ภาษีที่ดินว่างเปล่า คือ ค่าภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บจากผู้ถือครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้นำมาทำประโยชน์ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดค่ะ สำหรับครอบครัวที่ซื้อที่ดินเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานหรือถือครองไว้เพื่อการลงทุนในอนาคต หากปล่อยทิ้งร้างไว้เฉย ๆ อาจต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ
ในบทความนี้ คุณน้าจะสรุปรายละเอียดของภาษีตัวนี้พร้อมแนวทางรับมือให้คุ้มค่าที่สุดค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ภาษีที่ดินว่างเปล่า คืออะไร?
ภาษีประเภทนี้ คือ เงินภาษีที่รัฐจัดเก็บจากเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่ได้นำมาประกอบอาชีพ ทำการเกษตร หรืออยู่อาศัยตามเกณฑ์ขั้นต่ำค่ะ หากมองให้เข้าใจง่าย ๆ เงินส่วนนี้เปรียบเหมือน “ค่าปรับ” ที่รัฐใช้กระตุ้นให้เจ้าของนำอสังหาริมทรัพย์มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั่นเองค่ะ
ภาษีที่ดินว่างเปล่า มีอะไรบ้าง ที่ต้องรู้เกี่ยวกับอัตราภาษีและเงื่อนไข?
อัตราการจัดเก็บภาษีสำหรับที่ดินว่างเปล่าจะคำนวณจากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ โดยมีการจัดเก็บแบบก้าวหน้าตามจำนวนปีที่ปล่อยทิ้งร้างค่ะ ซึ่งจะแตกต่างจากภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณจากรายได้ของผู้เสียภาษีโดยตรง
| ระยะเวลาที่ปล่อยที่ดินว่างเปล่า | อัตราภาษีที่จัดเก็บ (คิดจากราคาประเมิน) | ภาษีที่ต้องจ่ายต่อราคาประเมินที่ดิน 1,000,000 บาท |
|---|---|---|
| ปีที่ 1 – 3 | 0.3% | 3,000 บาท / ปี |
| ปีที่ 4 – 6 (หากยังปล่อยร้าง) | 0.6% (ปรับเพิ่ม 0.3%) | 6,000 บาท / ปี |
| ปีที่ 7 – 9 (หากยังปล่อยร้าง) | 0.9% (ปรับเพิ่ม 0.3%) | 9,000 บาท / ปี |
| เพิ่มขึ้น 0.3% ทุก ๆ 3 ปี | เพดานสูงสุดไม่เกิน 3.0% | สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท / ปี |
(ข้อมูลอัตราภาษี ณ ปีภาษี 2569 ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากมีการปรับเปลี่ยนอัตราในปีถัดไป กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นอีกครั้งค่ะ)
คำแนะนำจากคุณน้า
1. อัตราภาษีจะปรับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 3 ปี หากไม่มีการแจ้งเปลี่ยนประเภทการใช้ประโยชน์
2. ราคาประเมินที่ดินใช้เป็นฐานคำนวณภาษี ดังนั้นหากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ปรับขึ้น ค่าภาษีก็จะปรับขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ภาษีที่ดินว่างเปล่า สำคัญยังไง และส่งผลต่อการวางแผนการเงินครอบครัวอย่างไร?
สำหรับครอบครัวที่มีอสังหาริมทรัพย์สะสมไว้ การเข้าใจเรื่องภาษีนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องทางการเงินดังนี้ค่ะ
- สร้างภาระค่าใช้จ่ายคงที่สะสม: เงินภาษีที่ต้องจ่ายทุกปีจะกลายเป็นต้นทุนจม หากปล่อยที่ดินทิ้งร้างไว้นานหลายปี ค่าภาษีรวมอาจสูงจนกระทบเงินออมของครอบครัว
- อัตราภาษีปรับขึ้นแบบก้าวหน้า: หากปล่อยทิ้งไว้เกิน 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งจะกลายเป็นภาระหนักโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีราคาประเมินสูง
- กระทบการวางแผนมรดก: หากต้องการส่งมอบที่ดินให้ลูกหลาน การปล่อยให้ที่ดินมีภาระภาษีสูงสะสมไว้อาจสร้างความยากลำบากให้ผู้รับมรดกในอนาคต
- การปรับใช้ประโยชน์ช่วยประหยัดเงิน: หากบริหารจัดการเปลี่ยนประเภทที่ดินได้ทันเวลา เงินส่วนต่างภาษีที่ประหยัดได้สามารถนำไปใช้วางแผนการเงินครอบครัวในด้านอื่นได้ค่ะ
เรื่องภาษีอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้มีเพียงแค่ที่ดินเปล่าเท่านั้น อย่าลืมศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ให้ครบถ้วน
ที่ดินว่างเปล่า ปลูกอะไรลดภาษีได้บ้าง และมีทางออกอย่างไรบ้าง?
ทางออกยอดนิยมที่ช่วยลดภาระภาษีลงอย่างมหาศาล คือการเปลี่ยนประเภทการใช้ประโยชน์จากที่ดินว่างเปล่าไปเป็น “ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม” ซึ่งมีอัตราภาษีเริ่มต้นเพียง 0.01% – 0.1% เท่านั้นค่ะ โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของการปลูกพืชเศรษฐกิจต่อไร่ไว้ คุณน้าสรุปตัวอย่างมาให้ดังตารางนี้ค่ะ
| ประเภทพืชเศรษฐกิจ | จำนวนต้นขั้นต่ำต่อไร่ | อัตราภาษีหลังปรับเป็นเกษตรกรรม |
|---|---|---|
| กล้วย (กล้วยหอม / กล้วยน้ำว้า) | 200 ต้น / ไร่ | 0.01% (ล้านละ 100 บาท) |
| มะพร้าว | 20 ต้น / ไร่ | 0.01% (ล้านละ 100 บาท) |
| มะม่วง | 20 ต้น / ไร่ | 0.01% (ล้านละ 100 บาท) |
| มะนาว | 50 ต้น / ไร่ | 0.01% (ล้านละ 100 บาท) |
| ส้มโอ | 45 ต้น / ไร่ | 0.01% (ล้านละ 100 บาท) |
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
1. การปลูกพืชต้องดูแลให้เจริญเติบโตจริง ไม่ใช่เพียงแค่นำต้นกล้ามาปักทิ้งไว้ เพราะเจ้าหน้าที่เขตหรือ อบต. จะลงพื้นที่ตรวจจริงก่อนอนุมัติเปลี่ยนประเภทภาษีค่ะ
2. นอกจากการทำเกษตรกรรมแล้ว ยังมีทางเลือกอื่น ๆ เช่น การปล่อยให้บุคคลอื่นเช่าทำประโยชน์ หรือปล่อยให้ชุมชนใช้ประโยชน์ชั่วคราว
คำถามที่พบบ่อย
จ่ายภาษีที่ดินว่างเปล่า ได้ที่ไหน?
สามารถชำระได้ที่สำนักงานเขต (หากที่ดินอยู่ใน กทม.), องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.), หรือเทศบาล ในพื้นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถชำระผ่านช่องทางธนาคารและระบบ จ่ายภาษีที่ดิน ออนไลน์ ได้อีกด้วยค่ะ
หากเพิ่งซื้อที่ดินมาแต่ยังไม่ได้ทำประโยชน์ จะได้รับการยกเว้นภาษีไหม?
ไม่ได้รับการยกเว้นค่ะ เจ้าของใหม่จะต้องเสียภาษีในอัตราที่ดินว่างเปล่าทันทีตามราคาประเมินตั้งแต่วันที่ถือครองเอกสารสิทธิ์ค่ะ
การทำสัญญาขายฝากที่ดิน ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินว่างเปล่า?
ภาระภาษีจะตกอยู่กับผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามเอกสารสิทธิ์ ณ วันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้น ๆ ค่ะ หากทำสัญญาขายฝาก ผู้รับซื้อฝากที่มีชื่อในโฉนดจะต้องเป็นผู้ชำระภาษี คุณน้าแนะนำให้อ่านรายละเอียดเรื่องสิทธิ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ ภาษีขายฝากที่ดิน ค่ะ
สรุปสิ่งที่เจ้าของที่ดินว่างเปล่าควรรู้
การถือครองที่ดินเปล่าโดยไม่ได้ทำประโยชน์ อาจกลายเป็นภาระทางการเงินของครอบครัวโดยไม่รู้ตัวจากอัตราภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 3 ปี การสำรวจที่ดินของตนเองและเลือกวิธีทำประโยชน์ให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรกรรมหรือปล่อยเช่า จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมากค่ะ
การลงทุนและความเสี่ยงเป็นของคู่กัน ผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ควรศึกษาข้อกฎหมายและเกณฑ์การจัดเก็บภาษีของแต่ละท้องที่อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทำประโยชน์บนที่ดิน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการลงทุนส่วนบุคคลแต่ประการใด
การตัดสินใจเกี่ยวกับการถือครองหรือบริหารจัดการที่ดินมีความเสี่ยงด้านภาระค่าใช้จ่ายและความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจค่ะ
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรดค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และ กรมธนารักษ์
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







