วิธีการยื่นภาษีออนไลน์ฉบับมือใหม่ เข้าใจง่าย ครบทุกขั้นตอน

วิธีการยื่นภาษีออนไลน์ฉบับมือใหม่ เข้าใจง่าย ครบทุกขั้นตอน
Table of Contents

การยื่นภาษีออนไลน์ เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ภาษีในปัจจุบัน เพราะมีความสะดวก, รวดเร็ว และลดความผิดพลาดจากเอกสารได้ บทความนี้คุณน้าจะพาไปทำความเข้าใจวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมเอกสารที่จำเป็น, การเลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง ไปจนถึงการยื่นและชำระภาษีอย่างครบถ้วน สำหรับมือใหม่ที่อยากยื่นภาษีให้ถูกต้อง และจะได้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีค่ะ

คุณน้าพาเทรด
การยื่นภาษีออนไลน์คืออะไร?

การยื่นภาษีออนไลน์ คือ การส่งแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-Filing) ของกรมสรรพากร โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงาน ช่วยประหยัดเวลา, ลดความยุ่งยาก และผู้ยื่นภาษียังสามารถตรวจสอบสถานะการยื่นภาษี หรือการขอคืนภาษีได้ด้วยตนเองตลอดเวลา


การยื่นภาษีออนไลน์เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น

  • มนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้ประจำ
  • ฟรีแลนซ์/อาชีพอิสระ ที่เน้นรับงานตามทักษะและความถนัด
  • พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือผู้ขายของผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ
  • ผู้ที่มีรายได้หลายทาง โดยมีเงินได้มากกว่าหนึ่งแหล่ง
  • ผู้ที่ต้องการขอคืนภาษี จากค่าลดหย่อนหรือภาษีที่ถูกหักไว้เกิน


หากคุณมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย การยื่นภาษีถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี เพื่อความถูกต้องตามหลักภาษีและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังค่ะ


เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีออนไลน์

ก่อนเริ่มยื่นภาษีออนไลน์ ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อให้กรอกข้อมูลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ดังนี้

เอกสารพื้นฐาน

  • บัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
  • เอกสารรายได้อื่น ๆ (ถ้ามี)
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน

เอกสารลดหย่อนภาษี (ถ้ามี)

  • ประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ
  • กองทุน RMF/Thai ESG
  • ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย
  • ใบเสร็จเงินบริจาค


💡 เคล็ดลับมือใหม่: ควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการยื่นภาษีทั้งหมดให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ดิจิทัลหรือรูปถ่ายที่ชัดเจน เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี, ใบเสร็จค่าลดหย่อน หรือเอกสารรายได้ต่าง ๆ เพราะการเตรียมให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้กรอกข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง ลดความสับสนและความผิดพลาด ไม่ต้องเสียเวลาหยุดค้นหาเอกสารระหว่างการยื่นภาษี ทำให้กระบวนการยื่นภาษีราบรื่นและเสร็จเร็วขึ้นค่ะ


การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี มีแบบฟอร์มให้เลือกหลายแบบ เช่น ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91, ภ.ง.ด.94 และภ.ง.ด.95 อย่างไรก็ตาม สำหรับการยื่นภาษีประจำปีของบุคคลทั่วไป จะใช้แบบฟอร์มหลักเพียง 2 แบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะรายได้ ดังนี้

1. ภ.ง.ด. 91

เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว และไม่มีรายได้เสริมอื่น ๆ

2. ภ.ง.ด. 90

เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้หลายทาง เช่น ฟรีแลนซ์, ค้าขาย, รายได้ออนไลน์ หรือมีทั้งเงินเดือนและรายได้เสริม

การเลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การยื่นภาษีออนไลน์เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดโอกาสเกิดปัญหาในภายหลังค่ะ

หลายคนอาจคุ้นเคยกับแบบฟอร์มภาษีอย่าง ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.94 อยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่กำลังจะยื่นภาษีเป็นครั้งแรก หรือยังไม่แน่ใจว่าควรใช้แบบไหน คุณน้าจะพาคุณไปรู้จักความหมายของแต่ละแบบฟอร์ม ความแตกต่างที่ควรรู้ และวิธีเลือกยื่นให้ถูกต้อง แบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ที่บทความนี้ค่ะ


ขั้นตอนที่ 1 เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

ขั้นตอนที่ 1 เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร https://efiling.rd.go.th จากนั้นกด “ยื่นแบบออนไลน์”

หากยังไม่เคยสมัครสมาชิก ให้กด “สมัครสมาชิก” และกรอกข้อมูลที่จำเป็น ได้แก่

  • หมายเลขบัตรประชาชน (ผู้เสียภาษี)
  • เลขหลังบัตรประชาชน
  • วันเดือนปีเกิด
  • ที่อยู่ และอีเมล


จากนั้นตั้งรหัสผ่าน เพื่อใช้เข้าสู่ระบบ e-Filing สำหรับยื่นภาษีออนไลน์


ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่ระบบยื่นภาษีออนไลน์

ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่ระบบยื่นภาษีออนไลน์

เข้าสู่ระบบ e-Filing โดย

  • กรอกเลขบัตรประชาชนในช่องผู้ใช้งาน
  • กรอกรหัสผ่านที่ตั้งไว้


จากนั้นกด “ตกลง” และยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP 6 หลัก ที่ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือ


ขั้นตอนที่ 3 เลือกแบบภาษีเงินได้

ขั้นตอนที่ 3 เลือกแบบภาษีเงินได้

  • อ่านเงื่อนไขการใช้บริการ จากนั้นกด “ยอมรับ”
  • เลือกเมนู “ยื่นแบบ” ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • เลือก ภ.ง.ด. 90/91


ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบข้อมูลของผู้มีเงินได้

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบข้อมูลของผู้มีเงินได้

ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว เช่น

  • เลขบัตรประชาชน
  • ชื่อ–นามสกุล
  • วันเดือนปีเกิด
  • ที่อยู่ติดต่อ


เลือกสถานะผู้เสียภาษีให้ถูกต้อง จากนั้นกด “ถัดไป”


ขั้นตอนที่ 5 กรอกข้อมูลรายได้

ขั้นตอนที่ 5 กรอกข้อมูลรายได้

กรอกรายได้จากเงินเดือนตาม ใบ 50 ทวิ พร้อมระบุข้อมูลผู้จ่ายเงิน หากเปลี่ยนงานระหว่างปี ให้กรอกข้อมูลจากทุกที่ทำงาน และกรณีมีรายได้อื่นเพิ่มเติม เช่น

  • ฟรีแลนซ์
  • รับจ้างทั่วไป
  • ค้าขาย
  • รายได้ออนไลน์ หรือการลงทุน


ให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้นกด “ถัดไป” ระบบจะคำนวณภาษีเบื้องต้นให้อัตโนมัติ


ขั้นตอนที่ 6 กรอกข้อมูลลดหย่อนภาษี

ขั้นตอนที่ 6 กรอกข้อมูลลดหย่อนภาษี

เลือกและกรอกสิทธิลดหย่อนที่มี เช่น

  • บุตร บิดา มารดา
  • ประกันสังคม / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ
  • กองทุน RMF / Thai ESG
  • เงินบริจาค


ตรวจสอบข้อมูลการลดหย่อนให้ถูกต้อง แล้วกด “ถัดไป”


ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบรายละเอียดและเลือกขอคืนภาษี

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบรายละเอียดและเลือกขอคืนภาษี

ตรวจสอบข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนทั้งหมด ระบบจะแสดงยอดภาษีที่ต้องชำระ หรือยอดภาษีที่ชำระเกินไว้ หากมีการชำระภาษีเกิน สามารถเลือก 2 แบบได้ ดังนี้

  • ขอคืนภาษี
  • บริจาคให้พรรคการเมือง


ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กด “ถัดไป”


ขั้นตอนที่ 8 ยืนยันการยื่นแบบ

ขั้นตอนที่ 8 ยืนยันการยื่นแบบ

กด “ยืนยันการยื่นแบบ” เป็นขั้นตอนสุดท้าย เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบออนไลน์แล้วค่ะ



หลังจากยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงผลการยื่นภาษีว่าผู้เสียภาษีต้องชำระภาษีเพิ่มเติม, ชำระภาษีไว้เกิน, หรือไม่มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม ซึ่งแต่ละกรณีจะมีขั้นตอนดำเนินการที่แตกต่างกัน ดังนี้

กรณีไม่มีภาษีต้องชำระเพิ่ม หรือชำระภาษีไว้เกินและต้องการขอคืน

หากไม่มีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม ระบบจะแจ้งผลการยื่นแบบพร้อมหมายเลขอ้างอิง และออกเอกสารแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมใบเสร็จรับเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ามีการยื่นภาษีแล้ว

ในกรณีที่ชำระภาษีไว้เกิน กรมสรรพากรจะดำเนินการคืนภาษีให้ โดยผู้เสียภาษีสามารถเลือกรับเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ (ผูกกับเลขบัตรประชาชน) หรือบัญชีธนาคารกรุงไทย และสามารถติดตามสถานะการคืนภาษีได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร

กรณีมีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม

หากมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม ผู้เสียภาษีสามารถเลือกช่องทางการชำระได้หลากหลาย เช่น

  • Internet Banking
  • Mobile Banking
  • บัตรเครดิต/เดบิต
  • QR Code
  • ผ่อนชำระภาษี (ตามเงื่อนไข)


กรณีที่มียอดชำระภาษีตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้ สูงสุด 3 งวด โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากชำระตรงตามกำหนด

อย่างไรก็ตาม หากไม่ชำระภายในวันที่กำหนด จะถูกคิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน หรือเศษของเดือน สำหรับยอดภาษีที่ค้างชำระ ระบบจะคำนวณยอดเงินและกำหนดวันชำระให้ครบทั้ง 3 งวด พร้อมมี SMS จากกรมสรรพากร แจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดชำระ


วิธีตรวจสอบการยื่นภาษีออนไลน์

หลังจากยื่นภาษีเรียบร้อย สามารถตรวจสอบสถานะการขอคืนภาษีได้ 2 ช่องทาง คือ เว็บไซต์กรมสรรพากร และสำนักงานสรรพากรพื้นที่ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

การตรวจสอบสถานะการยื่นภาษีและการขอคืนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร

  1. เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากรและเลือกเมนู My Tax Account เพื่อเข้าสู่ระบบ
  1. เข้าสู่ระบบด้วย RD ID โดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชน และรหัสผ่าน หรือเลือกเข้าสู่ระบบผ่านช่องทางอื่น เช่น แอปพลิเคชัน ThaiD, เป๋าตัง หรือแอปธนาคาร
  1. กดขอรหัส OTP ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้
  1. กรอกรหัส OTP 6 หลักที่ได้รับ และกดยืนยัน OTP
  1. เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกเมนูติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร
  1. ระบบจะแสดงสถานะการยื่นภาษีของคุณทันที


นอกจากนี้ คุณยังสามารถดูประวัติการยื่นภาษี, รายละเอียดต่าง ๆ และสถานะการขอคืนภาษีย้อนหลังได้ในที่เดียว ซึ่งช่วยให้ติดตามข้อมูลได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บข้อมูลภาษีไว้ใช้งานในอนาคตค่ะ


การตรวจสอบสถานะการยื่นภาษีออนไลน์ที่สำนักงานกรมสรรพากรพื้นที่

สำหรับผู้ที่สะดวกเดินทาง หรือต้องการปรึกษาเรื่องภาษีกับเจ้าหน้าที่โดยตรง สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ตามภูมิลำเนาที่ระบุไว้ในแบบแสดงรายการภาษีของแต่ละคน รวมถึงสามารถติดต่อสอบถามผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้ ดังนี้

  1. Call Center โทร. 1161
  2. หมายเลขโทรศัพท์กลาง (Operator) ของแต่ละหน่วยงาน


เมื่อคุณตรวจสอบสถานะภาษีแล้วพบว่าถึงขั้นตอน ‘ส่งคืนภาษี’ นั่นแสดงว่ากรมสรรพากรอยู่ระหว่างดำเนินการคืนเงินให้ โดยสามารถรับเงินคืนภาษีได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

1. พร้อมเพย์ (PromptPay)
รับเงินคืนผ่านบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด

2. โอนเข้าบัญชีธนาคาร
รับเงินคืนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

3. รับเงินด้วยตนเองที่สาขาธนาคาร
ในกรณีที่ไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ กรมสรรพากรจะออกหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ค.21) เพื่อให้นำไปติดต่อรับเงินที่ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

กรมสรรพากรจะดำเนินการคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือน กรณีมีหลักฐานชัดเจนว่าได้ชำระภาษีเกิน, ผิด, ซ้ำ หรือไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่กรมสรรพากรได้รับคำร้องขอคืนเงินภาษี ผ่านแบบ ภ.ง.ด.90/91 หรือแบบคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค.10)


  • กรณีไปรษณีย์ส่งเอกสารไม่ถึง, สูญหาย หรือเกินกำหนดเวลา ผู้ขอคืนสามารถติดต่อขอออกหนังสือแจ้งคืนฉบับใหม่ได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามที่อยู่ในแบบแสดงรายการ หรือยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.rd.go.th เพื่อขอออกหนังสือแจ้งคืน (ค.21) ฉบับใหม่ได้เช่นกัน
  • หากยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 แล้วไม่ได้รับเงินคืนภาษี, ได้รับไม่ครบตามที่ขอ หรือไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง (ค.30 หรือ ค.21) โดยให้ทำหนังสืออุทธรณ์ด้วยตนเอง ชี้แจงเหตุผล พร้อมแนบเอกสารประกอบ และยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาที่ระบุในหนังสือแจ้ง


สำหรับใครที่อยากได้รับเงินภาษีคืนเร็วขึ้น คุณน้าได้รวบรวมเคล็ดลับดี ๆ ที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้คุณได้รับเงินคืนได้ไวขึ้น ห้ามพลาด! ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้น ระยะเวลาในการได้รับเงินคืนภาษีอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบุคคลค่ะ


  • สะดวก ไม่ต้องเดินทางไปยังกรมสรรพากร
  • ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้
  • ระบบคำนวณภาษีอัตโนมัติ
  • ขอคืนภาษีได้ง่าย
  • เลือกแบบฟอร์มผิด (ภ.ง.ด.90/91)
  • ลืมกรอกรายได้เสริม
  • ใส่ข้อมูลลดหย่อนเกินจริง
  • อาจลืมตรวจสอบข้อมูลก่อนกดยืนยัน

ยื่นภาษีได้ถึงวันไหน?

ผู้ที่ยื่นภาษีแบบกระดาษที่กรมสรรพากร สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ส่วนผู้ที่ยื่นภาษีออนไลน์ (e-Filing) สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 8 เมษายนของทุกปี

มือใหม่ยื่นภาษีออนไลน์ยากไหม?

ไม่ยาก เพราะระบบมีขั้นตอนชัดเจน และคำนวณให้เกือบทั้งหมด ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามกรมสรรพากรได้โดยตรง

หากไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำต้องยื่นภาษีออนไลน์ไหม?

หากไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษี ไม่จำเป็นต้องยื่นภาษี อย่างไรก็ตาม หากเคยถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ สามารถยื่นภาษีเพื่อขอคืนภาษีได้

ยื่นภาษีออนไลน์แล้วแก้ไขได้ไหม?

สามารถยื่นเพิ่มเติมหรือแก้ไขได้ภายในกำหนดเวลา

ยื่นภาษีออนไลน์ปลอดภัยหรือไม่?

ระบบของกรมสรรพากรมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง


เรื่องภาษีไม่ได้มีแค่ “การยื่นแบบ” เท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดและเคล็ดลับสำคัญอีกหลายอย่างที่อาจจะช่วยให้คุณ ประหยัดภาษีได้มากขึ้น ยื่นได้ถูกต้อง และไม่พลาดสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ หากคุณกำลังเตรียมตัวยื่นภาษี หรืออยากเข้าใจเรื่องภาษีให้รอบด้านมากขึ้น คุณน้าได้รวบรวมบทความภาษีที่ควรรู้ไว้ให้ครบในที่เดียว ห้ามพลาด!!


สรุปเกี่ยวกับวิธีการยื่นภาษีออนไลน์

จากขั้นตอนวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ทั้งหมดจะเห็นได้ว่า การยื่นภาษีออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนกังวล หากเตรียมเอกสารให้ครบ, เลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง และกรอกข้อมูลตามขั้นตอนที่แนะนำไว้ การยื่นภาษีออนไลน์ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความผิดพลาดได้ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการยื่นภาษี พร้อมใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างครบถ้วนและสบายใจค่ะ

ทั้งนี้ หากไม่มั่นใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นภาษี สามารถติดต่อกรมสรรพากรโดยตรงได้ ผ่านศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร โทร. 1161 ให้บริการวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–18.00 น. (ไม่พักกลางวัน) ค่ะ


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
เก็บเงินไม่อยู่ 5 วิธีประหยัดเงินฉบับมนุษย์เงินเดือน
เก็บเงินไม่อยู่ ทำยังไงดี? 5 วิธีประหยัดเงินที่เริ่มได้ทันที

เก็บเงินไม่อยู่ คือปัญหาหลักที่ทำให้เงินเก็บไม่เพิ่มขึ้นตามรายได้ คุณน้าสรุป 5 วิธีประหยัดเงินและเทคนิคจัดการเงินที่เริ่มทำได้ทันทีมาให้แล้วค่ะ

กองทุนน้ำมัน คืออะไร สินทรัพย์ผันผวนสูงที่มือใหม่ควรรู้
กองทุนน้ำมัน คืออะไร? สินทรัพย์ผันผวนสูงที่มือใหม่ควรรู้

กองทุนน้ำมัน คือ สินทรัพย์การลงทุนที่เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบโลก แต่มีความผันผวนและกลไกเฉพาะตัว คุณน้าสรุปความเสี่ยงและข้อควรรู้มาให้แบบเข้าใจง่ายค่ะ

หุ้นกู้แปลงสภาพ คือ ตราสารหนี้ผสมตราสารทุนเพื่อโอกาสเติบโต
หุ้นกู้แปลงสภาพ คืออะไร? ทางเลือกลงทุนที่นักออมต้องรู้

หุ้นกู้แปลงสภาพ คือ ตราสารหนี้ผสมตราสารทุนที่ช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมเปิดโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเมื่อราคาหุ้นเติบโต คุณน้าพาเจาะลึกกลไกและข้อควรรู้ก่อนเริ่มลงทุนค่ะ

ข้อควรระวังการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยงสูง แนะนำวิธีบริหารความเสี่ยงสำหรับมือใหม่
ข้อควรระวังการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยงสูง พื้นฐานที่ห้ามมองข้าม

ข้อควรระวังการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยงสูง เป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนมือใหม่ต้องเข้าใจก่อนลงเงิน คุณน้าสรุปประเภทความเสี่ยง พร้อมวิธีจัดพอร์ต Core-Satellite เพื่อบริหารเงินทุนอย่างปลอดภัยค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy