การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund

การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund
Table of Contents

Ray Dalio คือใคร? ทำไมสไตล์การลงทุนของเขาจึงสามารถสร้างผลตอบแทนสูงที่สุดของโลก วันนี้คุณน้าจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก และไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดพอร์ตของผู้จัดการกองทุน Hedge Fund มือทองค่ะ แต่ก่อนที่จะไปเรียนรู้กลยุทธ์ของเขา เรามาทำความรู้จัก Ray Dalio มหาเศรษฐีที่ได้รับเลือกจากนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งใน “100 บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก” กันค่ะ


การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund
รูปภาพจาก Fortune

ทำความรู้จัก Ray Dalio ผู้จัดการกองทุนมือวางอันดับ 1

Ray Dalio เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนร่วม (co-CIO) ของบริษัท Bridgewater Associates เฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่สุดในโลก และเป็นกองทุนส่วนบุคคลที่สำคัญที่สุดอันดับ 5 ของสหรัฐฯ ก่อนที่จะลงจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงเมื่อปลายเดือนกันยายน 2022 ที่ผ่านมาค่ะ

ปัจจุบัน Bridgewater Associates มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนมูลค่าของบริษัท คือ 140 พันล้านดอลลาร์ (ข้อมูลล่าสุดปี 2021) แล้วอะไรที่ทำให้บริษัทของเขาประสบความสำเร็จขนาดนี้กันนะ?

นั่นก็เป็นเพราะความสามารถในการบริหารกองทุนที่แข็งแกร่ง สร้างสรรค์ และเป็นเอกลักษณ์ของ Ray Dalio ค่ะ นวัตกรรมการลงทุนของเขาได้เปลี่ยนแนวทางการลงทุนของสถาบันระดับโลก และส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก จนหนังสือประมวลหลักการความสำเร็จของเขาอย่าง Principles: Life & Work ได้กลายเป็นหนังสือขายดีของ New York Times ค่ะ


การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund

กลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจจาก Ray Dalio

ผลงานที่โดดเด่นของเขา คือ การบริหารกองทุน Pure Alpha ให้สามารถทำผลตอบแทนได้ดี ขณะที่กองทุนอื่น ๆ ต้องประสบกับปัญหาฟองสบู่ที่ใกล้แตกในช่วงปี 2000 – 2003 นอกจากนี้ ผลงานอีกชิ้นที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักที่คุณน้าจะไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลย ก็คือ การคาดการณ์วิกฤตซับไพร์ม หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2007 ค่ะ

กลยุทธ์อะไรกันนะที่ทำให้ Ray Dalio สามารถบริหารกองทุนให้ประสบความสำเร็จจน Bridgewater Associates กลายเป็น Hedge Fund ที่ใหญ่สุดในโลก? คุณน้าจะพาไปดู 2 กลยุทธ์สำคัญของเขาค่ะ

กลยุทธ์ที่ 1 : Pure Alpha

กลยุทธ์ Pure Alpha เป็นกลยุทธ์การกระจายการลงทุนใน Asset Classes ที่แตกต่างกัน ในตลาดที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน โดยใช้ Quant Models หรือก็คือ การใช้หลักการทางสถิติและคณิตศาสตร์ในการวิเคราะห์เชิงปริมาณ เพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นของผลลัพธ์

กลยุทธ์ที่ 2 : All Weather

กลยุทธ์ All Weather เป็นกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การกระจายการลงทุนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ และการอยู่ในตลาดอย่างยาวนาน เพราะเขามองว่า เศรษฐกิจเป็นเหมือนเครื่องจักรตัวหนึ่ง มันมีวัฏจักรของมันเอง และทุกภาวะจะมีสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้เสมอ


การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund

แก่นแนวคิดของ Ray Dalio

Ray Dalio มองว่า… “วัฏจักร ก็คือ วัฎจักร นักลงทุนต้องเข้าใจว่า ฟองสบู่ที่เกิดขึ้นมา ในที่สุดมันก็ต้องแตก ซึ่งความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของนักลงทุนส่วนมาก คือ การตัดสินว่าอะไรดีเมื่อสายเกินไป ดังนั้น เมื่อตลาดปรับตัวขึ้นไป พวกเขามักคิดว่า ตลาดนั้นเป็นตลาดที่ดี มากกว่าจะคิดว่า ตลาดแพงขึ้นไปอีก

สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้ คือ ฟองสบู่เป็นอย่างไรและแตกได้อย่างไร ดังนั้น จงทำตรงข้ามกับคนส่วนใหญ่ คือ ขายในช่วงฟองสบู่ และซื้อเมื่อฟองสบู่แตก

จากคำกล่าวข้างต้นนี้ เราจะเห็นได้ว่า แนวคิดของเขาค่อนข้างตรงข้ามกับแนวคิดของนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดค่ะ แต่มัน ก็คือ สิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา เพราะเขาใช้แนวคิดนี้ผสมผสานกับความรู้ทั้งหมดที่เขามีในการคาดการณ์ความเป็นไปได้ของตลาด โดยอิงตามความเป็นจริง


การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund

การจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Ray Dalio

ผลงานการบริหารกองทุนที่โดดเด่นของเขา ทำให้นักลงทุนหลายคนจับตาการจัดพอร์ตแบบ Ray Dalio เป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะ All Weather Portfolio ที่เน้นการกระจายการลงทุนตามสภาวะตลาด เพราะ Ray Dalio เชื่อว่า มีเพียงตลาดทั้ง 4 สภาวะเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงราคาสินทรัพย์ทางการเงินได้

การกระจายการลงทุนแบบ All Weather Portfolio

1) ช่วงเงินเฟ้อ

นักลงทุนควรลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ และพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ

2) ช่วงเงินฝืด

นักลงทุนควรลงทุนในตั๋วเงินคลังและหุ้น

3) ช่วงเศรษฐกิจขยายตัว หรือเติบโต

นักลงทุนควรลงทุนในหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ และหุ้นกู้

4) ช่วงเศรษฐกิจหดตัว หรือชะลอตัว

นักลงทุนควรลงทุนในตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ


การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund

อัตราส่วนการถือสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน

นอกจากจะรู้ว่า ควรลงทุนอะไรในช่วงไหนบ้างแล้ว อัตราส่วนสินทรัพย์ที่ลงทุนก็สำคัญเช่นกันค่ะ โดย Ray Dalio ได้ออกแบบพอร์ตที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้มั่นคง ขณะเดียวกันก็สามารถรักษาความผันผวนให้อยู่ในระดับต่ำ โดยกำหนดให้มีการลงทุน ดังนี้ค่ะ

  • หุ้น 30%
  • พันธบัตรระยะยาว 40%
  • พันธบัตรระยะปานกลาง 15%
  • สินค้าโภคภัณฑ์ 7.5% 
  • ทองคำ 7.5%


ใครเหมาะกับพอร์ตการลงทุนแบบ Ray Dalio

1) นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง

กลยุทธ์นี้ให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากกว่าการสร้างผลตอบแทนจำนวนมาก ดังนั้น พอร์ตนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อย

2) นักลงทุนใกล้เกษียณ

นักลงทุนวัยนี้ส่วนมากเหลือเวลาในการลงทุนน้อย ทนรับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก ด้วยภาระต่าง ๆ ดังนั้น พอร์ตการลงทุนนี้จึงเหมาะมากสำหรับนักลงทุนใกล้เกษียณมาก

3) นักลงทุนที่มองหารายได้ที่น่าเชื่อถือและมั่นคง

สินทรัพย์ส่วนใหญ่ในพอร์ตนี้ จะลงทุนในตราสารหนี้ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ มีการจ่ายผลตอบแทนที่แน่ชัด ดังนั้น มันจึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง


การลงทุนแบบ Ray Dalio ผู้จัดการมือทองของ Hedge Fund

ข้อดี-ข้อเสียของการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Ray Dalio

ข้อดี

  • เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งในตลาดหมี
  • กระจายความเสี่ยงในการลงทุน
  • ไม่ต้องจับจังหวะตลาด
  • เป็น Passive Income อีกช่องทางหนึ่ง
  • ประหยัดค่าธรรมเนียมในการลงทุนกองทุนรวมแบบ Active

ข้อเสีย

  • พลาดโอกาสในการทำกำไรช่วงตลาดกระทิง
  • ผลตอบแทนไม่หวือหวา และต่ำกว่าเกณฑ์ในปีที่ตลาดทำได้ดี
  • ไม่สามารถจัดการพอร์ตได้เอง


สรุปภาพรวม การจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Ray Dalio

โดยสรุปแล้ว Ray Dalio ก็คือ ผู้จัดการกองทุนและที่ปรึกษาทางการเงินคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงจากการทำผลตอบแทนได้สูง แม้ในช่วงที่แย่ ดังนั้น การจัดพอร์ตการลงทุนของเขาจึงเป็นที่นิยมของนักลงทุน โดยพอร์ตนั้นจะเป็นการปรับสินทรัพย์ที่ลงทุนไปตามสภาวะของตลาดในช่วงนั้น ๆ เพื่อลดความผันผวนจากการลงทุนค่ะ แม้จะไม่หวือหวานัก แต่คุณน้าก็เชื่อว่า มันน่าจะปลอดภัยสำหรับหลาย ๆ คน


ขอบคุณข้อมูลจาก : Bridgewater, Forbes, Fool, Moneycrashers, Moneybuffalo, Finnomena 1, Finnomena 2

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

khunnaphatrade
khunnaphatrade

Recent Post