หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US 500/ S&P 500)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ดัชนี S&P 500 ปิดสัปดาห์ที่ระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง และผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน แม้ว่าความหวังเกี่ยวกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน และการขยายเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันและความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเปราะบาง สะท้อนว่าตลาดยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะดีขึ้นก็ตามค่ะ
ทั้งนี้ หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ S&P 500 ยังแข็งแกร่ง คือฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมากกว่า 80% ของบริษัททำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ และการเติบโตของกำไรรวมถูกปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 16% ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างแข็งแกร่ง หรือเกือบ 28,000 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างไรก็ตาม ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นเริ่มกดดันแนวโน้มในอนาคต โดยบริษัทอย่าง Procter & Gamble ได้เตือนถึงแรงกดดันต่อกำไรจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นค่ะ
ในระดับรายหุ้น ผลการดำเนินงานมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ Intel โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 20% หลังรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งจากความต้องการด้าน AI ในศูนย์ข้อมูล และการบริหารที่ดีขึ้นภายใต้ทีมผู้บริหารใหม่ ช่วยย้ำภาพรวมการลงทุนใน AI และยังส่งแรงบวกไปยังผู้ผลิตชิปอื่น ๆ เช่น Advanced Micro Devices และ Qualcomm เช่นเดียวกับ Texas Instruments ที่ปรับตัวขึ้นแรงจากความต้องการชิปอนาล็อกที่เกี่ยวข้องกับการขยายศูนย์ข้อมูล ซึ่งตอกย้ำถึงการลงทุนด้าน AI ที่ยังคงต่อเนื่องค่ะ
อย่างไรก็ตาม ความอ่อนแอในกลุ่มซอฟต์แวร์ได้กดดันภาพรวมของดัชนี โดย ServiceNow ปรับตัวลงแรงหลังเตือนถึงผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อรายได้แบบสมัครสมาชิก ส่งผลให้เกิดแรงขายในหุ้นซอฟต์แวร์โดยรวม ขณะที่ IBM แม้จะรายงานผลประกอบการดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นกลับลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตที่ชะลอในธุรกิจคลาวด์ โดยเฉพาะ Red Hat ด้าน Meta Platforms ก็เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มในอนาคตที่มีความระมัดระวัง แม้ว่าจะมีการประกาศลดพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพก็ตามค่ะ
นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยี ภาพรวมของตลาดยังมีสัญญาณหลากหลาย แม้ว่าหุ้นขนาดใหญ่บางราย เช่น NVIDIA และ Amazon จะช่วยหนุนดัชนี แต่การปรับตัวลงของหุ้นเชิงป้องกันและกลุ่มสื่อสาร เช่น Comcast และ Charter Communications สะท้อนถึงการหมุนกลุ่มอุตสาหกรรมและความไม่สม่ำเสมอของผลตอบแทนภายในตลาดค่ะ
โดยรวมแล้ว การปรับตัวขึ้นของ S&P 500 ล่าสุด สะท้อนตลาดที่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการเติบโตจาก AI กับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการเติบโตและนวัตกรรมของสหรัฐฯ ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความเสี่ยงที่ชัดเจน โดยราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อแนวโน้มของบริษัท โดยเฉพาะผ่านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างผลประกอบการในอดีตที่แข็งแกร่ง กับแนวโน้มในอนาคตที่ระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ดี คุณน้าคาดว่า S&P 500 จะยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว จากแรงหนุนของการลงทุนใน AI และโมเมนตัมของกำไร แต่ในระยะสั้น การปรับขึ้นมีแนวโน้มจะเป็นแบบหุ้นรายตัวและมีความผันผวนมากขึ้น โดยตลาดจะไวต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันด้านต้นทุนมากขึ้นค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวใกล้จุดสูงสุดตลอดกาล แต่พฤติกรรมราคาบ่งชี้ว่าการปรับขึ้นกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของโมเมนตัม และเริ่มมีความเสี่ยงของการพักฐานมากขึ้น หลังจากปรับตัวขึ้นแรงราว 11% ภายในสามสัปดาห์ โดยดัชนีเริ่มชะลอตัวและเคลื่อนไหวในกรอบแคบใกล้จุดสูงสุด แม้แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงจำกัดแนวโน้มเชิงบวกค่ะ
ในเชิงโครงสร้าง แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 7,050–7,100 หากราคาย่อลึกลงไปอีก อาจทดสอบบริเวณ 6,950–7,000 ซึ่งเป็นระดับสำคัญ เนื่องจากเป็นแนวต้านเดิมที่เปลี่ยนเป็นแนวรับ และเป็นฐานของรอบขาขึ้นล่าสุด ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือโซนนี้ แนวโน้มขาขึ้นหลักจะยังไม่เสีย ขณะที่แนวต้าน เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 7,250–7,300 และหากโมเมนตัมกลับมาเร่งตัวจากแรงหนุนของกำไร อาจไปได้ถึง 7,400 ค่ะ
ในเชิงเทคนิค อินดิเคเตอร์โมเมนตัมอย่าง RSI มีแนวโน้มอยู่ในเขต overbought ซึ่งเพิ่มโอกาสของการแกว่งตัวหรือย่อตัวเล็กน้อย มากกว่าการทะลุขึ้นแรงในทันทีค่ะ โดยหากราคาหลุดต่ำกว่า 7,050 อาจกระตุ้นแรงขายทำกำไร และมีโอกาสลงไปทดสอบโซน 7,000 ได้ค่ะ
โดยสรุป ภาพทางเทคนิคยังคงเป็นขาขึ้น แต่เริ่มมีความตึงตัวมากขึ้น ในระยะสั้นมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 7,000–7,300 โดยโอกาสในการปรับขึ้นต่อจะขึ้นอยู่กับโมเมนตัมของกำไร และความเสี่ยงมหภาคที่ต้องมีเสถียรภาพมากขึ้น หากสามารถทะลุ 7,300 ได้อย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณของการเปิดรอบขาขึ้นใหม่ แต่หากหลุด 7,000 ลงมา จะถือเป็นสัญญาณเตือนแรกของการอ่อนแรงค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US 500/ S&P 500)
- แนวรับสำคัญ : 7159.3, 7156.9, 7153.1
- แนวต้านสำคัญ : 7166.9, 7169.3, 7173.1
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา: Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา: TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- Intel (INTC): หลังจากปรับตัวขึ้นแรงกว่า +23% จากแรงหนุนของความต้องการ AI ในศูนย์ข้อมูล ในเชิงเทคนิค แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ $76–78 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับจิตวิทยา $90 โมเมนตัมยังเป็นขาขึ้นชัดเจน แม้จะเริ่มเข้าเขต overbought เล็กน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่การพักตัวระยะสั้นก่อนขึ้นต่อได้ โดยตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ $76 แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้นค่ะ
- Advanced Micro Devices (AMD): หลังจากพุ่งขึ้นประมาณ 14% กราฟแสดงลักษณะขาขึ้นที่ชัดเจน โดยมีแรงหนุนจาก AI ค่ะ แนวรับสำคัญอยู่ที่ $320–325 และแนวรับถัดไปที่ $300 ขณะที่แนวต้านอยู่แถว $360–370 ซึ่งอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาได้ แม้ RSI อยู่ในระดับสูง แต่แนวโน้มยังแข็งแรง ซึ่งถือเป็นหุ้นผู้นำโมเมนตัมในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ค่ะ
- NVIDIA (NVDA): โครงสร้างราคายังอยู่ในกรอบขาขึ้นที่แข็งแรง แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ $190–195 ซึ่งใกล้เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น และแนวรับถัดไปอยู่ที่ $175 ขณะที่ด้านแนวต้านอยู่ที่ $220–230 โดยรวมยังคงเป็นผู้นำหลักในกลุ่ม AI โดยหากราคาย่อลงใกล้ $190 มักจะมีแรงซื้อกลับเข้ามา เว้นแต่ภาพรวมมหภาคจะเปลี่ยนเป็นลบชัดเจนค่ะ
- Texas Instruments (TXN): ระดับ $270–275 ได้กลายมาเป็นแนวรับสำคัญ โดยหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ จะเป็นการยืนยันโครงสร้างขาขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่แนวรับถัดไปอยู่ที่ $255–260 และแนวต้านอยู่ที่ $300–310 และถัดไปที่ $320 ในเชิงเทคนิค การย่อตัวที่อาจเกิดขึ้นยังถือเป็นการพักฐานเพื่อไปต่อ มากกว่าการกลับตัวลง เว้นแต่ราคาจะหลุดระดับ $270 ลงไปอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
- Meta Platforms (META): แสดงถึงโมเมนตัมที่ยังแข็งแกร่ง แม้จะมีความผันผวน แนวรับแรกอยู่ที่ $640–650 และแนวรับถัดไปอยู่ที่ $600 ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ $700–720 โดยในภาพรวมยังมีโอกาสขึ้นต่อ แต่มีความเสี่ยงของการพักฐานระยะสั้นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากแรงกดดันด้านต้นทุน AI ที่สูงขึ้นค่ะ
คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัด แต่ต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US 500/ S&P 500)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 7149.3 – 7159.3 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 7159.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 7167.9 และ SL ที่ประมาณ 7144.3 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 7166.9 – 7176.9 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 7196.8 และ SL ที่ประมาณ 7154.3 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 7166.9 – 7176.9 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 7166.9 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 7157.9 และ SL ที่ประมาณ 7181.9 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 7149.3 – 7159.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 7126.5 และ SL ที่ประมาณ 7171.9 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







