก่อนเริ่มลงทุน

ดัชนีหุ้นเอเชีย คือตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคใกล้ตัว คุณน้าสรุปดัชนีหลักอย่าง Nikkei 225, Hang Seng, KOSPI พร้อมช่องทางการลงทุนสำหรับคนไทยให้เข้าใจง่ายค่ะ

เปิดพอร์ตหุ้น อายุเท่าไหร่ สรุปเกณฑ์อายุและเงื่อนไขการเปิดบัญชีหุ้น
เปิดพอร์ตหุ้น อายุเท่าไหร่? เช็กความพร้อมก่อนเริ่มลงทุน

เปิดพอร์ตหุ้น อายุเท่าไหร่ เป็นคำถามยอดฮิตของมือใหม่ที่อยากเริ่มลงทุน คุณน้าสรุปเกณฑ์อายุ 18 และ 20 ปีตามกฎหมาย เอกสารที่ต้องใช้ พร้อมวิธีเช็กความพร้อมทางการเงินก่อนลงสนามจริงให้แล้วค่ะ

iShares Core Nikkei 225 ETF กองทุน ETF หุ้นญี่ปุ่นชั้นนำ ค่าธรรมเนียมต่ำ
iShares Core Nikkei 225 ETF โอกาสลุยหุ้นญี่ปุ่นที่ต้องรู้

iShares Core Nikkei 225 ETF เป็นกองทุน ETF ที่ให้โอกาสเข้าถึงหุ้นชั้นนำ 225 บริษัทของญี่ปุ่นด้วยต้นทุนต่ำ ค่าธรรมเนียมเพียง 0.05% ต่อปี พร้อมวิเคราะห์โครงสร้าง Price-Weighted และข้อควรระวังเรื่องค่าเงิน JPY ค่ะ

ตลาดหุ้นไต้หวัน คู่มือเจาะลึกการลงทุนในดัชนี TAIEX และหุ้นเทคโนโลยีไต้หวัน
ตลาดหุ้นไต้หวัน คืออะไร? คู่มือลงทุนฮับ AI โลกสำหรับมือใหม่

ตลาดหุ้นไต้หวัน คือศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยชิป AI และดัชนี TAIEX คุณน้าสรุปโครงสร้าง หุ้นชั้นนำอย่าง TSMC พร้อมช่องทางลงทุนและวิธีบริหารความเสี่ยงมาให้แบบเข้าใจง่ายค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy