การเป็นเทรดเดอร์หรือนักลงทุนจำเป็นอย่างมากที่ต้องรู้แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศหรือภูมิภาคนั้น ๆ เพราะถ้าเรารู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว จะทำให้สามารถคาดการณ์สิ่งที่จะที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งหนึ่งใน Indicators ที่นักลงทุนมืออาชีพมักจะใช้เป็นประจำเพื่อวิเคราะห์ดูแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตก็คือ “ดัชนี PMI” วันนี้คุณน้าจึงได้รวบรวมสิ่งที่เทรดเดอร์ควรรู้เกี่ยวกับดัชนี PMI มาไว้ให้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โดยการเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยประมาณ 74–89% เสียเงินจากการเทรด CFD (ข้อมูล ณ ปี 2569)
PMI คืออะไร?
PMI (Purchasing Managers Index) หรือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ คือตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่รวบรวมจากแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิตและภาคบริการ เพื่อประเมินทิศทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจล่วงหน้า หากคุณกำลังสงสัยว่า ตัวเลข PMI หมายถึงอะไร คำตอบคือตัวเลขที่บอกว่าเศรษฐกิจกำลังขยายตัว (เกิน 50) หรือหดตัว (ต่ำกว่า 50) นั่นเอง
ดัชนี PMI เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ธนาคารกลางใช้ร่วมกับข้อมูล Gross Domestic Product ในการกำหนดนโยบายทางการเงิน และนักลงทุนใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ก่อนเข้าลงทุนในตลาดการเงิน เช่น Forex หุ้น และทองคำ
พูดง่าย ๆ ก็คือ เวลาคุณน้าพูดถึง ข่าว PMI คือ ตัวเลขที่สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในช่วงเวลานั้น ๆ นั่นเองค่ะ

ใครเป็นคนจัดทำดัชนี PMI
สำหรับดัชนี PMI ไม่ได้ถูกจัดทำโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่ร่วมกันจัดทำกับสถาบันหรือองค์กรต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ
เพราะอย่างนี้เอง เวลาที่มีคนถามว่า ข่าว PMI คือ ข้อมูลที่มาจากไหน คำตอบคือมาจากการสำรวจของหน่วยงานเหล่านี้โดยตรงค่ะ
ผู้จัดทำดัชนี PMI ภายในประเทศไทย
- S&P Global (เดิมชื่อ Markit Economics): คือผู้จัดทำดัชนี “PMI ภาคการผลิต” ของไทยจากการสำรวจผู้ประกอบการภาคเอกชนโดยตรงค่ะ
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Markit Economics
Markit Economics คือ บริษัทที่มีการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจธุรกิจมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นบริษัทที่เผยแพร่ข้อมูล PMI ในหลายประเทศค่ะ โดยทางบริษัทจะทำการรวบรวมข้อมูลกว่า 20,000 บริษัท ใน 30 ประเทศทั่วโลก เพื่อจัดทำ PMI 4 ดัชนี ได้แก่
1. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม
2. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ
3. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคก่อสร้าง
4. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคค้าปลีก
ปัจจุบัน Markit Economics ได้ควบรวมกิจการกับ S&P Global Market Intelligence และดำเนินการภายใต้ชื่อ S&P Global Market Intelligence นั่นเอง
ผู้จัดทำดัชนี PMI ในต่างประเทศ
- S&P Global : จัดทำดัชนี PMI ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก
- ISM (Institute for Supply Management) : จัดทำดัชนี PMI ในประเทศสหรัฐอเมริกา
- Caixin Media Company Ltd : จัดทำดัชนี PMI ในประเทศจีน
PMI แบ่งเป็นกี่ดัชนี?
