ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารค่อนข้างต่ำ การมองหาช่องทางการออมและการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจค่ะ โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือผู้ที่เริ่มเก็บเงินที่ต้องการกระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
แต่ก่อนที่จะตัดสินใจนำเงินออมไปลงทุน แท้จริงแล้ว หุ้นกู้ คืออะไร มีรูปแบบผลตอบแทนและความเสี่ยงอย่างไรบ้าง คุณน้าจะมาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นกู้ พร้อมวิธีพิจารณาก่อนเริ่มลงทุนค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
หุ้นกู้ คืออะไร?
หุ้นกู้ คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนเพื่อระดมทุนไปใช้ในกิจการ เช่น ขยายธุรกิจ ชำระหนี้เดิม หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
โดยผู้ที่ซื้อหุ้นกู้จะมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ของบริษัท ส่วนบริษัทที่ออกหุ้นกู้จะมีสถานะเป็น “ลูกหนี้” ซึ่งมีภาระผูกพันในการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งคืนเงินต้นเต็มจำนวนเมื่อหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนค่ะ
ซื้อหุ้นกู้ได้รับผลตอบแทนอย่างไร?
ก่อนจะไปดูตัวอย่างการคำนวณ เรามาย้อนดูอีกครั้งว่า หุ้นกู้ คืออะไร ในมุมของผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับกันค่ะ การลงทุนในหุ้นกู้ ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนหลักในรูปของ ดอกเบี้ยประจำ (Coupon) ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ เช่น ทุก 3 เดือน หรือทุก 6 เดือน
อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับอันดับความน่าเชื่อถือและเงื่อนไขของแต่ละบริษัท และเมื่อครบกำหนดอายุสัญญา บริษัทลูกหนี้จะชำระคืน เงินต้นเต็มจำนวน ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ค่ะ
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณผลตอบแทนหุ้นกู้
หากคุณน้าซื้อหุ้นกู้มูลค่า 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 4.0% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เป็นระยะเวลา 3 ปี
- ทุก ๆ 6 เดือน คุณน้าจะได้รับดอกเบี้ยเท่ากับ 100,000 4.0% 2 = 2,000 บาท (ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%)
- ตลอดระยะเวลา 3 ปี จะได้รับดอกเบี้ยรวมทั้งหมด 6 งวด คิดเป็นเงิน 12,000 บาท
- เมื่อครบกำหนดปีที่ 3 คุณน้าจะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน 100,000 บาท
รู้หรือไม่? ดอกเบี้ยหุ้นกู้สามารถนำไปสะสมต่อยอดคล้ายกลยุทธ์ DRIP ได้
ในตลาดหุ้นต่างประเทศมีกลยุทธ์ที่เรียกว่า DRIP หรือ Dividend Reinvestment Plan ซึ่งเป็นการนำเงินปันผลกลับไปลงทุนต่อยอดแบบอัตโนมัติ
สำหรับผู้ถือหุ้นกู้ แม้จะไม่มีระบบอัตโนมัติแบบ DRIP แต่เราก็สามารถนำดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละงวดไปออมหรือลงทุนต่อในสินทรัพย์อื่น เพื่อสร้างผลตอบแทนทบต้นให้พอร์ตเติบโตได้เช่นเดียวกันค่ะ
หุ้นกู้ vs หุ้นสามัญ ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบให้เห็นชัด
หลายคนมักสับสนว่า หุ้นกู้ คืออะไร กันแน่ เมื่อเทียบกับหุ้นสามัญ เนื่องจากทั้งสองออกโดยบริษัทเอกชนเหมือนกัน แต่ในทางกฎหมายและโครงสร้างทางการเงิน ทั้งสองสิ่งนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
| ประเด็นเปรียบเทียบ | หุ้นกู้ (Corporate Bond) | หุ้นสามัญ (Common Stock) |
|---|---|---|
| สถานะของผู้ลงทุน | เจ้าหนี้ | เจ้าของร่วม (ผู้ถือหุ้น) |
| ผลตอบแทน | ดอกเบี้ยคงที่ตามสัญญา | เงินปันผล (ไม่แน่นอน) + ส่วนต่างราคา |
| ความเสี่ยง | ต่ำกว่าหุ้นสามัญ | สูงกว่า (ผันผวนตามผลประกอบการ) |
| สิทธิเมื่อบริษัทล้มละลาย | มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อน | มีสิทธิได้รับชำระคืนเป็นลำดับสุดท้าย |
| สิทธิในการบริหาร | ไม่มีสิทธิโหวต | มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น |
ข้อสังเกตเพิ่มเติม: หากคุณต้องการผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดที่คงที่และสม่ำเสมอ หุ้นกู้อาจตอบโจทย์ในแง่นี้ได้ดี แต่ถ้าคุณต้องการเติบโตไปกับธุรกิจและรับความผันผวนได้ การศึกษาเรื่องหุ้นปันผลเพิ่มเติม ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสร้าง passive income ค่ะ
ความเสี่ยงหุ้นกู้ ที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
แม้ว่าหุ้นกู้จะให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยคงที่ตามที่ระบุไว้ในสัญญา แต่ไม่ได้หมายความว่าปราศจากความเสี่ยงนะคะ การลงทุนหุ้นกู้มีความเสี่ยงหลักที่ต้องพิจารณา ดังนี้ค่ะ
- ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk): บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ประสบปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นได้
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): หุ้นกู้ส่วนใหญ่ไม่มีตลาดรองที่คล่องตัวเหมือนหุ้นสามัญ ทำให้การขายเปลี่ยนเป็นเงินสดก่อนครบกำหนดอาจทำได้ยากหรือต้องยอมขายขาดทุน
- ความเสี่ยงด้านอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Risk): หากบริษัทถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ มูลค่าของหุ้นกู้ในตลาดอาจลดลง
คำแนะนำจากคุณน้า
สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้น ควรเลือกสแกนเฉพาะหุ้นกู้ระดับที่ลงทุนได้ หรือ Investment Grade (อันดับ BBB- ขึ้นไป) (การจัดอันดับโดย TRIS Rating หรือ Fitch Ratings Thailand)
และหากต้องการกระจายความเสี่ยงโดยไม่ต้องเลือกหุ้นกู้รายตัวด้วยตนเอง การเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมที่เน้นนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ ก็เป็นตัวช่วยบริหารจัดการพอร์ตได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้นค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หุ้นกู้ซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่?
โดยทั่วไปการเสนอขายหุ้นกู้แก่ประชาชนทั่วไป (PO) มักกำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำที่ 100,000 บาท และเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเท่าของ 100,000 บาทค่ะ
ทั้งนี้เป็นเพียงข้อมูลโดยทั่วไป วงเงินขั้นต่ำที่แท้จริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทที่ออกเสนอขาย ควรตรวจสอบจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) ของแต่ละรุ่นอีกครั้งก่อนตัดสินใจค่ะ
หากบริษัทที่ออกหุ้นกู้ล้มละลาย จะได้เงินคืนไหม?
ผู้ถือหุ้นกู้มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ จึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากสินทรัพย์ของบริษัทก่อนผู้ถือหุ้นสามัญค่ะ อย่างไรก็ตาม อาจได้รับเงินคืนเต็มจำนวน หรือบางส่วน ขึ้นอยู่กับมูลค่าสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ของบริษัท
หุ้นกู้ขายก่อนกำหนดได้หรือไม่?
สามารถขายได้ในตลาดรอง (Over-the-Counter) ผ่านธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ค่ะ แต่ราคาขายอาจสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าที่ซื้อมา ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในตลาดขณะนั้นและสภาพคล่อง
สรุป หุ้นกู้ คืออะไร
สรุปแล้ว หุ้นกู้ คืออะไร หุ้นกู้คือเครื่องมือทางการเงินที่เปิดโอกาสให้เราสวมบทบาทเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทเอกชน เพื่อรับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยคงที่ตามระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้ออกหุ้นกู้สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินระยะยาวและรับกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจลงทุนควรประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทเสมอ หรือพิจารณากระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนรวมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเงินออมของคุณน้าทุกท่านค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ผลตอบแทนหรือข้อมูลในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนในการซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ ด้วยความปรารถนาดีจากคุณน้าพาเทรดค่ะ
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







