ลงทุนทองแบบไหนดี เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับทุกคนที่กำลังมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยในการปกป้องความมั่งคั่งของตัวเองค่ะ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลก ทองคำมักถูกมองว่าเป็นหลุมหลบภัยทางการเงินที่น่าสนใจในหลายสถานการณ์ แต่ก่อนจะตัดสินใจเปิดพอร์ตหรือเดินเข้าร้านทอง หลายคนอาจยังลังเลว่าจะเลือกระหว่างการซื้อทองคำจริงมาเก็บสะสมระยะยาว หรือจะเน้นเทรดเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดการเงิน คำตอบสั้น ๆ คือขึ้นอยู่กับเป้าหมายและเวลาของคุณค่ะ หากต้องการเก็บออมระยะยาวและไม่มีเวลาติดตามราคา การซื้อทองคำแท่งหรือออมทองออนไลน์อาจเหมาะกว่า แต่หากมีความรู้ มีเวลาติดตามตลาด และรับความเสี่ยงจากอัตราทดได้ การเทรดทองระยะสั้นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ ในบทความนี้คุณน้าจะพาทุกคนไปเปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด พร้อมแนวทางเลือกที่ตอบโจทย์สไตล์คุณอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ทำไมทองคำถึงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยม?
ทองคำได้รับการยอมรับในฐานะ “Safe Haven” หรือสินทรัพย์ปลอดภัยระดับโลกมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีมูลค่าที่แท้จริงในตัวเอง (Intrinsic Value) และไม่สามารถพิมพ์เพิ่มขึ้นได้ตามอำเภอใจเหมือนเงินกระดาษ ปัจจัยหลักที่ทำให้ทองคำยังคงเป็นที่ต้องการของนักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางทั่วโลก ได้แก่:
การสะสมทุนสำรองของธนาคารกลาง: ธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำแท่งอย่างต่อเนื่อง (ข้อมูล ณ ปีที่เผยแพร่บทความนี้) เพื่อลดการพึ่งพิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
เครื่องมือต้านทานเงินเฟ้อ: เมื่อค่าเงินลดอำนาจการซื้อลง มูลค่าของทองคำมักปรับตัวขึ้นตามทิศทางเงินเฟ้อ จึงอาจช่วยรักษาความมั่งคั่งได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นทุกช่วงเวลา
การกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ: ทองคำมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นและพันธบัตรในระดับต่ำ จึงอาจช่วยพยุงมูลค่าพอร์ตการลงทุนรวมในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจได้ในบางกรณี
เกร็ดความรู้! De-Dollarization คืออะไร?
De-Dollarization คือ กระบวนการที่กลุ่มประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกพยายามลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการค้าระหว่างประเทศ การตั้งทุนสำรองระหว่างประเทศ และการชำระบัญชีการค้า โดยหันไปใช้สกุลเงินท้องถิ่นหรือสะสมสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำแท่ง แทน เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและความผันผวนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ
ข้อดี-ข้อเสียของทองคำ
ข้อดี
- ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ
- มีสภาพคล่อง
- กระจายความเสี่ยงได้ดี
- ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นค่อนข้างน้อย
- มีโอกาสให้ผลตอบแทนในระยะยาว ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
- เป็นสินทรัพย์ที่สามารถจับต้องได้
- รูปแบบการลงทุนหลากหลาย
ข้อเสีย
- ความเสี่ยงด้านปัจจัยทางเศรษฐกิจ
- มีค่าธรรมเนียมในการดูแล
- มีความเสี่ยงในการเก็บรักษา
- ราคาทองผันผวนค่อนข้างมาก
การลงทุนทอง คืออะไร?
จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าทองคำลงทุนได้หลายรูปแบบ ซึ่งแบ่งกว้าง ๆ ได้ 2 แนวทาง คือ การลงทุนทองคำแบบถือครองจริง และการเทรดทองเพื่อเก็งกำไรค่ะ
การลงทุนในทองคำ คือ การซื้อขายทองคำในรูปแบบของทองแท่งและทองรูปพรรณ โดยส่วนใหญ่ นักลงทุนจะซื้อทองจริงเพื่อเก็บรักษาสินทรัพย์ไว้ระยะยาว โดยหวังว่าราคาทองคำจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตนั่นเอง
การลงทุนทอง มีอะไรบ้าง?
คุณน้าขอยกตัวอย่าง 3 ประเภทการลงทุนในทองคำที่นักลงทุนนิยมกันค่ะ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ทองคำแท่ง

| ลักษณะทั่วไปของทองคำแท่ง | |
|---|---|
| ความหมาย | การหลอมแร่ทองคำ โดยการนำมาขึ้นรูปเป็นแท่งสี่เหลี่ยม ซึ่งมาตรฐานของทองคำไทยจะอยู่ที่ 96.5% ส่วนมาตรฐานทองคำโลกจะอยู่ที่ 99.99% |
| ประเภท | 1. ทองคำแท่งแบบหลอมเบ้า : การหลอมทองคำแท่ง โดยไม่เน้นที่ลวดลายและความสวยงาม แต่เน้นที่การทำน้ำหนักทองให้ตรงตามมาตรฐาน 2. ทองคำแท่งแบบรีดแผ่น : การรีดทองคำแท่งให้มีความสวยงาม โดยเน้นไปที่การพิมพ์ลวดลายลงบนทองคำที่มีการรีดแผ่นแล้ว ซึ่งทองคำชนิดนี้มักนิยมมอบให้กันในโอกาสพิเศษ |
| ค่าธรรมเนียม | นักลงทุนต้องเสียค่าบล็อก หรือค่าผลิตทองคำแท่งเพิ่มเติม หากซื้อทองคำแท่งน้ำหนักต่ำกว่า 5 บาท ซึ่งแต่ละร้านค้าทองจะคิดค่าบล็อกต่างกัน |
| เหมาะสำหรับ | นักลงทุนที่ต้องการเก็บออมหรือลงทุนทองจริงในระยะยาว |
| รูปแบบการลงทุน | นักลงทุนสามารถซื้อขายทองคำแท่งผ่านร้านทองหรือสถาบันการเงิน |
ทองคำรูปพรรณ

| ลักษณะทั่วไปของทองคำรูปพรรณ | |
|---|---|
| ความหมาย | การนำทองคำบริสุทธิ์มาหลอมให้กลายเป็นเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น สร้อยคอหรือกำไล โดยจะเน้นการสวมใส่เพื่อความสวยงาม ซึ่งมาตรฐานการหลอมทองคำรูปพรรณจะอยู่ที่ 96.5% |
| ประเภท | 1. ทองรูปพรรณที่ผลิตโดยเครื่องจักร : ทองคำรูปพรรณที่มีลวดลายเหมือนกัน 2. ทองรูปพรรณงานช่างฝีมือโบราณ : ทองคำรูปพรรณที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช่างฝีมือในแต่ละพื้นที่ 3. ทองรูปพรรณแบบชุด : ทองคำรูปพรรณที่ผลิตลวดลายแบบครบชุด ไม่ว่าจะเป็นสร้อย, ต่างหู, กำไล และแหวน เป็นต้น |
| ค่าธรรมเนียม | นักลงทุนต้องเสียค่ากำเหน็จหรือค่าแกะสลักให้กับช่างฝีมือ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของลวดลายที่แกะสลัก โดยขึ้นอยู่กับที่ร้านทองเป็นผู้กำหนด |
| เหมาะสำหรับ | นักลงทุนที่ต้องการเก็บเครื่องประดับหรือลงทุนในระยะยาว |
| รูปแบบการลงทุน | นักลงทุนสามารถซื้อขายทองคำรูปพรรณผ่านร้านทอง |
การออมทองออนไลน์

| ลักษณะทั่วไปของการออมทองออนไลน์ | |
|---|---|
| ความหมาย | เปลี่ยนการออมเงินกับธนาคารมาลงทุนกับการออมทองคำแท่งที่มีความบริสุทธิ์ 96.5% โดยนักลงทุนจะต้องออมทองให้ครบตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ จึงจะสามารถถอนทองคำจริงออกมา หรือสามารถถอนเป็นเงินสดก็ได้เช่นกันค่ะ |
| ประเภท | 1. การออมทองผ่านร้านทอง : นักลงทุนสามารถเข้าไปออมทองผ่านร้านทองหรือออมผ่าน Line ของร้านค้าทองก็ได้เช่นกันค่ะ 2. การออมทองผ่านแอปพลิเคชัน : นักลงทุนสามารถออมทองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Gold Now (ฮั่วเซ่งเฮง), Get Gold (YLG) และ AUSIRIS (ออสสิริส) เป็นต้น |
| ค่าธรรมเนียม | ค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเป็นผู้กำหนด เช่น หากคุณออมทองผ่านแอปพลิเคชันออมทองออนไลน์ของฮั่วเซ่งเฮง โดยเลือกหักเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 8 บาท (ข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับผู้ให้บริการอีกครั้ง) |
| เหมาะสำหรับ | 1. นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ นอกจากการถือเงินสดไว้ในมือ 2. นักลงทุนที่มีเงินลงทุนน้อย 3. นักลงทุนที่ต้องการเก็บออมหรือลงทุนในระยะยาว |
| รูปแบบการลงทุน | นักลงทุนสามารถออมทองผ่านร้านค้าทอง, แอปพลิเคชันออนไลน์ หรือเว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับการออมทอง |
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการอ่าน 5 แอปพลิเคชันออมทองออนไลน์เพิ่มเติม คุณน้าก็เคยเขียนบทความนี้ไว้แล้วนะคะ สามารถอ่านได้ที่ลิงก์ด้านล่างได้เลยค่ะ
การเทรดทอง คืออะไร?
การเทรดทอง คือ การซื้อขายทองคำจากการสังเกตความเคลื่อนไหวของราคาในขณะนั้น เพื่อหวังโอกาสในการเก็งกำไรส่วนต่างของราคาทองคำ โดยปกติแล้ว นักลงทุนจะไม่ได้ถือทองคำจริง ๆ ค่ะ เพราะจะเน้นซื้อขายในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่าง 1 นาที, 5 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ทำให้กำไรในการลงทุนประเภทนี้จะอาศัยการอ้างอิงราคาส่วนต่างของทองคำนั่นเอง
การเทรดทอง มีอะไรบ้าง?
คุณน้าขอยกตัวอย่าง 3 ประเภทการเทรดทองที่นักลงทุนนิยม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
การเทรดทอง XAUUSD (Forex)
การเทรดทองคำในตลาด Forex คือการเก็งกำไรในคู่สินทรัพย์ XAUUSD ซึ่งหมายถึงการเปรียบเทียบมูลค่าระหว่างทองคำ (XAU) กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ผ่านสัญญา CFD (Contract for Difference) การซื้อขายรูปแบบนี้ไม่ได้มีการส่งมอบทองคำจริง แต่เป็นการทำกำไรจากส่วนต่างราคา สามารถเปิดคำสั่งได้ทั้งฝั่งซื้อ (Buy/Long) ในช่วงที่มองว่าราคาจะขึ้น และฝั่งขาย (Sell/Short) ในช่วงที่มองว่าราคาจะลง
จุดเด่นและข้อควรระวัง:
- สภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง: ตลาดเปิดทำการเกือบตลอด 5 วันทำการต่อสัปดาห์
- การใช้อัตราทด (Leverage): ช่วยให้ใช้เงินวางประกันเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยในการเปิดสถานะขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นดาบสองคมที่เร่งอัตราการขาดทุนได้อย่างรวดเร็ว หากขาดทุนจนเงินในบัญชีต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด อาจเกิด Margin Call และถูกปิดสถานะอัตโนมัติ (Stop Out) ได้ค่ะ
- ต้นทุนการเทรด: มีค่า Spread (ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย), ค่า Swap (ดอกเบี้ยถือครองสถานะข้ามคืน) และค่าคอมมิชชันตามประเภทบัญชี

| ลักษณะทั่วไปของการเทรดทอง XAUUSD (Forex) | |
|---|---|
| ความหมาย | XAUUSD (Forex) เป็นการซื้อขาย Gold Spot (ราคาทองคำในตลาดโลกสำหรับการส่งมอบทันที) เทียบเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนักลงทุนสามารถซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ Forex ที่ให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น-ขาลงอีกด้วย อีกทั้งการเทรดทอง XAUUSD (Forex) ยังสามารถใช้ Leverage เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี การใช้ Leverage ที่มากเกินไปก็มีโอกาสทำให้นักลงทุนขาดทุนได้เช่นเดียวกันค่ะ |
| ประเภท | การเทรดทอง XAUUSD (Forex) จะเป็นการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ทองคำ ผ่านการเก็งกำไรจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างของราคาหรือ CFD ทำให้นักลงทุนจะไม่ได้ถือครองสินทรัพย์จริง แต่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงนั่นเองค่ะ |
| ค่าธรรมเนียม | ค่าธรรมเนียมของการเทรดทอง XAUUSD (Forex) สามารถแบ่งออกหลัก ๆ ได้ ดังนี้ 1. ค่า Spread : ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask โดยโบรกเกอร์จะเรียกเก็บในอัตราส่วนที่แตกต่างกันออกไปค่ะ 2. ค่า Swap : ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์จะเก็บเพิ่มเติม ในกรณีที่นักลงทุนถือออเดอร์ข้ามคืน 3. ค่าธรรมเนียมการฝาก-ถอนเงิน : บางโบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียมการฝาก-ถอนเงินในแต่ละช่องทางการทำธุรกรรมที่แตกต่างกัน |
| เหมาะสำหรับ | 1. นักลงทุนที่มีเงินลงทุนน้อย 2. นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น 3. นักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุน |
| รูปแบบการลงทุน | นักลงทุนสามารถเทรดทอง XAUUSD (Forex) ได้ผ่านโบรกเกอร์ Forex |
สำหรับมือใหม่ที่ยังคงสงสัยว่า การเทรด XAUUSD เป็นอย่างไร คุณน้าเคยเขียนบทความ XAUUSD ไว้แล้วนะคะ สามารถอ่านได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ
การเทรดทองผ่าน Gold Futures
Gold Futures คือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าที่มีการกำหนดปริมาณ ราคา และวันส่งมอบในอนาคตไว้อย่างชัดเจนตามมาตรฐานของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น ตลาด TFEX ของประเทศไทย นักลงทุนสามารถใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้านี้ในการเก็งกำไรทิศทางราคาทองคำได้ทั้งสองทิศทาง หรือใช้เป็นเครื่องมือประกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับผู้ที่ถือทองคำแท่งอยู่แล้ว

| ลักษณะทั่วไปของการเทรดทอง Gold Futures ผ่านตลาด TFEX | |
|---|---|
| ความหมาย | Gold Futures เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการอ้างอิงกับราคาทองคำผ่านตราสารอนุพันธ์ ซึ่งเป็นการอ้างอิงสกุลเงินบาทหรือดอลลาร์สหรัฐต่อน้ำหนักทองคำ โดยปกติแล้ว นักลงทุนจะนิยมลงทุน Gold Futures เพื่อเก็งกำไรราคาทองคำในอนาคต ซึ่งสามารถเปิดสถานะการซื้อขายได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง รวมทั้งสามารถใช้ Leverage ได้อีกด้วยค่ะ แต่ Leverage ขยายผลขาดทุนได้เท่ากับผลกำไร หากราคาสวนทางจนเงินประกันไม่เพียงพอ อาจถูกเรียกหลักประกันเพิ่มหรือถูกบังคับปิดสถานะได้ค่ะ นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายได้ผ่านตลาด TFEX โดยต้องวางเงินประกัน (Margin) ตามที่กำหนด และสัญญาจะระบุปริมาณ ราคา และระยะเวลาส่งมอบในอนาคตไว้ชัดเจนค่ะ |
| ประเภท | ปกติแล้ว Gold Futures จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. Gold Futures : อ้างอิงราคาทองคำตัวแรกใน TFEX สามารถแบ่งออกเป็น 2 สัญลักษณ์ ได้แก่ GF อ้างอิงราคาทองคำขนาดสัญญาเท่ากับ 50 บาท และ GF10 อ้างอิงราคาทองคำที่มีขนาดสัญญาเท่ากับ 10 บาท 2. Gold-D : มีการส่งมอบและรับทองคำจริง 3. Gold Online Futures : เป็นการเก็งกำไรจากราคาทองคำโลกโดยตรง ซึ่งจะซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ต่อทรอยออนซ์ (หน่วยชั่งทองคำสากล ประมาณ 31.1 กรัม) |
| ค่าธรรมเนียม | ค่าธรรมเนียมของ Gold Futures จะขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่ให้บริการ |
| เหมาะสำหรับ | 1. นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อขายทองคำ 2. นักลงทุนที่มีเงินลงทุนน้อย 3. นักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากการถือครองทองคำ เมื่อราคาทองคำในประเทศปรับตัวลง |
| รูปแบบการลงทุน | นักลงทุนสามารถซื้อขาย Gold Futures ได้ผ่านโบรกเกอร์ที่มีการจดทะเบียนในตลาด TFEX |
สำหรับใครที่สงสัยเรื่องตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ TFEX คุณน้าก็เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว สามารถอ่านได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ
การเทรดทองผ่านกองทุน SPDR

| ลักษณะทั่วไปของการเทรดทองผ่านกองทุน SPDR | |
|---|---|
| ความหมาย | กองทุน SPDR หรือ SPDR Gold Trust เป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ซึ่งกองทุน SPDR เป็นกองทุน ETF ทองคำที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลกค่ะ ราคาหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR เคลื่อนไหวตามราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) เพราะกองทุนถือทองคำจริงไว้หนุนหลัง ลักษณะเด่นของกองทุน SPDR คือ สามารถซื้อขายได้แบบ Real Time เหมือนการซื้อขายหุ้นตัวหนึ่งค่ะ ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นได้ แม้กองทุน SPDR จะไม่ใช่ตราสารอนุพันธ์ก็ตาม |
| ประเภท | กองทุน SPDR เป็นกองทุนประเภท ETF (กองทุนรวมที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้เหมือนหุ้น) |
| ค่าธรรมเนียม | มีค่าธรรมเนียมรายปี โดยแต่ละกองทุนจะคิดค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ซึ่งบางผู้ให้บริการจะมีค่าใช้จ่ายแฝงของกองทุน นอกจากนี้ หากนักลงทุนเลือกเทรดผ่านโบรกเกอร์ CFD จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นค่า Spread หรือค่า Swap เป็นต้น |
| เหมาะสำหรับ | 1. นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต 2. นักลงทุนที่มีเงินลงทุนน้อย 3. นักลงทุนที่ต้องการซื้อขายทองคำผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ระหว่างวัน โดยไม่ต้องถือทองคำจริงด้วยตนเอง |
| รูปแบบการลงทุน | นักลงทุนสามารถลงทุนผ่าน บ.ล.จ. ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุน SPDR หรือโบรกเกอร์ CFD เช่น eToro, FXGT.com, Admiral Markets หรือ AFEX เป็นต้น ก่อนเปิดบัญชีกับผู้ให้บริการรายใด ควรตรวจสอบใบอนุญาตกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และระวังผู้ให้บริการที่อ้างว่าการันตีผลตอบแทนหรือเร่งให้รีบฝากเงินค่ะ |
ลงทุนทอง VS เทรดทอง แบบไหนดีกว่ากัน?
จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า การลงทุนในทองคำและการเทรดทองมีความแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของระยะเวลา, ความเสี่ยง และผลตอบแทนค่ะ ซึ่งหลาย ๆ คนคงสงสัยว่า แล้วอย่างนี้แบบไหนดีกว่ากัน คุณน้าขอยกตารางเปรียบเทียบการลงทุนทั้ง 2 แบบมาให้คุณได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้
| การลงทุนทองคำ | การเทรดทอง | |
|---|---|---|
| ระยะเวลาในการลงทุน | ระยะยาว | ระยะสั้น |
| สภาพคล่อง | สภาพคล่องต่ำ | สภาพคล่องสูง |
| ค่าธรรมเนียมการเก็บรักษา | มี | ไม่มี |
| นายหน้าซื้อขาย | ร้านค้าทอง | บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และโบรกเกอร์ Forex/CFD |
| แพลตฟอร์มการซื้อขาย | ร้านค้าทอง/แอปพลิเคชันออมทอง | แพลตฟอร์มการเทรดออนไลน์ |
| การใช้อัตราทด (Leverage) | ไม่มี | มี |
| เงินลงทุน | ต้องมีเงินลงทุนพอสมควร (ยกเว้นการออมทอง) | เงินลงทุนต่ำ |
| กลยุทธ์การลงทุน | นักลงทุนจะซื้อทองจริง เพื่อหวังในราคาทองคำเพิ่มขึ้นในอนาคต | นักลงทุนจะเน้นเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อขายทองคำ ณ ตอนนั้น |
| สภาวะตลาด | ตลาดขาขึ้น | ตลาดขาขึ้น-ขาลง |
| อัตราผลตอบแทน | ต่ำ-ปานกลาง | มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีโอกาสขาดทุนสูงเช่นกัน |
| ความเสี่ยง | ความเสี่ยงต่ำกว่าการเทรด แต่ราคายังผันผวนได้ | ความเสี่ยงสูง |
| เหมาะกับ | ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและไม่มีเวลาติดตามราคาทองคำตลอดเวลา | ผู้มีประสบการณ์ในการลงทุนและมีเวลาติดตามข่าวสารการลงทุน |
ตัวอย่างสมมติ (ตัวเลขเพื่อประกอบความเข้าใจเท่านั้น): หากคุณมีเงิน 10,000 บาทและซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ เมื่อราคาทองลดลง 5% มูลค่าทองของคุณจะลดลงประมาณ 500 บาท แต่หากนำเงินจำนวนเดียวกันไปวางประกันเทรดทองโดยใช้อัตราทด 1:10 ราคาที่ลดลง 5% เท่ากันอาจทำให้ขาดทุนประมาณ 5,000 บาท หรือครึ่งหนึ่งของเงินที่วางไว้ (ยังไม่รวมค่า Spread และค่า Swap) ในทางกลับกัน หากราคาขึ้น 5% กำไรก็อาจขยายตัวในสัดส่วนเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราทดขยายทั้งกำไรและขาดทุนค่ะ
มือใหม่ควรเตรียมตัวอย่างไร?
