ภาษีรถไฟฟ้า vs รถน้ำมัน ต่างกันยังไง? แบบไหนคุ้มกว่า

ภาษีรถไฟฟ้า vs รถน้ำมัน ต่างกันยังไง? แบบไหนคุ้มกว่า
Table of Contents

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนเริ่มหันมาสนใจเพราะประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้มช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว แต่หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก่อนตัดสินใจซื้อคือ ‘ภาษีรถไฟฟ้าเสียเท่าไร และต่างจากรถน้ำมันอย่างไร?’

บทความนี้ คุณน้าจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เปรียบเทียบกับรถเครื่องยนต์น้ำมัน พร้อมอธิบายหลักเกณฑ์การคำนวณ และประเด็นสำคัญที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้คุณประเมินความคุ้มค่าได้อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจออกรถคันใหม่ค่ะ


ภาษีรถยนต์คืออะไร?

ภาษีรถยนต์ คือ ค่าธรรมเนียมรายปีที่เจ้าของรถต้องชำระตามกฎหมาย เพื่อให้รถสามารถใช้งานบนถนนได้อย่างถูกต้อง รถที่จดทะเบียนใช้งานทุกคันจำเป็นต้องต่อภาษีเป็นประจำทุกปี

เมื่อชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว เจ้าของรถจะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ‘ป้ายวงกลม’ เพื่อนำไปติดบริเวณหน้ากระจกรถ เพื่อยืนยันว่ารถคันดังกล่าวได้ชำระภาษีตามกำหนดแล้ว


ข้อควรรู้

หากรถยังไม่ได้แจ้งจอดหรือแจ้งงดใช้รถอย่างเป็นทางการ เจ้าของรถยังคงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีทุกปี แม้ไม่ได้ใช้งานก็ตาม การขาดต่อภาษีถือเป็นความผิดตามกฎหมายและอาจมีค่าปรับค่ะ


ป้ายวงกลมคืออะไร?

ป้ายวงกลม คือ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ใช้ติดหน้ากระจกรถเพื่อยืนยันว่าต่อภาษีแล้ว โดยข้อมูลที่ระบุบนป้ายมีดังนี้

  • ปีภาษี
  • วันหมดอายุ
  • เลขทะเบียนรถ
  • ประเภทหรือชนิดของรถ
  • ลายเซ็นนายทะเบียน


ป้ายวงกลมหมดอายุ ทำอย่างไร?

เมื่อภาษีรถยนต์ครบกำหนด (ป้ายวงกลมหมดอายุ) ต้องรีบต่อภาษีเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ โดยสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ 


ป้ายวงกลมหาย ทำอย่างไร?

หากป้ายวงกลมหายสามารถขอออกใหม่ได้ที่สำนักงานขนส่ง ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย และต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ดังนี้ 

  • สำเนาทะเบียนรถ 
  • บัตรประชาชน 
  • แบบคำขอ


​​ภาษีรถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร?

ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า คือ ภาษีรถประจำปีที่เจ้าของรถพลังงานไฟฟ้าต้องชำระตามกฎหมาย เช่นเดียวกับรถยนต์ประเภทอื่น เพื่อให้สามารถต่อทะเบียนและใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกต้อง แม้ว่ารถไฟฟ้าจะไม่มีเครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน แต่ยังคงอยู่ภายใต้ระบบภาษีรถยนต์ของประเทศไทยเช่นเดิมค่ะ


หลักเกณฑ์การคำนวณภาษีรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมัน

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันจะต้องเสียภาษีรถประจำปีเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ วิธีการคำนวณภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายระยะยาวของเจ้าของรถ


ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คำนวณจากอะไร?

โดยทั่วไป รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีแนวโน้มเสียภาษีต่ำกว่ารถน้ำมัน แต่จำนวนเงินจริงที่ต้องชำระในแต่ละปีอาจแตกต่างกันไป โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก ดังนี้

  • น้ำหนักรถหรือประเภทตัวรถ
  • การจัดประเภทพลังงานตามกฎหมาย
  • อายุการใช้งานของรถในบางกรณี
  • รุ่นรถและสเปกทางเทคนิค
  • นโยบายและมาตรการของภาครัฐในช่วงเวลานั้น

ดังนั้น แม้จะเป็นรถพลังงานไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ภาษีของแต่ละรุ่นอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและเงื่อนไขทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องค่ะ


ภาษีรถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันคำนวณอย่างไร?

รถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันส่วนใหญ่ จะคำนวณภาษีจากปัจจัยต่อไปนี้

  • ความจุเครื่องยนต์ (CC)
  • อายุการใช้งานของรถ
  • ประเภทรถ
  • ลักษณะการใช้งาน

โดยทั่วไป รถที่มีความจุเครื่องยนต์ (CC) สูง จะมีภาษีรายปีสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวมักสูงกว่ารถไฟฟ้า

รถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันส่วนใหญ่จะคำนวณภาษีจากปัจจัยหลัก ดังนี้

  • ความจุเครื่องยนต์ (CC)
  • อายุการใช้งานของรถ
  • ประเภทรถ
  • ลักษณะการใช้งาน

โดยรถยนต์น้ำมัน ‘ความจุเครื่องยนต์ (CC)’ ถือเป็นตัวแปรสำคัญ ยิ่งเครื่องยนต์มีขนาดใหญ่ จำนวนซีซี (CC) สูง ภาษีรายปีก็จะเพิ่มขึ้นตามขั้นบันไดที่กฎหมายกำหนด แม้ว่ารถที่มีอายุการใช้งานมากขึ้นจะได้รับส่วนลดตามสัดส่วน แต่โดยภาพรวม รถที่มี CC สูงมักมีค่าใช้จ่ายระยะยาวมากกว่ารถขนาดเล็กนั่นเองค่ะ


การคำนวณราคาต่อภาษีรถยนต์ สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะคำนวณจากขนาดของเครื่องยนต์ (CC) ดังนี้

  • รถยนต์ที่มีขนาดเครื่อง 1-600 ซีซี คำนวณซีซีละ 50 สตางค์
  • รถยนต์ที่มีขนาดเครื่อง 601–1,800 ซีซี คำนวณซีซีละ 1.50 บาท
  • รถยนต์ที่มีขนาดเครื่อง 1,801 ซีซีขึ้นไป คำนวณซีซีละ 4 บาท

หมายเหตุ: การคำนวณจะคิดแบบอัตราขั้นบันได ไม่ได้นำจำนวนซีซีทั้งหมดไปคูณอัตราเดียว

นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดให้สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป โดยจะเสียภาษีรถยนต์ลดลงตามสัดส่วน ดังนี้

  • รถยนต์อายุเกิน 6 ปี จะได้รับการลดภาษีลง 10%
  • รถยนต์อายุเกิน 7 ปี จะได้รับการลดภาษีลง 20%
  • รถยนต์อายุเกิน 8 ปี จะได้รับการลดภาษีลง 30%
  • รถยนต์อายุเกิน 9 ปี จะได้รับการลดภาษีลง 40%
  • รถยนต์อายุเกิน 10 ปีขึ้นไป จะได้รับการลดภาษีลง 50%


รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 1,000 ซีซี

ต่อภาษี 900 บาทต่อปี

รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี

ต่อภาษี 1,200 บาทต่อปี

รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี

ต่อภาษี 1,650 บาทต่อปี

รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 1,900 ซีซี

ต่อภาษี 2,500 บาทต่อปี

รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี

ต่อภาษี 2,900 บาทต่อปี

รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 3,000 ซีซี

ต่อภาษี 6,900 บาทต่อปี

ตัวอย่างการคำนวณภาษีรถยนต์น้ำมัน

รถยนต์รุ่น Nissan Almera เครื่อง 1,000 ซีซี มีวิธีการคำนวณดังนี้

  • ช่วงเครื่องยนต์ขนาด 1-600 ซีซี = 600 x 0.5 = 300 บาท
  • ช่วงเครื่องยนต์ขนาด 601-1,000 ซีซี = 400 x 1.5 = 600 บาท 

ดังนั้น ภาษีรถ Nissan Almera 1,000 ซีซี ราคา 900 บาท

โดยหากรถมีการใช้งานเกิน 5 ปีจะได้รับส่วนลดดังนี้

  • 6 ปี ลด 10% : 900-10% = 810 บาท
  • 7 ปี ลด 20% : 900-20% = 720 บาท
  • 8 ปี ลด 30% : 900-30% = 630 บาท
  • 9 ปี ลด 40% : 900-40% = 540 บาท
  • 10 ปีขึ้นไป ลด 50% : 900-50% = 450 บาท


ภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจะคำนวณจากน้ำหนักรถ (กิโลกรัม) และประเภทการจดทะเบียน ไม่ได้คำนวณจากซีซีเหมือนรถยนต์น้ำมัน โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุน โดยลดอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดปัญหา PM2.5

เงื่อนไขการลดภาษี 80%

  • ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าใหม่
  • จดทะเบียนระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 – 10 พฤศจิกายน 2568
  • ได้รับส่วนลดภาษี 80% จากอัตราปกติ
  • ลดเป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่จดทะเบียน
  • หลังครบ 1 ปี จะกลับไปใช้อัตราภาษีตามปกติ

รถยนต์ไฟฟ้ายังถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ซึ่งมีอัตราภาษีแตกต่างกัน ดังนี้


อัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV)


มาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากการลดภาษีประจำปีแล้ว ภาครัฐยังมีแนวทางส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น การขยายสถานีชาร์จไฟฟ้า, การสนับสนุนเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และมาตรการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในบางช่วงเวลา


ตัวอย่างอัตราภาษีรถไฟฟ้า

คุณน้าขอยกตัวอย่างรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมในประเทศไทย ดังนี้

Tesla Model Y

1,992 กก.

330 บาท

BYD Atto 3

1,750 กก.

260 บาท

MG ZS EV

1,580 กก.

200 บาท

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นการประมาณการตามอัตราภาษีปกติ อาจแตกต่างกันตามปีจดทะเบียนและมาตรการสนับสนุนในช่วงเวลานั้น


ภาษีรถไฟฟ้าและรถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีประจำปี โดยรถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันจะคำนวณภาษีจากความจุเครื่องยนต์ (ซีซี) เป็นหลัก และมีการปรับลดตามอายุการใช้งานของรถ ดังนั้นรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ก็มักต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่มีเครื่องยนต์สันดาป จึงไม่ใช้ซีซีเป็นฐานในการคำนวณภาษี แต่จะพิจารณาจากปัจจัยอื่น เช่น น้ำหนักรถ, ประเภทรถ และการจัดประเภทพลังงานตามที่กฎหมายกำหนด


1. ไม่คำนวณตามความจุเครื่องยนต์

รถไฟฟ้าไม่มี CC จึงไม่อยู่ในโครงสร้างภาษีแบบรถน้ำมันที่อัตราภาษีมักเพิ่มขึ้นตามขนาดเครื่องยนต์ ส่งผลให้ภาระภาษีในหลายกรณีต่ำกว่า

2. มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ

ในบางช่วงเวลา ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถพลังงานสะอาด เช่น การลดอัตราภาษีหรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

3. แนวโน้มสนับสนุนพลังงานสะอาด

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดมลพิษทางอากาศ มีผลต่อทิศทางโครงสร้างภาษีในระยะยาว ทำให้รถไฟฟ้ามักได้รับการส่งเสริมมากกว่ารถเครื่องยนต์แบบเดิม


โดยรวมแล้ว ภาษีรถไฟฟ้ามักมีค่าใช้จ่ายรายปีต่ำกว่ารถน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ, น้ำหนักรถ และเงื่อนไขกฎหมายในแต่ละช่วงเวลา

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรเปรียบเทียบภาษีควบคู่กับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าประกันภัย, ค่าบำรุงรักษา, ค่าไฟชาร์จ และลักษณะการใช้งานจริง เพื่อประเมินความคุ้มค่าโดยรวม

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสถานะเครดิตของตนเองล่วงหน้า เพราะประวัติเครดิตบูโรเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไฟแนนซ์ใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ


เจ้าของรถสามารถตรวจสอบสถานะภาษีรถยนต์ได้หลายช่องทาง เพื่อดูว่าครบกำหนดต่อภาษีหรือยัง และสามารถดำเนินการต่อภาษีได้ทันเวลา โดยมีวิธีดังนี้

  • เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก: ใช้ตรวจสอบข้อมูลรถ วันหมดอายุภาษี และดำเนินการต่อภาษีออนไลน์ได้ในบางกรณี
  • แอปพลิเคชัน DLT Smart Queue: ใช้ตรวจสอบข้อมูลรถ และจองคิวล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการที่สำนักงานขนส่ง
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส: สามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปีได้ (กรณีเอกสารครบถ้วน)
  • สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ: เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม หรือต้องตรวจสภาพรถ


ก่อนดำเนินการต่อภาษี ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ดังนี้

  • เล่มทะเบียนรถตัวจริง
  • หลักฐานการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ (ต้องยังไม่หมดอายุ)
  • ใบรับรองการตรวจสภาพรถ
    ใช้สำหรับรถที่มีอายุเกิน 7 ปี (ต้องผ่านการตรวจจากสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาต)


หากไม่ได้ต่อภาษีรถยนต์ตามกำหนด จะมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ขาดต่อภาษี ดังนี้

1. ค่าปรับกรณีขาดต่อภาษี

จะถูกเรียกเก็บค่าปรับ 1% ของค่าภาษีต่อเดือน นับจากวันที่ภาษีหมดอายุ เช่น ภาษีปีละ 1,000 บาท หากขาด 6 เดือน จะเสียค่าปรับเพิ่ม 60 บาท

2. ขาดเกิน 3 ปี ต้องดำเนินการเพิ่มเติม

หากปล่อยให้ขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ และต้องดำเนินการดังนี้

  • นำรถเข้าตรวจสภาพใหม่
  • ชำระภาษีค้างชำระพร้อมค่าปรับ
  • ดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่งกำหนด

3. อาจต้องจดทะเบียนใหม่

ในบางกรณี หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจต้องเข้าสู่ขั้นตอนการจดทะเบียนใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนยุ่งยากมากขึ้น

ข้อควรรู้ ⚠️

การปล่อยให้ภาษีขาดนาน ไม่เพียงเพิ่มภาระค่าปรับ แต่ยังทำให้ขั้นตอนดำเนินการซับซ้อนขึ้น ควรตรวจสอบวันหมดอายุภาษีล่วงหน้า และต่อภาษีให้ตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น


วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ทำยังไง?

รถยนต์ไฟฟ้าคำนวณภาษีจากน้ำหนักรถและประเภททะเบียน ขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันคำนวณจากความจุเครื่องยนต์ (CC) และอายุการใช้งานของรถ

ต่อภาษีรถต้องมี พ.ร.บ. ไหม?

จำเป็นต้องมี พ.ร.บ. รถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุ จึงจะสามารถดำเนินการต่อภาษีประจำปีได้

ต่อภาษีรถล่วงหน้าได้กี่เดือน?

สามารถต่อภาษีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันหมดอายุ

อายุ 18 ออกรถยนต์ได้ไหม?

โดยหลักทั่วไป ผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถทำสัญญาเช่าซื้อ (ผ่อนชำระ) ได้ด้วยตนเอง
กรณีอายุ 18–19 ปี สามารถซื้อรถด้วยเงินสดได้ หรือหากต้องการผ่อนชำระ อาจต้องมีผู้ปกครองหรือผู้บรรลุนิติภาวะร่วมลงนามหรือค้ำประกันตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน


ภาษีรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมันแตกต่างกันอย่างชัดเจนในวิธีคำนวณ โดยรถน้ำมันคิดภาษีจากความจุเครื่องยนต์ (CC) และอายุรถ ส่วนรถไฟฟ้าคิดจากน้ำหนักรถและประเภทรถ ไม่อิงตามขนาดเครื่องยนต์ ในหลายกรณี รถไฟฟ้ามักมีภาษีรายปีต่ำกว่า โดยเฉพาะช่วงที่มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าไม่ได้ดูแค่ภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าประกันภัย, ค่าบำรุงรักษา, ค่าไฟชาร์จ และรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจออกรถคันใหม่ ควรวิเคราะห์ทั้งต้นทุนในปัจจุบันและภาระค่าใช้จ่ายในอนาคตอย่างรอบคอบ พร้อมตรวจสอบความพร้อมทางการเงินและประวัติเครดิตของตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุดค่ะ


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ภาษีรถไฟฟ้า vs รถน้ำมัน ต่างกันยังไง? แบบไหนคุ้มกว่า
ภาษีรถไฟฟ้า vs รถน้ำมัน ต่างกันยังไง? แบบไหนคุ้มกว่า

เปรียบเทียบภาษีรถไฟฟ้าและรถน้ำมัน วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ ขั้นตอนเช็คภาษีรถออนไลน์ ตารางอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุด พร้อมกรณีขาดเกิน 3 ปี ต้องเสียเท่าไหร่?

บทวิเคราะห์ทองคำ 26 กุมภาพันธ์ 2026
บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 26 กุมภาพันธ์ 2026

ในบทวิเคราะห์นี้ จะศึกษาภาพรวมปัจจัยพื้นฐานและภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคำ จะมีจุดน่าเข้าซื้อหรือน่าขายจุดไหนบ้าง? บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้มีคำตอบ!

โบรกเกอร์หุ้นไทย ไม่มีขั้นต่ำ ค่าธรรมเนียมซื้อขายถูก ปี 2026
โบรกเกอร์หุ้นไทย ไม่มีขั้นต่ำ ค่าธรรมเนียมซื้อขายถูก ปี 2026

รวมรายชื่อโบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ํา ปี 2026 เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมแบบละเอียด พร้อมคำแนะนำเปิดพอร์ตหุ้นที่ไหนดี สำหรับมือใหม่และสายเทรดมืออาชีพ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy