P2P Lending คืออะไร? ทางเลือกลงทุนยุคใหม่ที่สายออมต้องรู้

P2P Lending นวัตกรรมการลงทุนให้กู้ยืมออนไลน์สำหรับมือใหม่
Table of Contents

P2P Lending คือ นวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ที่จับคู่ระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยไม่ผ่านตัวกลางอย่างธนาคารพาณิชย์ค่ะ การลงทุนรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากประหยัดทั่วไป ในบทความนี้ คุณน้าจะพาทำความรู้จัก P2P Lending คืออะไร มีการทำงานอย่างไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง และเหมาะกับสไตล์การลงทุนของเราไหม ไปดูกันเลยค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

P2P Lending คืออะไร?

P2P Lending ย่อมาจาก Peer-to-Peer Lending คือ ระบบการให้บริการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีระบบกลางทำหน้าที่คัดกรอง ประเมินความเสี่ยง และจับคู่ (Matching) ระหว่าง “ผู้กู้” ที่ต้องการเงินทุน กับ “ผู้ให้กู้” หรือนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ทำให้กระบวนการกู้ยืมและลงทุนเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นกว่าระบบธนาคารแบบเดิมค่ะ

P2P Lending ในไทย ถูกกฎหมายไหม และทำงานอย่างไร?

P2P Lending ในไทย เป็นธุรกิจทางการเงินที่ถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามที่ตรวจสอบได้จาก bot.or.th โดยแพลตฟอร์มที่เปิดให้บริการจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากกระทรวงการคลัง และปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนดอย่างเคร่งครัดค่ะ 

การทำงานของแพลตฟอร์ม P2P Lending มีกระบวนการหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ผู้กู้ยื่นขอสินเชื่อ: ผู้กู้ส่งข้อมูลเอกสารทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
  2. แพลตฟอร์มประเมินความเสี่ยง: ระบบจะทำการประเมินเครดิตสกอริ่ง (Credit Scoring) และจัดเกรดความเสี่ยงของผู้กู้พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม
  3. นักลงทุนเลือกลงทุน: นักลงทุนเลือกเสนอให้กู้แก่สัญญาที่ตนเองรับความเสี่ยงได้
  4. ทำสัญญาและชำระคืน: เมื่อเงินกู้ครบตามจำนวน แพลตฟอร์มจะทำสัญญายืมเงินแบบดิจิทัล และผู้กู้จะชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายเดือนให้แก่นักลงทุนผ่านระบบ


ผลตอบแทนและความเสี่ยงของ P2P Lending

สำหรับการลงทุน P2P Lending ผลตอบแทนที่ผู้ให้กู้จะได้รับขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยที่ตกลงกับผู้กู้แต่ละราย โดยกฎหมายกำหนดเพดานดอกเบี้ยผู้กู้ไว้ไม่เกิน 15% ต่อปี (อ้างอิงจากประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4/2562) ซึ่งอาจสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารทั่วไป แต่ยังขึ้นอยู่กับเกรดความเสี่ยงของผู้กู้และเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มค่ะ แต่แน่นอนว่าผลตอบแทนที่สูงย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่คุณน้าอยากให้ทำความเข้าใจก่อนลงทุนค่ะ

ความเสี่ยง P2P Lending ที่สำคัญ ได้แก่

  • ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk): หากผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินคืนตามกำหนด นักลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สัญญา P2P Lending มักมีระยะเวลาผูกพัน (เช่น 6 เดือน ถึง 3 ปี) ทำให้นักลงทุนไม่สามารถถอนเงินต้นออกมาใช้ก่อนครบสัญญาได้ทันที
  • ความเสี่ยงด้านแพลตฟอร์ม: แม้จะถูกกฎหมาย แต่หากแพลตฟอร์มประสบปัญหาทางการเงินหรือระบบปิดตัวลง อาจส่งผลกระทบต่อการติดตามหนี้สินได้

ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงการลงทุน P2P Lending


เปรียบเทียบ P2P Lending กับทางเลือกออมเงินและลงทุนยอดนิยม

เพื่อช่วยให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น คุณน้าได้ทำตารางเปรียบเทียบ P2P Lending กับทางเลือกการออมเงินและลงทุนยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือนมาให้ดูค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบP2P Lendingสลากออมสินสหกรณ์ออมทรัพย์
ผลตอบแทนคาดหวังสูง (เพดานดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน 15% ต่อปี ตามประกาศ ธปท. ที่ สนส. 4/2562 — ผลตอบแทนจริงขึ้นอยู่กับเกรดความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละราย) ต่ำ–ปานกลาง + ลุ้นรางวัลปานกลาง–สูง (ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบายปันผลของแต่ละสหกรณ์) 
ความเสี่ยงเงินต้นปานกลาง–สูง (ไม่มีความคุ้มครอง)ต่ำมาก (รัฐบาลประกันเงินต้น)ต่ำ–ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของสถาบัน)
สภาพคล่องต่ำ (ต้องรอครบสัญญา)ปานกลาง (ฝากครบกำหนด/ถอนคืนได้)ปานกลาง (มีเงื่อนไขตามข้อบังคับ)
การกำกับดูแลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ธนาคารออมสิน / รัฐบาลกรมส่งเสริมสหกรณ์