ดัชนี PMI แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักตามภาคธุรกิจ ดังนี้ค่ะ
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI): PMI ภาคการผลิต หมายถึงอะไร? ดัชนีนี้สะท้อนภาวะเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยสำรวจปัจจัยอย่างคำสั่งซื้อใหม่ ผลผลิต การจ้างงาน และสินค้าคงคลัง ซึ่งถือเป็นเครื่องมือชี้นำเศรษฐกิจขั้นแรก
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (Services / Non-Manufacturing PMI): ดัชนีที่วัดการเติบโตในภาคบริการ เช่น การเงิน ขนส่ง การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีสัดส่วนใหญ่ในเศรษฐกิจของหลายประเทศ
| ดัชนี PMI | Scope ภาคธุรกิจ | ตัวอย่างตัวแปรสำคัญ | ความสำคัญต่อตลาด |
|---|---|---|---|
| Manufacturing PMI | ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต | คำสั่งซื้อใหม่, ผลผลิต, การจ้างงาน | ส่งสัญญาณชะลอตัว/ขยายตัวล่วงหน้า |
| Services PMI | ภาคบริการและการค้าปลีก | กิจกรรมทางธุรกิจ, ราคาที่จ่าย, การจ้างงาน | สะท้อนกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศ |
ตัวแปรที่ใช้ในการคำนวณดัชนี PMI
ในการคำนวณดัชนี PMI จะมีการคำนึงถึง 5 ตัวแปรและมีค่าน้ำหนักที่นำมาใช้ในการคำนวณในแต่ละตัวแปรไม่เท่ากัน ดังนี้ค่ะ
- คำสั่งซื้อใหม่ (New Order) ให้ค่าน้ำหนัก 0.30
- ผลผลิต (Output) ให้ค่าน้ำหนัก 0.25
- การจ้างงาน (Employment) ให้ค่าน้ำหนัก 0.20
- เวลาขนส่งของวัตถุดิบ (Supplier’s Delivery Times) ให้ค่าน้ำหนัก 0.15
- สินค้าคงคลังวัตถุดิบ (Stock of items Purchased) ให้ค่าน้ำหนัก 0.10
โดยทั้ง 5 ตัวแปรนี้ จะบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ผู้จัดการฝ่ายซื้อจะมีการเร่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้ ดังนั้น ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อหรือ PMI ก็จะเพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นนั่นเอง
นี่คือเหตุผลที่ ข่าว PMI คือ สิ่งที่นักลงทุนมืออาชีพให้ความสำคัญ เพราะตัวแปรเหล่านี้ล้วนสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วค่ะ
สูตรการคำนวณดัชนี PMI
ดัชนี PMI (Purchasing Managers Index) เป็นการคำนวณโดยอาศัยข้อมูลจากภาคการผลิตและปัจจัยด้านการผลิตต่าง ๆ ซึ่งดัชนี PMI จะสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจและสภาวะของภาคการผลิตและภาคบริการออกมาเป็นตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดยใช้สูตรคำนวณดัชนีการกระจาย (Diffusion Index) ดังนี้
P1 หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของตัวแปรที่นำมาคำนวณมีการขยายตัว
P2 หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของตัวแปรที่นำมาคำนวณไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเท่าเดิม
P3 หมายถึง เปอร์เซ็นต์ของตัวแปรที่นำมาคำนวณมีการหดตัว

ค่าของดัชนี PMI มีการตีความหมายอย่างไร?
การใช้ดัชนี PMI เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งนักลงทุนสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์การวางแผนลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากดัชนี PMI สามารถสะท้อนความเป็นไปทางเศรษฐกิจได้อย่างทันท่วงที ซึ่งค่าของดัชนี PMI มีการตีความหมาย ดังนี้
- ถ้าดัชนี PMI มีค่ามากกว่า 50 หมายถึง เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวจากระดับปัจจุบัน
- ถ้าดัชนี PMI มีค่าเท่ากับ 50 หมายถึง เศรษฐกิจมีแนวโน้มคงที่จากระดับปัจจุบัน
- ถ้าดัชนี PMI มีค่าน้อยกว่า 50 หมายถึง เศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัวจากระดับปัจจุบัน
สรุปง่าย ๆ ข่าว PMI คือ เครื่องมือที่บอกทิศทางเศรษฐกิจได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนตัวเลขเศรษฐกิจอื่นจะประกาศออกมาด้วยซ้ำค่ะ
ข้อมูล PMI สามารถบอกอะไรได้บ้าง?
