รายได้เกิน 1.8 ล้าน คืออะไร? รู้ก่อนโดนภาษีย้อนหลัง

รายได้เกิน 1.8 ล้าน สรุปเกณฑ์การจดภาษีมูลค่าเพิ่มและข้อควรระวังสำหรับแม่ค้าออนไลน์
Table of Contents

รายได้เกิน 1.8 ล้าน คือ เกณฑ์ยอดขายทางภาษีที่กฎหมายกำหนดให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลต้องเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ค่ะ สำหรับแม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือคนที่ทำอาชีพเสริม ยอดขายที่เติบโตถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก ๆ แต่ถ้าเราเผลอทำธุรกิจจนยอดขายทะลุกำแพงนี้โดยไม่ทันตั้งตัว ก็อาจต้องรับมือกับภาระภาษีย้อนหลังและเบี้ยปรับที่ไม่คาดคิดได้ ในบทความนี้ คุณน้าจะมาสรุปเงื่อนไข กรอบเวลาการจด VAT และข้อควรระวังให้ฟังแบบเข้าใจง่ายค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนหรือให้คำแนะนำทางกฎหมาย/ภาษีเป็นการเฉพาะบุคคลแต่อย่างใด การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงิน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจดำเนินการค่ะ

รายได้เกิน 1.8 ล้าน คืออะไร?

เกณฑ์นี้ คือ เกณฑ์รายได้รวมขั้นต่ำต่อปีภาษี (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม) ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้สำหรับผู้ประกอบการ ทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งหากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการในประเทศไทยทะลุ 1.8 ล้านบาท กฎหมายบังคับให้ต้องเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ

เงื่อนไขและกรอบเวลาเมื่อแตะเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ต้องทำอย่างไรภายในกี่วัน?

สิ่งที่ต้องเน้นย้ำเลยคือ ยอด 1.8 ล้านบาทนั้น กรมสรรพากรนับจาก “รายรับรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย” ไม่ใช่กำไรสุทธินะคะ เช่น หากเราเปิดร้านขายของออนไลน์ มียอดโอนเงินเข้ามาในบัญชีรวมกันครบ 1.8 ล้านบาทพอดี นั่นแปลว่าเราได้แตะเกณฑ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วค่ะ

กรอบเวลาตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม มีดังนี้ค่ะ

  • ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บุคคลธรรมดา (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ดังกล่าว (เมื่อกรมสรรพากรอนุมัติแล้ว จะได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ.20 เพื่อใช้ยืนยันการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน)
  • การคำนวณ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะเริ่มคิดตั้งแต่วันที่รายได้ส่วนที่เกิน 1.8 ล้านบาทเป็นต้นไป ไม่ได้นำรายได้ 1.8 ล้านบาทแรกมาคิดภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังค่ะ

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บุคคลธรรมดา กรอบเวลา 30 วันหลังรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท


ไม่จด VAT ทั้งที่รายได้ถึงเกณฑ์แล้ว โดนอะไรบ้าง?

หากรายได้เกินเกณฑ์แล้วแต่ไม่ได้ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกำหนด หรือจดล่าช้า เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบพบย้อนหลัง จะมีบทลงโทษและค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระดังนี้ค่ะ:

  • เบี้ยปรับ: คิดเป็น 2 เท่าของเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระในแต่ละเดือนภาษี (หรือ 1 เท่ากรณีเข้าไปมอบตัวและยื่นจดทะเบียนก่อนโดนหมายเรียก)
  • เงินเพิ่ม: คิดในอัตรา 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยคำนวณนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดเวลา ยื่นแบบ ภ.พ.30 จนถึงวันที่ชำระครบถ้วน
  • ค่าปรับอาญา: กรณีไม่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนด มีโทษตามมาตรา 90/23 แห่งประมวลรัษฎากร คือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คุณน้าขอยกตัวอย่างตัวเลขให้เห็นภาพความเสี่ยงง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

สมมติว่าหลังพ้นเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทแล้ว มีรายได้ส่วนที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นอีก 1,000,000 บาท จะคิดเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เท่ากับ 70,000 บาท

แต่ถ้าเราลืมยื่นจด VAT และปล่อยเวลาผ่านไป 1 ปีเต็มจนโดนสรรพากรตรวจพบย้อนหลัง ค่าใช้จ่ายจะถูกคิดเพิ่มทันทีดังนี้ค่ะ:

  • ภาษีต้นทาง: 70,000 บาท
  • เบี้ยปรับ (2 เท่า): 140,000 บาท
  • เงินเพิ่ม (1.5% ต่อเดือน x 12 เดือน): 12,600 บาท
  • ยอดรวมทั้งหมดที่ต้องจ่าย: 222,600 บาท

จากยอดภาษีเดิมแค่ 70,000 บาท พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 200,000 บาท ซึ่งเงินก้อนนี้อาจจะสูงกว่ากำไรสุทธิทั้งหมดที่เราเหนื่อยขายของมาทั้งปีเลยนะคะ ดังนั้น การรู้ตัวและเข้าสู่ระบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงปลอดภัยที่สุดค่ะ

แยกบัญชีธนาคารสำหรับทำธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวให้ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบยอดโอน

เปรียบเทียบบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล หลังแตะเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท

เมื่อรายได้เริ่มเติบโตเกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไป หลายคนมักเริ่มลังเลว่าควรเปิดร้านในนามบุคคลธรรมดาต่อไป หรือเปลี่ยนไปจดเป็นบริษัทดี คุณน้าทำตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างสำคัญมาให้ดูกันง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