P2P Lending vs สลากออมสิน

สลากออมสิน เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงไม่ได้เลย ต้องการรักษาเงินต้นให้อยู่ครบ 100% พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ในแต่ละเดือน ในขณะที่ P2P Lending มีศักยภาพให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยที่สูงกว่า แต่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่อาจสูญเสียเงินต้นหากผู้กู้เบี้ยวหนี้ค่ะ

P2P Lending vs สหกรณ์ออมทรัพย์

สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นทางเลือกลดหย่อนความเสี่ยงสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีสิทธิ สมัครสมาชิก โดยให้ปันผลสม่ำเสมอในระดับปานกลางถึงสูง แต่ P2P Lending จะมีความยืดหยุ่นในการเลือกลงทุนด้วยตนเองผ่านออนไลน์โดยไม่ต้องมีสังกัดหรือเป็นพนักงานองค์กรนั้น ๆ ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

P2P Lending เหมาะกับใคร?

เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง ต้องการกระจายพอร์ตการลงทุนเพิ่มเติมจากหุ้นหรือกองทุนรวม และต้องการผลตอบแทนกระแสเงินสดในรูปดอกเบี้ยที่สูงกว่าการออมเงินทั่วไปค่ะ

เริ่มต้นลงทุน P2P Lending ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

ปัจจุบันหลายแพลตฟอร์มเปิดให้เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก เงื่อนไขเงินลงทุนขั้นต่ำจะแตกต่างกันไปในแต่ละแพลตฟอร์ม แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดจากเว็บไซต์ทางการของแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนค่ะ

หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ แพลตฟอร์มทวงถามให้ไหม?

แพลตฟอร์ม P2P Lending ที่ได้รับใบอนุญาตจะมีกระบวนการติดตามทวงถามหนี้ตามกฎหมายให้แก่ผู้ลงทุน รวมถึงส่งข้อมูลการชำระหนี้ไปยังเครดิตบูโร อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นผู้รับประกันเงินต้นให้แก่นักลงทุนนะคะ

สรุปเกี่ยวกับ P2P Lending

P2P Lending ถือเป็นทางเลือกลงทุนยุคใหม่ที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาแนวทางสร้างรายได้แบบ Passive Income (รายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงแรงทำงานประจำ) อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักไว้เสมอว่าผลตอบแทนที่สูงมาพร้อมกับความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ การศึกษาเงื่อนไขของแพลตฟอร์มและการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม จึงเป็นหัวใจสำคัญก่อนตัดสินใจจัดสรรเงินมาทดลองลงทุนในมนุษย์เงินเดือนควรลงทุนอะไรดีค่ะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบทั้งปัจจัยพื้นฐานและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

บทความนี้จัดทำโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI ภายใต้การตรวจสอบและอนุมัติของบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ธนาคารแห่งประเทศไทย


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น คู่มือคำนวณและประเมินมูลค่าหุ้นฉบับมือใหม่
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น คืออะไร? รู้ก่อนเลือกหุ้นคุณค่า

มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น คือ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของบริษัทที่หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งแสดงถึงจำนวนเงินที่นักลงทุนจะได้รับต่อ 1 หุ้น หากบริษัทปิดตัวลงและนำสินทรัพย์ไปจ่ายหนี้สิน คุณน้าสรุปวิธีคำนวณและประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นก่อนเลือกหุ้นมาให้แล้วค่ะ

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน คืออะไร เครื่องมือตรวจสุขภาพงบการเงินและวัดความเสี่ยงหุ้นสำหรับมือใหม่
การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน คืออะไร เข็มทิศหุ้นมือใหม่

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนตัวเลขซับซ้อนในงบการเงิน ให้กลายเป็นดรรชนีวัดสุขภาพบริษัท คุณน้าสรุป 4 หมวดหลักพร้อมวิธีสแกนหุ้นเบื้องต้นให้มือใหม่เข้าใจง่าย เพื่อวางแผนลงทุนอย่างปลอดภัยค่ะ

อัตรากำไรขั้นต้น คู่มือวิเคราะห์ความสามารถทำกำไรของบริษัทสำหรับมือใหม่
อัตรากำไรขั้นต้น คืออะไร? ตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้

อัตรากำไรขั้นต้น คือต้นทุนแรกที่แสดงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและรายได้ของบริษัท คุณน้าสรุปเรื่องนี้มาให้แบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณและเกณฑ์ประเมินแต่ละอุตสาหกรรมค่ะ

EV/EBITDA คือ อัตราส่วนทางการเงินสำหรับประเมินมูลค่าหุ้น
EV/EBITDA คืออะไร? เข้าใจก่อนใช้ประเมินมูลค่าหุ้น

EV/EBITDA คือ เครื่องมือประเมินมูลค่าหุ้นที่ช่วยสแกนความคุ้มค่าของการซื้อกิจการ โดยบวกลบหนี้สินและเงินสดสะสมเข้ามาคิดร่วมด้วย คุณน้าสรุปสูตรคำนวณและข้อควรระวังในการใช้งานจริงมาให้ครบแล้วค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy