ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิด Smart Money Concept (SMC) และ ICT Trading ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เทรดเดอร์ Forex ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ หนึ่งในหัวใจสำคัญของแนวคิดเหล่านี้คือ FVG Forex หรือ Fair Value Gap ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรา “อ่านเกมของรายใหญ่” ได้ชัดเจนขึ้น
บทความนี้คุณน้าจะพาไปเจาะลึก FVG Forex ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการประยุกต์ใช้งานจริง ครอบคลุมความหมาย, ที่มา, หลักการทำงาน, และข้อควรระวัง อีกทั้งยังมีเทคนิคการนำไปปรับใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
*หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

FVG Forex คืออะไร?

FVG (Fair Value Gap) คือ ช่องว่างของราคาที่เกิดจากความไม่สมดุลของแรงซื้อและแรงขายในตลาด (Price Imbalance) ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีแรงซื้อ (Buy) หรือแรงขาย (Sell) ที่รุนแรงผิดปกติ ส่งผลให้ราคาวิ่งเร็วเกินไปจนข้ามช่วงราคาบางส่วน
โดยคุณน้าจะอธิบายให้เห็นเข้าใจตามสเตปง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
- ตามปกติราคาควรไต่ระดับทีละขั้น
- แต่รายใหญ่เข้ามาดันราคาอย่างรุนแรง
- ทำให้ราคากระโดดข้ามบางช่วงไปอย่างรวดเร็ว
- เกิดเป็นช่องว่างของราคาที่ยังไม่สมดุล
- ช่องว่างนี้เองที่เรียกว่า “Fair Value Gap” หรือ “FVG”


รู้หรือไม่ ? Fair Value Gap ไม่ใช่ “ช่องว่างกราฟ” แบบ Gap หุ้น
สิ่งที่มือใหม่มักเข้าใจผิด คือ FVG Forex ไม่ใช่ช่องว่างราคาที่เกิดจากการเปิดตลาดกระโดดขึ้นหรือลงเหมือนหุ้น แต่เป็นช่องว่างเชิงโครงสร้างของแท่งเทียนที่เกิดขึ้นภายในกราฟ Forex ซึ่งเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้น FVG ในตลาด Forex อาจจะไม่เป็นเป็นช่องว่างโล่ง ๆ บนกราฟ แต่สังเกตได้จากช่วงราคาที่แท่งเทียนไม่ทับซ้อนกันค่ะ
ที่มาของกลยุทธ์ FVG Forex
กลยุทธ์ FVG (Fair Value Gap) มีที่มาจากแนวคิดการวิเคราะห์พฤติกรรมของสถาบันการเงินรายใหญ่ หรือ Smart Money ซึ่งมักเข้าซื้อขายด้วยปริมาณสูงในระยะเวลาสั้น ๆ ส่งผลให้ราคามีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเกิดความไม่สมดุลของตลาดนั่นเองค่ะ
โดยการเคลื่อนไหวลักษณะนี้จะทิ้งร่องรอยไว้บนกราฟในรูปแบบช่องว่างเชิงโครงสร้างของแท่งเทียน 3 แท่ง (Fair Value Gap) ซึ่งสะท้อนว่าราคาในบางช่วงยังไม่ได้มีการซื้อขายอย่างสมดุล

แนวคิดสำคัญของกลยุทธ์นี้ คือ ราคาที่มีการเคลื่อนไหวเร็วเกินไปจากเกิดช่องว่าง FVG มักมีโอกาสย้อนกลับมาเติมเต็มช่องว่าดังกล่าวในอนาคต
เทรดเดอร์จึงมักนำ FVG มาใช้เป็นจุดอ้างอิงในการหาจุดเข้าเทรด ซึ่งจะใช้ร่วมกับแนวคิดอื่น ๆ เช่น Liquidity และ Market Structure เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ค่ะ
ทำไมราคามักกลับมาเติม Fair Value Gap?

หลักการสำคัญของตลาดการเงิน คือ “ตลาดมีแนวโน้มกลับเข้าสู่สมดุล (Rebalancing)“
เมื่อราคาถูกดันขึ้นหรือลงอย่างรุนแรงจากแรงซื้อขายของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด ตลาดมักจะยังไม่สามารถจับคู่คำสั่งซื้อขายได้อย่างครบถ้วนในบางช่วงราคา ส่งผลให้เกิดบริเวณที่มีคำสั่งค้างอยู่ ซึ่งก็คือ Fair Value Gap (FVG) หรือพูดง่าย ๆ คือ “พื้นที่ที่ตลาดยังทำงานไม่เสร็จ” นั่นเองค่ะ
เมื่อเวลาผ่านไป ราคามักจะย่อกลับมาเพื่อจับคู่คำสั่งซื้อขายที่ค้างอยู่ เพื่อเติมสภาพคล่องในตลาด ก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวไปต่อในทิศทางเดิมหรือเปลี่ยนทิศทางตามโครงสร้างของตลาด
นี่คือเหตุผลที่ FVG ถูกใช้เป็น โซนเข้าเทรด (Entry Zone) มากกว่าการเข้าไล่ราคาตามแท่งใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าค่ะ
จุดเด่นและข้อจำกัดของ FVG Forex
จุดเด่นของ FVG Forex
- ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการหาจุดเข้าเทรด เมื่อเทียบกับการใช้แนวรับ–แนวต้านทั่วไป
- สามารถใช้งานร่วมกับแนวคิด Smart Money Concept (SMC) เช่น Order Block และ Liquidity ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปรับใช้ได้กับทุก Timeframe ตั้งแต่กรอบเล็กสำหรับ Scalping ไปจนถึงกรอบใหญ่สำหรับ Swing Trade
- ช่วยให้เข้าใจโครงสร้างตลาดได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะจังหวะที่ราคามีความไม่สมดุล
- ช่วยประเมินจุด Pullback ก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวต่อได้ดีขึ้น
จุดเด่นของ FVG Forex
- มือใหม่อาจยังแยกแยะ FVG ที่แท้จริงได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวน
- FVG บางบริเวณอาจไม่ถูกเติม (Fill) ในทันที หรืออาจไม่ถูกเติมเลย
- การไม่พิจารณา Market Structure อาจทำให้ตีความ FVG ผิดพลาด
- หากใช้ FVG เพียงอย่างเดียวโดยไม่พิจารณา Liquidity หรือ Order Block อาจนำไปสู่สัญญาณหลอกได้
ส่วนประกอบของ FVG Forex มีอะไรบ้าง?

FVG Forex จะเกิดจากแท่งเทียน 3 แท่งที่เรียงต่อกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
แท่งที่ 1 : จุดอ้างอิงราคา
เป็นแท่งก่อนเกิดแรงซื้อหรือแรงขายรุนแรง ใช้เป็นจุดเปรียบเทียบว่า ราคาถูก “ข้ามช่วง” ไปหรือไม่
แท่งที่ 2 : Imbalance Candle
เป็นแท่งเทียนที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติ สะท้อนแรงซื้อหรือแรงขายของสถาบันการเงินหรือรายใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของความไม่สมดุลในตลาด
แท่งที่ 3 : แท่งยืนยัน (Confirmation Candle)
ราคาเปิดและเคลื่อนต่อไป โดยไม่ย้อนกลับมาแตะ High หรือ Low ของแท่งที่ 1
ช่วงราคาที่ไม่มีการทับซ้อนกันระหว่างแท่งที่ 1 และแท่งที่ 3 นี่เองคือสิ่งที่เรียกว่า Fair Value Gap (FVG)
FVG Forex มีกี่ประเภท?
FVG (Fair Value Gap) ใน Forex มี 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
1. FVG ขาขึ้น (Bullish FVG)

Bullish FVG คือ Fair Value Gap ที่เกิดจากแรงซื้อ (Buy) ที่เข้ามาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มักพบในช่วงแนวโน้มขาขึ้น หรือบริเวณที่ตลาดเริ่มกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้นค่ะ
ลักษณะของ Bullish FVG
- เกิดจากแรงซื้อที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้ราคาพุ่งขึ้นโดยแทบไม่เกิดการซื้อขายในบางช่วงราคา
- กราฟเกิดช่องว่างของราคาใต้โครงสร้างแท่งเทียน ซึ่งหมายถึงช่วงราคาที่แท่งเทียนก่อนหน้าและแท่งถัดไปไม่ทับซ้อนกัน
- ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังไม่มีการแลกเปลี่ยนอย่างสมดุล (Imbalance) ในโซนราคานั้นนั่นเอง
วิธีนำ Bullish FVG ไปใช้ทำกำไร
- รอให้ราคาย่อตัวกลับลงมาแตะเพื่อทดสอบโซน FVG
- มองหาสัญญาณยืนยันเพิ่มเติม เช่น Price Action หรือแท่งเทียนกลับตัว
- เข้าออเดอร์ Buy เมื่อมีสัญญาณที่ชัดเจนบริเวณ FVG
- ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าโซน FVG เล็กน้อย เพื่อจำกัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม
- ตั้ง Take Profit ตามแนวต้าน หรือ High เดิมของราคา
สำหรับเทรดเดอร์ที่อยากทำความเข้าใจ Price Action อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่พื้นฐาน, เทคนิคการอ่านกราฟ ไปจนถึงรูปแบบ Price Action ที่พบได้บ่อย คุณน้าได้สรุปไว้ครบในบทความนี้แล้วค่ะ ห้ามพลาด!

2. FVG ขาลง (Bearish FVG)

Bearish FVG คือ Fair Value Gap ที่เกิดจากแรงขาย (Sell) ที่เข้ามาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว มักพบในแนวโน้มขาลง หรือบริเวณที่ตลาดเริ่มกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง
ลักษณะของ Bearish FVG
- เกิดจากแรงขายที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้ราคาดิ่งลงโดยแทบไม่มีการซื้อขายในบางช่วงราคา
- กราฟเกิดช่องว่างของราคาบริเวณด้านบนของโครงสร้างแท่งเทียน ซึ่งเป็นช่วงที่แท่งเทียนก่อนหน้าและแท่งถัดไปไม่ทับซ้อนกัน
- สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในภาวะไม่สมดุล (Imbalance) ในโซนราคานั้นนั่นเอง
วิธีนำ Bearish FVG ไปใช้ทำกำไร
- รอให้ราคาดีดกลับขึ้นมาแตะเพื่อทดสอบโซน FVG
- มองหาสัญญาณยืนยันการกลับตัว เช่น แท่งเทียนปฏิเสธราคา หรือ Price Action ฝั่งขาย
- เข้าออเดอร์ Sell เมื่อมีสัญญาณที่ชัดเจน
- ตั้ง Stop Loss เหนือโซน FVG เพื่อควบคุมความเสี่ยง หากราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม
- ตั้ง Take Profit ที่แนวรับ หรือ Low เดิมของราคา
เคล็ดลับการใช้ FVG ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
1. เทรดตามแนวโน้มหลักของตลาด
การใช้ FVG ให้ได้ผลควรเทรดไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลักของตลาด หากตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ให้โฟกัสที่ Bullish FVG และหากตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลง ควรมองหา Bearish FVG เป็นหลัก
เนื่องจากการฝืนเทรนด์ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้การเทรดด้วย FVG มีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย
2. รอให้ราคากลับมา ไม่เข้าไล่ราคา
FVG คือ “จุดรอเข้าเทรด” ไม่ใช่จุดที่ต้องรีบเปิดออเดอร์ทันทีหลังจากราคาพุ่งหรือดิ่งแรง
การรอให้ราคาย่อตัวกลับเข้ามาที่โซน FVG จะช่วยให้สามารถตั้ง Stop Loss ได้สั้นลง ควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น และทำให้สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk–Reward) มีความคุ้มค่ามากกว่าค่ะ
3. ต้องมีสัญญาณยืนยันก่อนเข้าเทรดเสมอ
ก่อนเปิดออเดอร์ ควรรอให้มีสัญญาณยืนยันร่วมกับ FVG เพื่อเพิ่มความแม่นยำ เช่น
- แท่งเทียนกลับตัว (Pin Bar หรือ Engulfing)
- การเกิด Rejection หรือการปฏิเสธราคา
- การเปลี่ยนทิศทางของโครงสร้างย่อย (Market Structure)
การรอสัญญาณยืนยันเหล่านี้ จะช่วยลดโอกาสผิดพลาดจากการเข้าเทรดเร็วเกินไป และทำให้การใช้ FVG มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ค่ะ
Q&A เกี่ยวกับ FVG Forex ที่ควรรู้
1. วิธีดู FVG ที่มีคุณภาพ VS FVG หลอก สังเกตอย่างไร?
FVG ที่มีคุณภาพมักเกิดสอดคล้องกับแนวโน้มหลักของตลาด (Trend) และอยู่ใกล้บริเวณ Liquidity หรือ High–Low สำคัญ ซึ่งสะท้อนแรงซื้อขายของรายใหญ่ ทำให้มีโอกาสที่ราคาจะตอบสนองต่อโซนนั้นสูง
ในทางกลับกัน FVG หลอก มักพบในช่วงตลาด Sideway หรือช่วงที่โครงสร้างตลาดไม่ชัดเจน ส่งผลให้ราคาเติมเต็ม FVG ได้ง่ายและไม่สามารถไปต่อได้
ดังนั้น เหตุผลที่ FVG บางจุดแม่น แต่บางจุดล้มเหลว ไม่ได้อยู่ที่ตัว FVG เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับบริบทของตลาด หากเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง FVG, Trend และ Liquidity จะช่วยคัดกรองเฉพาะ FVG ที่ควรมีคุณภาพได้ดีขึ้นค่ะ
2. FVG ควรใช้ Time frame ไหนดีที่สุด?
การใช้ FVG ควรเลือก Time frame อย่างเป็นระบบ โดยทั่วไปสามารถแบ่งบทบาทของแต่ละ TF ได้ดังนี้
- TF ใหญ่ (H4–D1) : ใช้ดูแนวโน้มหลัก และหา FVG ที่มีความน่าเชื่อถือ
- TF เล็ก (M5–M15) : ใช้หาจุดเข้าออเดอร์ (Entry)
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ แนะนำเริ่มที่ H1 หรือ H4 และใช้แนวคิด Top-down Analysis กำหนด Bias จาก TF ใหญ่ก่อน
- Day Trade เหมาะกับ H1–M15
- Swing Trade ควรโฟกัส H4–D1
วิธีนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ FVG แบบสุ่มและเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดค่ะ
3. กลยุทธ์ FVG เหมาะกับใคร?
FVG เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ใช้แนวคิด SMC / ICT และชอบการเทรดที่มีแผนชัดเจน เน้น Risk–Reward (RR) สูง และสามารถรอจังหวะคุณภาพได้
ในขณะเดียวกัน FVG อาจไม่เหมาะกับ
- เทรดเดอร์สาย Scalping ที่เข้า–ออกเร็วมาก
- ผู้ที่ไม่ชอบรอสัญญาณยืนยัน
- ผู้ที่ต้องการความถี่ในการเทรดสูง
เนื่องจากการเทรดด้วย FVG ต้องอาศัยความอดทนเพื่อรอจังหวะและการอ่านบริบทของตลาดร่วมกันนั่นเองค่ะ
4. FVG เหมาะกับการเทรดสินทรัพย์ใดบ้าง?
FVG เหมาะกับสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น Forex คู่เงินหลัก, ทองคำ (XAUUSD), ดัชนี และคริปโตเหรียญหลัก เช่น BTC เนื่องจากมีแรงซื้อขายจากนักลงทุนรายใหญ่ชัดเจน ในขณะที่สินทรัพย์ที่สภาพคล่องต่ำ มักทำให้เกิด FVG หลอกได้ง่าย
ดังนั้น การเลือกตลาดที่มี Volume สูง จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการใช้ FVG ได้มากขึ้นค่ะ
5. FVG ใช้ร่วมกับ Indicator ได้ไหม?
FVG สามารถใช้ร่วมกับ Indicator ได้ แต่ควรใช้ในลักษณะ “การยืนยันสัญญาณ” มากกว่าการใช้เป็นตัวตัดสินใจหลัก
เนื่องจาก FVG เป็นแนวคิดที่อิงจากโครงสร้างราคาและพฤติกรรมของตลาด หากใช้ Indicator มากเกินไป อาจทำให้สัญญาณขัดแย้งกันและมีการตัดสินใจช้าเกินไปได้ค่ะ
โดย Indicator ที่นิยมใช้ร่วมกับ FVG ได้แก่
- Moving Average (MA) เพื่อยืนยันแนวโน้มหลักของตลาด
- RSI / Stochastic เพื่อดูภาวะ Overbought–Oversold บริเวณโซน FVG
- Volume เพื่อยืนยันแรงซื้อขายเมื่อราคากลับมาแตะ FVG

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!
การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด
สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!

💡 คัมภีร์เริ่มต้น มือใหม่หัดเทรด
มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!
🔍 ตัวอย่างเนื้อหา มือใหม่หัดเทรดต้องรู้!
สรุปเกี่ยวกับ FVG Forex
FVG Forex ถือเป็นหนึ่งในแกนหลักของแนวคิด Smart Money Concept (SMC) และ ICT Trading ที่ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจพฤติกรรมของรายใหญ่ได้ลึกยิ่งขึ้น ผ่านการสังเกตจุดที่ตลาดเกิดภาวะราคาไม่สมดุล (Imbalance) ซึ่งมักเป็นบริเวณที่ราคามีแนวโน้มย้อนกลับมาให้ความสำคัญอีกครั้ง
เมื่อเข้าใจ FVG อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแค่จะช่วยให้มองเห็นจุด Pullback และโซนเข้าออกออเดอร์ที่มีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดสัญญาณหลอกบนกราฟ รวมถึงเสริมความแม่นยำในการวางตำแหน่ง Limit Order และทำให้การอ่านโครงสร้างตลาดเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ คุณน้าอยากฝากไว้ว่า FVG ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่ใช้เดี่ยว ๆ แล้วได้ผลเสมอไปค่ะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในการ “อ่านเกมของรายใหญ่” หากนำไปใช้ร่วมกับแนวโน้มหลักของตลาด (Trend), Market Structure และ Price Action อย่างเหมาะสม จะช่วยยกระดับการเทรดจากการคาดเดา ไปสู่การตัดสินใจที่มีเหตุผลและมีแผนรองรับอย่างแท้จริงค่ะ
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