ถ้าหากค่าตัวเลขออกมาสูงกว่า 50 นั่นแปลว่าสภาวะเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดีค่ะ ถ้าหากต่ำกว่า 50 แปลว่าเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะถดถอยหรือเริ่มไม่ดีแล้ว นี่คือเหตุผลที่คุณน้าอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า ข่าว PMI คือ สัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ช่วยให้วางแผนการลงทุนได้ทันท่วงทีค่ะ
คุณน้ายกตัวอย่างข้อมูล PMI ในตลาดตราสารหนี้
ในตลาดตราสารหนี้เฝ้าดูการเติบโตของการส่งมอบของผู้ขายและราคาที่จ่าย เพราะตัวเลขสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อได้ ดัชนีนี้มีความสำคัญไม่เพียงแต่กับภาคการผลิตเท่านั้น แต่กับเศรษฐกิจทั้งหมดด้วยเนื่องจากภาคการผลิตเป็นส่วนสำคัญ
ดังนั้นหาก PMI ลดลงในประเทศหนึ่ง นักลงทุนอาจพิจารณาลดความเสี่ยงของพวกเขาในตลาดทุนของประเทศนั้น และเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นของประเทศอื่น ๆ ที่มีค่า PMI ที่สูงขึ้น

Flash Services PMI คืออะไร?
Flash Services PMI คือ ค่าประมาณการล่วงหน้าของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการในแต่ละประเทศ ซึ่งถูกคำนวณจากแบบสำรวจเบื้องต้นประมาณ 85%–90% ของข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้ตลาดได้เห็นแนวโน้มทางเศรษฐกิจแบบ Real-time ก่อนการประกาศค่า PMI ตัวจริงในช่วงท้ายเดือน
พูดอีกแบบคือ ข่าว PMI คือ ข้อมูลที่ตลาดรอคอย และ Flash PMI ก็คือเวอร์ชันเร็วที่ให้เทรดเดอร์ได้เห็นแนวโน้มก่อนใครค่ะ
ข้อมูล Flash Services PMI ถูกรวบรวมจากไหนบ้าง?
- การสำรวจรายเดือน: ส่งแบบสอบถามให้บริษัทภาคบริการประมาณ 400 แห่งช่วงต้นเดือน ถามถึงคำสั่งซื้อใหม่ การจ้างงาน และราคา
- การรวบรวมและคำนวณ: ประมวลผลจากคำตอบที่ได้ยินยอมส่งกลับมาช่วงกลางเดือน
- การประกาศเลขคาดการณ์: เผยแพร่ช่วงประมาณวันที่ 21–24 ของทุกเดือน
- ปฏิกิริยาของตลาด: หากตัวเลขต่างจากที่คาดการณ์ ตลาด Forex และทองคำมักเกิดความผันผวนทันที

Flash Manufacturing PMI คืออะไร?
Flash Manufacturing PMI คือ ค่าประมาณการล่วงหน้าของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจบริษัทภาคการผลิตกว่า 800 แห่งในช่วงต้นเดือน ก่อนประกาศเป็นรายงานดัชนีฉบับจริงในวันทำการแรกของเดือนถัดไป
ข้อมูล Flash Manufacturing PMI ถูกรวบรวมจากไหนบ้าง?
- การสำรวจรายเดือน: สำรวจคำสั่งซื้อใหม่ สินค้าคงคลัง และเวลาส่งมอบวัตถุดิบ
- การรวบรวมข้อมูล: คำนวณเบื้องต้นเมื่อได้แบบสำรวจตอบกลับมากกว่า 85%
- ประกาศเลขคาดการณ์: ประกาศออกมาพร้อมกับ Flash Services PMI ในช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือน

นักลงทุนนิยมใช้ PMI ในการวิเคราะห์หรือตัดสินใจลงทุนอะไร
1. เพื่อประเมินสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
- หากดัชนีภาคการผลิต สูงกว่า 50 แสดงว่า ภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวและเศรษฐกิจกำลังเติบโตในช่วงนี้ นักลงทุนอาจพิจารณาเลือกลงทุนในกองทุนหรือหุ้นกลุ่มพลังงาน
- หากดัชนีภาคการบริการ สูงกว่า 50 แสดงว่า ภาคการบริการกำลังขยายตัว นักลงทุนอาจพิจารณาเลือกลงทุนในกองทุนหรือหุ้นกลุ่มธุรกิจสินค้าปลีก เนื่องจากธุรกิจสินค้าปลีกมักได้รับผลดีจากการขยายตัวภาคการบริการค่ะ
2. เพื่อคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต
PMI ถือเป็นดัชนีที่ช่วยวัดให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ถึงทิศทางของเศรษฐกิจล่วงหน้าได้ หากดัชนี PMI ภาคการผลิตมีแนวโน้มขาลงบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว นักลงทุนอาจชะลอการลงทุนในกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้น เป็นต้น
3. เพื่อเปรียบเทียบเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ
นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบค่า PMI ของประเทศต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบเศรษฐกิจในประเทศต่าง ๆ โดยนักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในประเทศที่มีค่า PMI ที่สูงกว่า เพราะมีแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีกว่าประเทศที่มีค่า PMI ที่น้อยกว่า
4. เพื่อวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัท
นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทที่อยู่ในภาคการผลิตและบริการ โดยพิจารณาจาก PMI ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น หากดัชนี PMI ภาคการผลิตมีแนวโน้มขาลง บ่งชี้ว่าธุรกิจในภาคการผลิตมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ นักลงทุนอาจพิจารณาขายหรือชะลอการลงทุนในหุ้นของบริษัทภาคการผลิต
ไม่ว่าจะเทรดสายไหน ข่าว PMI คือ ข้อมูลพื้นฐานที่ควรติดตามก่อนตัดสินใจเข้าออเดอร์ทุกครั้งค่ะ
ข่าว PMI ดูได้จากไหน?
นักลงทุนสามารถติดตาม ข่าว PMI คือ สัญญาณทางเศรษฐกิจได้จากปฏิทินข่าวเศรษฐกิจอย่าง Forex Factory, Investing.com หรือสถาบันผู้จัดทำโดยตรง โดยข่าว PMI มักถูกจัดเป็นข่าวกล่องแดง (High Impact) ที่สร้างความผันผวนสูงต่อคู่สกุลเงินและราคาทองคำ
นอกจาก ข่าว PMI คือ สัญญาณที่ต้องติดตามแล้ว Forex Factory ยังรายงานข่าวสารอื่นที่สำคัญต่อตลาดการเงิน ไม่ว่าจะเป็น CCI, CPI หรือ PPI เป็นต้น สามารถอ่านวิธีการดู Forex Factory ได้ที่บทความของสั่งการสอนดู Forex Factory
ISM Services PMI คือข่าวอะไร?
ISM Services PMI คือข่าวอะไร? ISM Services PMI คือ ข่าวรายงานดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐฯ จัดทำโดย Institute for Supply Management (ISM) ซึ่งจะประกาศทุกวันทำการที่ 3 ของเดือน เวลา 10:00 AM EST (ประมาณ 21:00 น. หรือ 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ถือเป็นหนึ่งในข่าว PMI ที่มีอิทธิพลต่อดอลลาร์สหรัฐ (USD) มากที่สุด

PMI มีผลต่อทองยังไง?
รู้หรือไม่? ค่า PMI สามารถบ่งบอกสภาวะเศรษฐกิจได้ค่ะ หากสภาวะเศรษฐกิจดี ก็แปลว่า ทองคำหรือสินทรัพย์ปลอดภัยอาจไม่ใช่สิ่งที่นักลงทุนมองหาในช่วงเวลานั้น แต่ในทางกลับกัน หากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก็แปลว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าลงทุนในช่วงเวลานั้น ทำให้ราคาทองคำสูงขึ้นนั่นเองค่ะ ด้วยเหตุนี้ ข่าว PMI คือ หนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนทองคำต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดค่ะ
💡 ทริคง่าย ๆ สำหรับค่า PMI กับราคาทองคำ
PMI สูง = ราคาทองคำอาจปรับตัวลงต่ำ
PMI ต่ำ = ราคาทองคำอาจปรับตัวสูงขึ้น

PMI กับตลาดการเงิน Forex
แม้ว่าดัชนี PMI และตลาดการเงิน Forex จะไม่ได้มีความสัมพันธ์กันโดยตรงเหมือนกับทองคำ แต่อาจมีปัจจัยทางอ้อมอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อกัน ดังนี้ค่ะ
ความสัมพันธ์ทางอ้อมระหว่าง PMI กับ Forex
1. ดัชนี PMI สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต
- PMI สูง: บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว ภาคธุรกิจมีการผลิตและสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนมีความมั่นใจในเศรษฐกิจ เริ่มมีการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ มากขึ้น เช่น หุ้น กองทุน หรือตราสารหนี้ ทำให้ค่าเงินของประเทศเริ่มแข็งค่าขึ้น
- PMI ต่ำ: บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีการชะลอตัวหรือหดตัว ภาคธุรกิจมีการผลิตและสั่งซื้อสินค้าลดลง และนักลงทุนมีความกังวลต่อเศรษฐกิจและชะลอการลงทุนในช่วงดังกล่าว ส่งผลทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นอ่อนค่าลง
2. PMI สูงช่วยกระตุ้นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ค่า PMI สูง แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวสูงขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นการลงทุนของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี เมื่อนักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้นจะส่งผลให้ความต้องการของสกุลเงินนั้น ๆ สูงขึ้น ทำให้สกุลเงินในประเทศแข็งค่าขึ้นและเกิดการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีค่ะ
แล้วความสัมพันธ์ทางอ้อมของดัชนี PMI และ Forex สำคัญอย่างไร ?
ความสัมพันธ์ของ PMI และ Forex จะอยู่ที่แนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศที่เกิดการขยายตัวหรือหดตัว โดยวิเคราะห์จากตัวเลขดัชนี PMI ซึ่งตัวเลขดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อค่าเงินในประเทศ ซึ่งค่าเงินถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในตลาด Forex ค่ะ
กล่าวโดยสรุป ข่าว PMI คือ ข้อมูลที่ส่งผลทางอ้อมต่อค่าเงินในตลาด Forex ผ่านความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจนั่นเองค่ะ
🔎 บทความที่เกี่ยวข้องกับดัชนี PMI ที่เทรดเดอร์ควรรู้
- Indicator ยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์
- วิธีเปิดบัญชี Forex สำหรับมือใหม่ใน 7 ขั้นตอน
- ตลาด Forex คืออะไร เล่นยังไง สำหรับมือใหม่หัดเทรด
คำถามที่พบบ่อย
ข่าว PMI คืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อเทรดเดอร์?
ข่าว PMI คือการรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อประจำเดือน ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินทิศทางเศรษฐกิจ นโยบายดอกเบี้ย และความผันผวนของค่าเงินหรือทองคำได้อย่างแม่นยำ
PMI ภาคการผลิต หมายถึงอะไร?
PMI ภาคการผลิต หมายถึงอะไร? PMI ภาคการผลิต หมายถึง ดัชนีที่ใช้วัดการเติบโตและสภาวะทางเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการผลิต คำนวณจากคำสั่งซื้อใหม่ การจ้างงาน ผลผลิต และสินค้าคงคลัง
ISM Services PMI คือข่าวอะไร และออกวันไหน?
ISM Services PMI คือข่าวอะไร และออกวันไหน? ISM Services PMI คือ รายงานดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ จัดทำโดย ISM ประกาศทุกวันทำการที่ 3 ของเดือน เวลา 21:00 น. หรือ 22:00 น. ตามเวลาไทย
ตัวเลข PMI หมายถึงอะไร เมื่อมากกว่าหรือน้อยกว่า 50?
ตัวเลข PMI หมายถึงอะไร เมื่อมากกว่าหรือน้อยกว่า 50?
- มากกว่า 50: ภาคธุรกิจขยายตัว เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโต (หนุนค่าเงินแข็งค่า)
- ต่ำกว่า 50: ภาคธุรกิจหดตัว เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว (กดดันค่าเงินอ่อนค่า)
Flash PMI กับ PMI ตัวจริง ต่างกันอย่างไร?
Flash PMI คือ ค่าประมาณการล่วงหน้าช่วงกลางเดือน ส่วน PMI ตัวจริงคือรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ประกาศตอนต้นเดือนถัดไป
สรุปเกี่ยวกับ PMI
สรุปแล้ว ข่าว pmi คือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่เป็นเข็มทิศชี้วัดสุขภาพทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้ง PMI ภาคการผลิต และ ISM Services PMI ต่างเป็นตัวเลขที่นักลงทุน Forex และทองคำต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของค่าเงินและสินทรัพย์ปลอดภัย
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน การเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) มีความเสี่ยงสูง และและนักลงทุนรายย่อยประมาณ 74–89% เสียเงินจากการเทรด CFD (ข้อมูล ณ ปี 2569)
คำเตือนความเสี่ยงและการเปิดเผย AI: เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการชี้ชวนซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง อนึ่ง บทความนี้อาจมีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล โดยผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยทีมงานมืออาชีพเรียบร้อยแล้ว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Institute for Supply Management (ISM). ISM Report On Business และ S&P Global Market Intelligence. S&P Global Purchasing Managers’ Index (PMI)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