ประเด็นเปรียบเทียบบุคคลธรรมดานิติบุคคล (บริษัท / ห้างหุ้นส่วน)
อัตราภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้า 5% – 35% (ยิ่งรายได้สุทธิสูง ยิ่งเสียภาษีแพงขึ้น)อัตราขั้นบันไดสำหรับ SME:
กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกยกเว้นภาษี
ส่วน 300,001–3,000,000 บาท เสีย 15%,
ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท เสีย 20%
การหักค่าใช้จ่ายหักแบบเหมาได้สูงสุด 60% หรือหักตามจริง (ต้องมีเอกสาร)หักตามจริงได้ทั้งหมด ขอแค่มีเอกสารหลักฐานรายจ่ายถูกต้อง
การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ต้องจดเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทเหมือนกันต้องจดเมื่อแตะเกณฑ์เดียวกันที่ 1.8 ล้านบาท (ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน)
ความน่าเชื่อถือทางธุรกิจเหมาะกับร้านขนาดเล็ก ดำเนินการคนเดียวง่าย ไม่ยุ่งยากมีโครงสร้างน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ ทำสัญญากับบริษัทใหญ่ได้ง่ายขึ้น

การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับการยื่น ภาษีแม่ค้าออนไลน์ (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ยื่นภาษีครึ่งปี ภงด 94) เป็นคนละส่วนกัน การเข้าสู่ระบบ VAT ไม่ได้ทำให้ภาระภาษีเงินได้ลดลง แต่ต้องทำควบคู่กันไปค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

รายได้เกิน 1.8 ล้าน บุคคลธรรมดา เสียภาษีเท่าไหร่?

บุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องเสียภาษี 2 ส่วน คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (คำนวณตามอัตราภาษีก้าวหน้า 5%–35% จากเงินได้สุทธิ) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อัตรา 7% โดยคิดจากยอดขายในส่วนที่เกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไปค่ะ

ยื่นจด VAT ออนไลน์ได้ไหม?

สามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร (e-Registration) บนเว็บไซต์ efiling.rd.go.th ได้เลยค่ะ โดยใช้เอกสารหลักฐาน เช่น บัตรประชาชน แผนที่ตั้งร้านค้า และภาพถ่ายสถานที่ประกอบการ

ขายของออนไลน์ยกเว้น VAT ได้ไหม?

โดยทั่วไปแล้วการขายสินค้าออนไลน์ถือเป็นบริการหรือการขายสินค้าที่ต้องเสีย VAT ค่ะ เว้นแต่สินค้าที่ขายจะเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย เช่น พืชผลทางการเกษตรสัตว์ หนังสือ หรือตำราเรียน เป็นต้น

สรุปเกี่ยวกับรายได้เกิน 1.8 ล้าน

เกณฑ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แม่ค้าออนไลน์ และผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาต้องใส่ใจและเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าเสมอค่ะ การวางแผนบัญชีอย่างเป็นระบบและยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ จะช่วยป้องกันปัญหาภาษีย้อนหลัง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มที่อาจกลืนกินกำไรทั้งหมดของเราได้ 

การทำธุรกิจย่อมมาพร้อมกับภาระหน้าที่ทางภาษีที่ต้องบริหารจัดการให้รอบคอบ ผู้ประกอบการควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วน ทั้งปัจจัยด้านต้นทุนและกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง ก่อนตัดสินใจดำเนินธุรกิจ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือกฎหมายส่วนบุคคล

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
รายได้เกิน 1.8 ล้าน สรุปเกณฑ์การจดภาษีมูลค่าเพิ่มและข้อควรระวังสำหรับแม่ค้าออนไลน์
รายได้เกิน 1.8 ล้าน คืออะไร? รู้ก่อนโดนภาษีย้อนหลัง

รายได้เกิน 1.8 ล้าน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางภาษีของแม่ค้าออนไลน์และบุคคลธรรมดาที่คุณน้าสรุปมาให้เข้าใจง่าย ทั้งกรอบเวลาการจด VAT ภายใน 30 วัน และข้อควรระวังเพื่อป้องกันภาษีย้อนหลังค่ะ

แอปเก็บเงินตามเป้าหมาย ตัวช่วยจัดการเงินและออมเงินยุคดิจิทัล
แอปเก็บเงินตามเป้าหมาย ตัวช่วยจัดการเงินคนเก็บเงินไม่อยู่

แอปเก็บเงินตามเป้าหมาย ตัวช่วยบริหารเงินสำหรับคนเก็บเงินไม่อยู่ คุณน้าสรุปวิธีใช้แอปแยกกระเป๋าเงิน e-Savings พร้อมสูตรแบ่งเงินเดือนและระบบตัดออมอัตโนมัติให้เก็บเงินอยู่จริงค่ะ

ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ เช็กเงื่อนไขและเกณฑ์การใช้สิทธิ์สำหรับมนุษย์เงินเดือน
ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ เช็กเงื่อนไขและเอกสารก่อนยื่นภาษี

ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกๆ ที่ดูแลบิดามารดาในวัยเกษียณ คุณน้าสรุปเกณฑ์อายุ 60 ปี รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท พร้อมวิธีจัดการสิทธิ์ในหมู่พี่น้องและเอกสาร ล.ย.03 ไว้ให้ครบถ้วนค่ะ

ดูแลผู้พิการ ลดหย่อนภาษีได้ เท่า ไหร่ สรุปเงื่อนไขและขั้นตอนการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 60,000 บาท
ดูแลผู้พิการ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? ฉบับผู้ดูแลครอบครัว

ดูแลผู้พิการ ลดหย่อนภาษีได้ เท่า ไหร่ คือคำถามสำคัญของหลายครอบครัวค่ะ บทความนี้คุณน้าสรุปเงื่อนไขลดหย่อน 60,000 บาทต่อปี เกณฑ์รายได้ และเอกสาร พ.ก. 04 เพื่อให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy