เช็กภาษีซื้อต้องห้าม คืออะไร? รวมทุกข้อที่ผู้ประกอบต้องรู้!

เช็กภาษีซื้อต้องห้าม คืออะไร? รวมทุกข้อที่ผู้ประกอบต้องรู้!
Table of Contents

ภาษีที่คุณน้าจะนำเสนอในวันนี้ก็คือ ภาษีซื้อต้องห้าม ภาษีที่ผู้ประกอบการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องรู้! เนื่องจากเป็นภาษีที่ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนยังคงสับสนกันค่ะว่า ภาษีซื้อต้องห้าม คืออะไรกันแน่? ในบทความนี้ ไปหาคำตอบกันค่ะ

*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร?

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือ ภาษีทางอ้อมที่ผู้ประกอบการต้องทำหน้าที่เรียกเก็บจากผู้บริโภคสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ


ผู้ประกอบการที่จด VAT คือใคร?

ผู้ประกอบการที่จด VAT คือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากร โดยผู้ประกอบการต้องทำหน้าที่เก็บภาษีที่ได้จากการซื้อสินค้าหรือบริการแทนรัฐบาลนั่นเองค่ะ โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวอยู่ที่ 7% สำหรับคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) นั้นมีรายละเอียด ดังนี้ค่ะ

  • ผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
  • ผู้ประกอบการที่กำลังเตรียมเปิดกิจการ โดยสามารถทำได้ล่วงหน้าไม่เกิน 6 เดือน ก่อนเปิดกิจการ
  • ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ขายสินค้าในไทย


ภาษีซื้อต้องห้าม คืออะไร?

ภาษีซื้อต้องห้าม คือ ภาษีซื้อผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายได้ค่ะ โดยปกติแล้ว ผู้ประกอบการที่จด VAT จะต้องนำภาษีซื้อจากการซื้อสินค้าหรือบริการมาหักลบออกจากภาษีขาย เพื่อนำส่งภาษีให้กับกรมสรรพากรค่ะ แต่ก็จะมีภาษีประเภทหนึ่งที่กฎหมายห้ามไม่ให้นำมาหักภาษีนั่นก็คือ ภาษีซื้อต้องห้ามนั่นเอง

ภาษีซื้อต้องห้าม อยู่หมวดไหน : ภาษีซื้อต้องห้ามอยู่ในหมวดมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากรและประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 17 และฉบับที่ 42


เกร็ดความรู้! ภาษีซื้อ ภาษีขาย คืออะไร?

ภาษีซื้อ (Input Tax) คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการที่จด VATได้จ่ายไป เมื่อซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการสำหรับการนำมาใช้ประกอบกิจการ
ภาษีขาย (Output Tax) คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการที่จด VATได้เรียกเก็บจากผู้ซื้อ เมื่อมีการขายสินค้าหรือรับค่าบริการ


ทำไมต้องมีภาษีซื้อต้องห้าม?

เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่จด VAT ใช้ภาษีซื้อที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เกี่ยวข้องกับกิจการมาใช้ในการหักออกจากภาษีขาย ซึ่งเป็นการป้องกันการทุจริต และที่สำคัญก็คือ เพื่อช่วยให้การจัดเก็บภาษีของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

ภาษีซื้อต้องห้าม มีอะไรบ้าง?

จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าภาษีซื้อต้องห้ามเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่สามารถขอคืน VAT ได้ อย่างไรก็ดี จะมีบางกรณีที่ไม่สามารถขอคืน VAT แต่สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายกิจการได้ค่ะ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับรายจ่ายนั้น ๆ ด้วยนะคะ

ดังนั้น คุณน้าขออธิบายทั้งภาษีซื้อต้องห้ามไม่สามารถขอคืน VAT ได้ และภาษีซื้อต้องห้ามที่สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ภาษีซื้อต้องห้ามที่ไม่สามารถขอคืน VAT

  1. ภาษีซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ เช่น ภาษีซื้อสำหรับรายจ่ายต้องห้าม
  2. ภาษีซื้อสินค้าหรือบริการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
  3.  ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือค่าบริการ
  4. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง เช่น รถเก๋ง, รถ SUV และ MPV ไม่สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้
  5. ภาษีซื้อที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกตามกฎหมาย
  6. ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือเกิดการสูญหายโดยไม่มีใบแทน เช่น ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือไม่มีรายละเอียดจำเป็นที่ครบถ้วน
  7. ภาษีซื้อต้องห้ามตามที่อธิบดีกำหนดเพิ่มเติม (ฉบับที่ 42) โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้าเว็บไซต์กรมสรรพากร

ภาษีซื้อต้องห้ามไม่สามารถขอคืน VAT แต่สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายได้

  1. ภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายสำหรับการรับรองลูกค้า
  2. ค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ทุกประเภท สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายกิจการได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นรถที่ใช้เพื่อประกอบกิจการ แม้ว่ารถยนต์จะมีลักษณะคล้ายรถส่วนบุคคล เช่น รถยนต์สาธิต หรือรถแท็กซี่
  3. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ
  4. ภาษีซื้อสำหรับค่าใช้จ่ายในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
  5. ภาษีซื้อสำหรับสินค้าหรือบริการ สำหรับกิจการทั้งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยรายได้ในส่วนที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต้องไม่น้อยกว่า 90% และผู้ประกอบการต้องเลือกใช้สิทธิไม่เฉลี่ยภาษีซื้อ
  6. ภาษีซื้อสำหรับก่อสร้างอาคาร หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในกิจการที่มีการจดทะเบียน และหากภายใน 3 ปีนับจากเดือนที่สร้างเสร็จ มีการขาย ให้เช่า หรือนำไปใช้ในกิจการที่มีการจดทะเบียน สามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายกิจการได้
  7. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แต่มีการแก้ไขด้วยการเขียนปากกาลงไปบางรายการ ซึ่งกฎหมายยอมรับได้
  8. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบที่ออกโดยสำนักงานใหญ่ ซึ่งจะต้องระบุชื่อสาขาที่ออกใบกำกับภาษีเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้

*ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบที่มีรอยแก้ไขจะไม่สามารถใช้ได้ ยกเว้น 2 กรณีด้านล่าง ดังนี้

กรณีที่ 1: หากมีการแก้ไขที่อยู่ของผู้ออกใบกำกับภาษีจากราชการ ไม่ว่าจะเป็น บ้านเลขที่, ชื่อถนน, ชื่อหมู่บ้าน, ตำบล, อำเภอ หรือจังหวัด จะต้องมีการลงลายมือชื่อที่มีการแก้ไข โดยต้องประทับด้วยตรายางภายใน 1 ปี

กรณีที่ 2: หากมีการแก้ไขเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบกำกับภาษี จะต้องลงชื่อหรือมีการประทับตรายางภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่กรมสรรพากรแจ้งให้แก้ไข


ภาษีซื้อต้องห้าม ตัวอย่างมีอะไรบ้าง?

คุณน้าขอยกตัวอย่าง 20 ภาษีซื้อต้องห้าม เพื่อให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT เข้าใจภาพรวมของภาษีซื้อต้องห้ามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

20 ตัวอย่างภาษีซื้อต้องห้ามห้ามขอคืน VAT และห้ามเป็นค่าใช้จ่ายห้ามขอคืน VAT แต่เป็นค่าใช้จ่ายได้
ใบกำกับภาษีเป็นชื่อบริษัท แต่ค่าใช้จ่ายในใบกำกับได้รวมของบริษัทในเครือ🔴
บริษัทเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ใบกำกับภาษียังเป็นชื่อเดิม🔴
ใบกำกับภาษีค่าน้ำค่าไฟ เป็นชื่อผู้ให้เช่า แต่ผู้จ่ายเป็นผู้เช่า🔴
ใบกำกับภาษีระบุชื่อผู้ซื้อว่า ‘สด’🔴
ใบกำกับภาษีระบุที่อยู่ผู้ซื้อไม่ถูกต้องจาก 559/2 เป็น 558/2🔴
ซื้อกระเช้าปีใหม่ให้ลูกค้า
ค่าทางด่วน/บัตรทางด่วน
ค่าก่อสร้างอาคารให้เช่า
ค่าก่อสร้างอาคาร แล้วยกให้แก่ผู้ให้เช่าที่ดิน
เงินทดรองจ่ายแทนบริษัทในเครือ🔴
ค่าก่อสร้างอาคารจอดรถแบบกำหนดที่ และไม่ต้องเสียค่าเช่าที่จอดรถ 
ติดตั้งลิฟต์เพื่อใช้กับกิจการ ให้เช่าอพาร์ทเม้นท์ใช้ในกิจการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ใบเสร็จรับเงินศุลกากรระบุชื่อผู้จ่ายเงิน แต่ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าเครื่องจักรมาใช้ในกิจการของตนเอง🔴
ภาษีซื้อจากการนำเข้าเครื่องจักร บริษัทต่างประเทศได้ซื้อเครื่องจักรและนำเข้ามาให้บริษัทในไทยใช้ เมื่อจบโครงการจะต้องส่งเครื่องจักรคืน🔴
ใบกำกับไม่ระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี🔴
บริษัทจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้กับรถยนต์พนักงาน🔴
พนักงานป่วย บริษัทซื้อกระเช้าไปเยี่ยมพนักงาน🔴
ค่าสมาชิกกอล์ฟของนิติบุคคล แต่ผู้บริหารนำมาเล่น🔴
นำรถยนต์นั่งมาเป็นรถยนต์สาธิต

*หมายเหตุ:

🔴 = ห้ามขอคืน VAT และห้ามลงเป็นค่าใช้จ่าย (ต้องบวกกลับใน ภ.ง.ด. 50)

✅ = ห้ามขอคืน VAT แต่สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ (ไม่ต้องบวกกลับใน ภ.ง.ด. 50)


ภาษีซื้อต้องห้าม กับ ภาษีซื้อไม่ขอคืนต่างกันอย่างไร?

จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าภาษีซื้อต้องห้าม คือ ภาษีไม่สามารถขอคืน VAT ได้ โดยในบางกรณีถึงแม้จะขอคืน VAT ไม่ได้ แต่สามารถเป็นค่าใช้จ่ายกิจการได้ แล้วรู้หรือไม่ว่า มีภาษีซื้ออีก 1 ประเภทที่ผู้ประกอบการที่จด VAT มักจะสับสนว่าเป็นภาษีซื้อต้องห้าม

นั่นก็คือ ‘ภาษีซื้อไม่ขอคืน’ โดยภาษีซื้อไม่ขอคืน คือ ภาษีซื้อที่ผู้ประกอบการมีสิทธิขอคืนหรือหักออกจากภาษีขาย แต่ผู้ประกอบสละสิทธิที่จะใช้ 

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่จด VAT อย่าลืมนำภาษีซื้อไม่ขอคืนมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อคำนวณกำไรสุทธิในแบบ ภ.ง.ด. 50 ด้วยนะคะ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีซื้อต้องห้าม

ภาษีซื้อต้องห้าม มาตรา 82/5 คืออะไร?

ภาษีซื้อต้องห้าม มาตรา 82/5 คือ ภาษีที่ไม่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณภาษีได้ โดยมีรายละเอียด ได้แก่

1. กรณีไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อจริง

2. กรณีใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในบางส่วน ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีสาระสำคัญ

3. ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ

4. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง เช่น รถเก๋ง, รถ SUV และ MPV

5. ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือค่าบริการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

6. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี

7. ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ฉบับที่ 42)


ภาษีซื้อขอคืนได้ คืออะไร?

ภาษีซื้อขอคืนได้ คือ ภาษีที่ผู้ประกอบการสามารถขอคืนได้ โดยต้องเป็นกรณีที่ภาษีซื้อมากกว่าขาย ซึ่งสามารถนำมาขอคืนภาษีเป็นเงินสด หรือนำส่วนเกินไปใช้เป็นเครดิตภาษีในปีถัดไปได้


คุณน้าพาเทรด

คุณน้าได้รวบรวมทุกเรื่องเกี่ยวกับภาษีที่คุณไม่ควรพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือน, แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ หรือผู้ประกอบการ การยื่นภาษีถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติ และการยื่นภาษีไม่เท่ากับว่าทุกคนจะต้องเสียภาษีค่ะ เพราะกรมสรรพากรมีข้อบังคับและกฎเกณฑ์ในการยื่นภาษีค่ะ

ดังนั้น เพื่อไม่ให้โดนตรวจสอบภาษีย้อนหลัง อย่าลืมยื่นภาษีให้ถูกต้องกันนะคะ โดยสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับภาษีอื่น ๆ ของคุณน้าประกอบได้เลยค่ะ


สรุปภาษีซื้อต้องห้ามสำคัญกับกิจการอย่างไร?

จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าภาษีซื้อต้องห้ามเป็นภาษีที่ผู้ประกอบการที่จด VAT ไม่สามารถนำมาหักออกจากภาษีขาย เพื่อใช้ในการขอคืนภาษีได้ค่ะ ซึ่งภาษีลักษณะนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะภาษีที่ขอคืน VAT ไม่ได้ ย่อมเป็นต้นทุนที่กิจการต้องแบกรับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสะสมของกิจการโดยตรง และยิ่งไปกว่านั้น หากคุณลงภาษีผิดพลาดอาจจะโดนปรับย้อนหลังได้เช่นกันนะคะ

ดังนั้น อย่าลืมศึกษารายละเอียดและกฎเกณฑ์สำคัญของภาษีซื้อต้องห้าม เพื่อให้สามารถคำนวณภาษีได้อย่างถูกต้อง ด้วยความหวังดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรดค่ะ

นอกจากนี้ บทความนี้เป็นบทความให้ความรู้เท่านั้น โดยคุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการยื่นภาษีของผู้ประกอบการเพิ่มเติมที่หน้าเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการยื่นภาษีค่ะ


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge


Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
บทวิเคราะห์คู่เงิน AUDUSD 9 มีนาคม 2026
บทวิเคราะห์ AUDUSD วันที่ 9 มีนาคม 2026

พบกับวิเคราะห์ AUDUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน USDCHF 9 มีนาคม 2026
บทวิเคราะห์ USDCHF วันที่ 9 มีนาคม 2026

พบกับวิเคราะห์ USDCHF ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 9 มีนาคม 2026
วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 9 มีนาคม 2026

พบกับวิเคราะห์ USDCAD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 8 มีนาคม 2026
คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 8 มีนาคม 2026

ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายหุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy