หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อถึงวัยเกษียณแล้ว เรามีสิทธิได้รับเงินก้อนจากแหล่งไหนบ้างตามกฎหมาย การเตรียมตัวรับมือกับชีวิตหลังเกษียณ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การออมเงินด้วยตัวเองเท่านั้น แต่คือการรู้สิทธิประโยชน์จากแหล่งเงินเกษียณต่างๆ ที่เรามีสิทธิได้รับตามกฎหมาย เพื่อวางแผนการเงินได้อย่างถูกต้อง ในบทความนี้ คุณน้าจะมาสรุป 4 แหล่งเงินเกษียณอายุหลักที่วัยทำงานต้องรู้ เพื่อให้วางแผนรับเงินก้อนได้อย่างอุ่นใจค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เงินเกษียณอายุ คืออะไร?
เงินเกษียณอายุ คือ เงินสวัสดิการ เงินชดเชย หรือเงินสะสมที่จัดสรรไว้สำหรับใช้จ่ายหลังจากจบช่วงวัยทำงานตามที่กฎหมายหรือองค์กรกำหนดค่ะ โดยทั่วไปเงินเกษียณอายุไม่ได้มาจากแหล่งเงินออมส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างสวัสดิการของนายจ้าง สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน ระบบประกันสังคม รวมถึงสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐบาลที่รองรับประชาชนเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุค่ะ
4 แหล่งเงินเกษียณอายุหลักที่ควรได้รับเมื่อครบกำหนดเกษียณ
เมื่อถึงวัยเกษียณอายุ (โดยทั่วไปคืออายุ 55–60 ปีขึ้นไป) วัยทำงานและผู้ประกันตนควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์จาก 4 แหล่งเงินเกษียณอายุหลัก ดังนี้ค่ะ
1. เงินชดเชยเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงาน
เงินชดเชยเกษียณอายุ คือ เงินก้อนที่นายจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเกษียณอายุ ซึ่งกฎหมายถือว่าการเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างรูปแบบหนึ่ง ทำให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามระยะเวลาอายุงานที่ทำมากับองค์กรค่ะ
2. เงินชราภาพ ประกันสังคม
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 ของประกันสังคม เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเงินชราภาพ ประกันสังคม ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ “เงินบำเหน็จชราภาพ” (จ่ายเป็นเงินก้อนกรณีจ่ายสมทบน้อยกว่า 180 เดือน) หรือ “เงินบำนาญชราภาพ” (จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิตกรณีจ่ายสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป) ค่ะ
3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุน กบข.
- สำหรับพนักงานเอกชน: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คือเงินสะสมที่ลูกจ้างหักจากเงินเดือนส่วนหนึ่ง ร่วมกับเงินสมทบจากนายจ้างอีกส่วนหนึ่ง นำไปบริหารจัดการผ่านสถาบันการเงิน เมื่อเกษียณอายุจะได้รับเป็นเงินก้อนใหญ่พร้อมผลตอบแทนจากการลงทุนค่ะ
- สำหรับข้าราชการ: กองทุนกบข. (กองทุนเปิดรับสมาชิกที่เป็นข้าราชการ) ทำหน้าที่สะสมเงินและบริหารจัดการผลตอบแทนเพื่อเป็นสวัสดิการยามเกษียณอายุเช่นเดียวกันค่ะ
4. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คือ สวัสดิการพื้นฐานที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่ประชาชนผู้มีสัญชาติไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยจ่ายเป็นเงินรายเดือนตามช่วงอายุแบบขั้นบันไดค่ะ
เกษียณอายุได้เงินชดเชยเท่าไหร่? เช็กสิทธิตามอายุงาน
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) การเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมาย นายจ้างจึงมีหน้าที่จ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างตามอายุงาน โดยคำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย ดังนี้ค่ะ
| อายุงานติดต่อกัน | อัตราเงินชดเชยเกษียณอายุที่ได้รับ |
|---|---|
| ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี | ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่น้อยกว่า 30 วัน |
| ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่น้อยกว่า 90 วัน |
| ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี | ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่น้อยกว่า 180 วัน |
| ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี | ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่น้อยกว่า 240 วัน |
| ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี | ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่น้อยกว่า 300 วัน |
| ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป | ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายไม่น้อยกว่า 400 วัน |
หมายเหตุ: ข้อมูลอัตราเงินชดเชยอ้างอิงตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูลอาจมีการปรับเปลี่ยนตามข้อตกลงสภาพการจ้างของแต่ละองค์กร โปรดตรวจสอบกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลก่อนดำเนินการยื่นขอเกษียณอายุนะคะ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และสิทธิประโยชน์สวัสดิการจากรัฐ
ประชาชนผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีคุณสมบัติตามที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยกำหนด มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากรัฐบาลโดยการลงทะเบียนล่วงหน้า ซึ่งอัตราเงินช่วยเหลือจะจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุแบบขั้นบันได ดังนี้ค่ะ
- อายุ 60 – 69 ปี: ได้รับเบี้ยยังชีพ 600 บาท/เดือน
- อายุ 70 – 79 ปี: ได้รับเบี้ยยังชีพ 700 บาท/เดือน
- อายุ 80 – 89 ปี: ได้รับเบี้ยยังชีพ 800 บาท/เดือน
- อายุ 90 ปีขึ้นไป: ได้รับเบี้ยยังชีพ 1,000 บาท/เดือน
หมายเหตุ: ข้อมูลอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอ้างอิงจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรติดตามการลงทะเบียนและเงื่อนไขล่าสุดผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้านค่ะ
ข้อควรระวังและการวางแผนบริหารเงินเกษียณ
- วางแผนภาษีสำหรับเงินชดเชยเกษียณอายุ: เงินชดเชยเกษียณอายุจากนายจ้าง หากเรามีอายุงานครบ 5 ปีขึ้นไป สามารถนำไปแยกคำนวณภาษีในใบแนบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ซึ่งจะช่วยลดหย่อนภาระภาษีได้มากกว่าการนำไปรวมเป็นรายได้ปกติประจำปีค่ะ
- ระวังการนำเงินก้อนไปลงทุนเสี่ยงสูงเกินไป: เงินเกษียณอายุคือเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตการทำงาน คุณน้าไม่แนะนำให้นำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมากเพื่อหวังสร้างผลตอบแทนรวดเร็ว เพราะหากขาดทุนหนัก การบริหารสภาพคล่องในวัยเกษียณจะเกิดปัญหาได้ค่ะ
- ประเมินสิทธิประกันสังคมก่อนส่งต่อ ม.39: สำหรับผู้ประกันตน ม.33 ที่เกษียณอายุและวางแผนจะสมัครต่อ ม.39 เพื่อรักษาสิทธิการรักษาพยาบาล ต้องระวังเรื่องฐานคำนวณเงินบำนาญชราภาพนะคะ เพราะฐานเงินเดือนสูงสุดของ ม.39 อยู่ที่ 4,800 บาท ซึ่งอาจทำให้เงินบำนาญรายเดือนที่ควรได้รับลดลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ ควรศึกษารายละเอียดวางแผนเกษียณ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เงินชราภาพประกันสังคมได้เท่าไหร่?
หากจ่ายเงินสมทบประกันสังคมครบ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำนาญชราภาพรายเดือนคิดเป็น 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และหากจ่ายสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายสมทบครบทุก 12 เดือนค่ะ แต่หากจ่ายสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพก้อนเดียวแทนค่ะ
เงินเกษียณอายุ เสียภาษีไหม?
เงินชดเชยเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงานจากนายจ้าง ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่ะ แต่หากผู้เกษียณอายุมีอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จะสามารถนำเงินชดเชยไปแยกคำนวณภาษีในใบแนบได้ ซึ่งได้รับสิทธิหักค่าใช้จ่ายตามอายุงานเพิ่มเติม ส่วนเงินชราภาพที่ได้รับจากกองทุนประกันสังคมได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่ะ
หากบริษัทไม่มีนโยบายกำหนดอายุเกษียณ ถือว่าเกษียณเมื่อไหร่?
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หากนายจ้างไม่ได้กำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อบังคับการทำงาน หรือกำหนดไว้อีกเกินกว่า 60 ปี กฎหมายให้สิทธิลูกจ้างที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป สามารถแสดงเจตนาขอเกษียณอายุได้โดยแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และมีสิทธิได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายเช่นเดียวกันค่ะ
สรุป เงินเกษียณอายุ
เงินเกษียณอายุ เป็นสิ่งสำคัญที่วัยทำงานทุกคนต้องวางแผนและตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของตนเองล่วงหน้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเงินชดเชยเกษียณอายุจากนายจ้าง เงินชราภาพ ประกันสังคม เงินสะสมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากรัฐบาล การรู้สิทธิและเข้าใจวิธีการบริหารจัดการเงินก้อนเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถก้าวสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและมีสภาพคล่องทางการเงินที่ยั่งยืนค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








