วิธีเก็บเงินแบบจริงจัง คือ สิ่งที่หลายคนพยายามเริ่มต้น แต่มักจะล้มเหลวเพราะขาดระบบการจัดการเงินที่เหมาะสม ปัญหาเงินเก็บไม่อยู่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากรายได้น้อยอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมและค่าใช้จ่ายแฝงยุคดิจิทัล ในบทความนี้ คุณน้าจะมาแชร์ระบบการจัดการเงินที่จะช่วยให้คุณเก็บเงินออมได้อย่างยั่งยืนค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
วิธีเก็บเงินแบบจริงจัง คืออะไร?
วิธีเก็บเงินแบบจริงจัง คือ การวางโครงสร้างทางการเงินอย่างมีเป้าหมายและสร้างระบบตัดเงินออมอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่การรอให้เหลือเท่าไหร่แล้วค่อยเก็บเมื่อสิ้นเดือน หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการเก็บเงินอย่างจริงจังหมายถึงการประหยัดจนตึงเครียดหรือการห้ามใช้จ่ายสิ่งบันเทิงเลย แต่ในความเป็นจริง การบริหารเงินที่ดีคือการจัดสรรสัดส่วนให้สมดุลระหว่างรายจ่ายจำเป็น เงินออม และเงินสำหรับใช้จ่ายตามใจชอบอย่างมีขอบเขตค่ะ
วิธีการบริหารเงินส่วนบุคคลด้วยระบบแบ่งบัญชี
วิธีการบริหารเงินส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการเริ่มต้น คือการใช้ระบบแบ่งบัญชีตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้เราเห็นกระแสเงินสดชัดเจนและไม่เผลอนำเงินออมมาใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัวค่ะ
สูตรเก็บเงิน วิธีแบ่งเงินเดือน ให้ลงตัว
การจัดสรรเงินเดือนทันทีที่เงินออกจะช่วยป้องกันปัญหาเงินหมุนไม่ทันได้อย่างดี คุณน้าขอแนะนำสูตรการจัดสรรเงินพื้นฐานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้ค่ะ
• ค่าใช้จ่ายประจำ (50%): เงินส่วนนี้ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นที่ต้องจ่ายทุกเดือน เช่น ค่าห้อง, ค่าน้ำค่าไฟ, ค่าเดินทาง, และการชำระหนี้สินต่าง ๆ
• เงินออมและลงทุน (20%): เงินส่วนนี้ต้องหักออกไปเก็บทันทีในวันเงินเดือนออก เพื่อใช้สร้างเงินสำรองฉุกเฉินและต่อยอดในอนาคต
• ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (30%): เงินส่วนนี้จัดไว้สำหรับความบันเทิง การกินเที่ยว หรือของที่อยากได้ เพื่อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไม่ตึงเครียดเกินไป
ยกตัวอย่าง เช่น
เงินเดือน | ค่าใช้จ่ายประจำ | เงินออม | ใช้จ่ายส่วนตัว |
|---|---|---|---|
20,000 บาท | 10,000 บาท | 4,000 บาท | 6,000 บาท |
คำแนะนำจากคุณน้า
การตั้งระบบตัดเงินเข้าบัญชีออมเงินอัตโนมัติ (Auto-saving) ในวันเงินเดือนออกทันที จะช่วยตัดอารมณ์ความอยากใช้ออกไป และทำให้วินัยการออมเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่ต้องฝืนตัวเองค่ะ
จัดการเงินง่ายขึ้นด้วย make by kbank คืออะไร?
การแยกบัญชีธนาคารหลาย ๆ บัญชีในอดีตอาจสร้างความยุ่งยาก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยให้ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้นมาก แอปพลิเคชันอย่าง make by kbank จึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วยฟีเจอร์ Cloud Pocket ที่ช่วยให้เราสามารถแบ่งกระเป๋าเงินย่อยภายในบัญชีเดียวได้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าค่าใช้จ่ายประจำ, กระเป๋าเงินออม, หรือกระเป๋าสำหรับเป้าหมายระยะสั้น โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเปิดหลายบัญชีธนาคารค่ะ
การสร้าง เงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อความมั่นคง
ก่อนที่คุณจะเริ่มนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้าง เงินสำรองฉุกเฉิน ให้เพียงพอเสียก่อน เงินส่วนนี้มีไว้เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย การขาดรายได้กะทันหัน หรือค่าซ่อมแซมใหญ่ ๆ โดยควรมีสะสมไว้ประมาณ 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนค่ะ
ข้อสังเกตเพิ่มเติม: เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บไว้ในบัญชีที่มีสภาพคล่องสูงและถอนมาใช้ได้ง่าย เช่น บัญชี e-Savings ดอกเบี้ยสูง เช่น KKP Start Saving หรือ Dime! แต่ต้องแยกไว้ต่างหาก ไม่นำมารวมในกระเป๋าใช้จ่ายประจำวันค่ะ
เทคนิคการออมเงินและอุดรอยรั่วทางการเงิน
แม้ว่าจะจัดสรรเงินดีแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่ปิดรอยรั่วทางการเงิน เล็ก ๆ น้อย ๆ เงินออมก็อาจค่อย ๆ ลดลงโดยไม่รู้ตัวค่ะ
เปลี่ยนนิสัยใช้เงินเพื่อเก็บเงินยังไงให้อยู่
สาเหตุหลักที่ทำให้หลายคน เก็บเงินไม่อยู่ ไม่สำเร็จ มักมาจากค่าใช้จ่ายแฝงในชีวิตประจำวันยุคดิจิทัล เช่น ค่าบริการสตรีมมิ่งที่ไม่ได้ดูแต่กดสมัครทิ้งไว้, ค่าธรรมเนียมขนส่งจากการสั่งอาหารออนไลน์บ่อยครั้ง, และการใช้บริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ที่สะสมจนกลายเป็นก้อนใหญ่
หากคุณเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่ คุณน้าขอยกตัวอย่างเทคนิคในการปรับนิสัยใช้เงินง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
• กฎ 24 ชั่วโมง: เมื่อรู้สึกอยากได้ของชิ้นใหญ่ที่ไม่จำเป็น ให้ชะลอการซื้อไว้ 24 ชั่วโมงเพื่อลดการซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ (Impulse Buying)
• ยกเลิก Subscription ที่ไม่ได้ใช้: ตรวจสอบรายการหักเงินอัตโนมัติในบัตรเครดิตทุกเดือน และยกเลิกบริการที่ไม่จำเป็นออกไป
• บันทึกรายรับรายจ่าย: สรุปรายการใช้จ่ายสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้เห็นพฤติกรรมทางการเงินของตัวเองชัดเจนขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เริ่มต้นออมเงินอย่างไรให้สำเร็จถ้าเงินเดือนยังน้อย?
ควรเริ่มต้นจากการออมเงินด้วยจำนวนน้อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น 5% หรือ 10% ของรายได้ เพื่อสร้างนิสัยทางการเงินก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ปรับเพิ่มสัดส่วนขึ้นเมื่อมีรายได้มากขึ้นค่ะ
ควรแบ่งเงินออมไว้กี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ดี?
สัดส่วนมาตรฐานที่แนะนำคือ 10–20% ของรายรับสุทธิในแต่ละเดือน แต่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับภาระค่าใช้จ่ายและเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคลได้ค่ะ
เก็บเงินยังไงให้อยู่หมัด ไม่ให้เผลอดึงเงินออมมาใช้?
ควรแยกบัญชีเงินออมออกจากบัญชีใช้จ่ายประจำวันอย่างชัดเจน และเลือกใช้บัญชีเงินฝากประจำหรือบัญชีดิจิทัลที่ไม่ทำบัตรเดบิตผูกไว้ เพื่อเพิ่มขั้นตอนในการดึงเงินมาใช้ให้ยากขึ้นค่ะ
สรุป วิธีเก็บเงินแบบจริงจัง
วิธีเก็บเงินแบบจริงจัง ไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ประหยัดจนขาดความสุข แต่คือการสร้างระบบทางการเงินที่ชัดเจน ทั้งการจัดสรรเงินเดือนด้วยระบบแบ่งบัญชี การตั้งระบบออมเงินอัตโนมัติ และการสำรองเงินฉุกเฉินไว้เผื่อความไม่แน่นอน เมื่อคุณทำอย่างต่อเนื่องและอุดรอยรั่วทางการเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้สำเร็จ การมีเงินเก็บก้อนแรกและเป้าหมายทางการเงินที่มั่นคงก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