- เป้าหมายการลงทุน : คุณต้องการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว และมีเงินลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่เท่าไหร่
- ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ : คุณยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
- ความรู้และประสบการณ์ : คุณมีความรู้เกี่ยวกับทองคำมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้เลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลงทุนทองคำเริ่มต้นกี่บาท?
การลงทุนทองคำในปัจจุบันสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินหลักสิบถึงหลักร้อยบาทผ่านระบบการออมทองออนไลน์ หรือการเปิดบัญชีเทรดอนุพันธ์ที่ใช้เงินวางประกันเริ่มต้นต่ำ (ซึ่งมีอัตราทดและอาจขาดทุนได้มากกว่าเงินที่วางประกันไว้) ขณะที่การซื้อทองคำแท่งหน้าร้านมักต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นตามขนาดทองคำ เช่น แผ่นทอง 0.5 สลึง หรือ 1 บาททองคำขึ้นไป
เทรดทองกับซื้อทองต่างกันอย่างไร?
การซื้อทองคำคือการซื้อสินทรัพย์จริงมาถือครองเพื่อคาดหวังการเพิ่มขึ้นของมูลค่าในระยะยาว ส่วนการเทรดทองคือการเก็งกำไรบนสัญญาอนุพันธ์หรือส่วนต่างของราคาในระยะสั้นถึงกลาง โดยไม่ได้มีเป้าหมายในการรับมอบทองคำจริง
มือใหม่ควรออมทองหรือซื้อทองแท่งดี?
หากมีเงินก้อนจำกัดและต้องการทยอยสะสม การออมทองออนไลน์ผ่านผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพราะช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนได้ แต่หากมีเงินก้อนและต้องการความอุ่นใจจากการถือครองสินทรัพย์จริงในมือ การซื้อทองคำแท่งที่ได้มาตรฐานจะช่วยหลีกเลี่ยงต้นทุนระบบแอปพลิเคชันได้ดีกว่า
สรุปลงทุนทองแบบไหนดี
สรุปลงทุนทองแบบไหนดี จึงขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เงินทุน และระยะเวลาที่คุณต้องการรับความเสี่ยง หากคุณต้องการเก็บออมเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ ไม่มีเวลาเฝ้ากราฟราคา และสบายใจกับการถือครองสินทรัพย์จริง การซื้อทองคำแท่งหรือการออมทองออนไลน์คือคำตอบที่ตรงจุด แต่หากคุณมีความรู้ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิค มีเวลาติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และต้องการสร้างผลตอบแทนจากความผันผวนของราคาในระยะสั้น การเทรดทองผ่านเครื่องมืออนุพันธ์ก็เป็นทางเลือกที่ให้สภาพคล่องและความยืดหยุ่นสูงกว่า สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้และบริหารจัดการเงินทุนอย่างรอบคอบเสมอก่อนเริ่มต้นลงทุนค่ะ
สำหรับผู้เริ่มต้น คุณน้าแนะนำให้แบ่งสัดส่วนเงินลงทุนให้ชัดเจน ไม่ควรนำเงินฉุกเฉินหรือเงินที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันมาเทรดทองคำที่มีอัตราทด และหากเลือกเทรดผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ ควรฝึกฝนในบัญชีทดลองจนเข้าใจกลไกคำสั่ง Stop Loss (คำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด) อย่างถ่องแท้ก่อนลงทุนด้วยเงินจริงค่ะ
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้ชวน เสนอแนะ หรือให้คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราทด (Leverage) มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนตั้งต้น ผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจความเสี่ยง และปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่มีใบอนุญาตก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ทางเว็บไซต์และทีมงานไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อผลกำไรหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลนี้ไปใช้ในทุกกรณี บทความนี้ได้รับการสนับสนุนการเรียบเรียงและตรวจสอบข้อมูลร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์
ขอบคุณข้อมูลจาก : SET และ TFEX
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







