หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง คืออะไร? โอกาสผลตอบแทนและความเสี่ยง

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง คู่มือทำความเข้าใจทางเลือกลงทุนสำหรับผู้ใหญ่และมือใหม่
Table of Contents

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง คือ ตราสารหนี้ชนิดหนึ่งที่นำผลตอบแทนหรือเงินคืนไปผูกไว้กับราคาสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น ดัชนี หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นค่ะ ในยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารไม่ได้สูงเหมือนในอดีต การมองหาทางเลือกการลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก โดยยังให้ความสำคัญกับการรักษาเงินต้น จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เตรียมเกษียณหลายท่านให้ความสนใจ ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าตราสารชนิดนี้คืออะไร มีจุดเด่นและความเสี่ยงอย่างไรบ้างค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง คืออะไร?

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Note) คือ ตราสารหนี้ที่ผสมผสานระหว่าง “หุ้นกู้ปกติ” และ “สัญญาอนุพันธ์” เข้าด้วยกันค่ะ โดยผู้ออกตราสาร (มักเป็นธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทหลักทรัพย์) จะนำเงินลงทุนส่วนใหญ่ของคุณน้าไปลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีเพื่อสร้างเงินคืนเมื่อครบกำหนด ส่วนเงินอีกเล็กน้อยจะนำไปซื้อสัญญาอนุพันธ์ที่ผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดัชนีหุ้น หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลุ้นรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มค่ะ

ลองนึกภาพง่าย ๆ เหมือนการที่เรานำเงินก้อนไปซื้อหุ้นกู้ที่มีกำหนดจ่ายเงินต้นคืนตามสัญญา (หากผู้ออกไม่ผิดนัดชำระหนี้) แล้วได้ “ตั๋วชิงโชคผลตอบแทนเพิ่ม” แถมนั่นเองค่ะ หากสินทรัพย์อ้างอิงเคลื่อนไหวตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เราก็จะได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่ถ้าไม่เป็นไปตามคาด ผลตอบแทนก็อาจจะได้น้อยลงตามที่ระบุในสัญญาค่ะ

ทั้งนี้ หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน การซื้อจึงอาจจำกัดเฉพาะผู้ลงทุนบางประเภทตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด และผู้ขายต้องประเมินความเหมาะสมของผู้ลงทุนก่อนเสนอขายค่ะ

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ต่างจากหุ้นกู้ทั่วไปยังไง?

ความแตกต่างหลัก ๆ ระหว่าง หุ้นกู้ แบบทั่วไปกับแบบแฝงอนุพันธ์ อยู่ที่ “รูปแบบของผลตอบแทน” และ “ความแน่นอนของดอกเบี้ย” ค่ะ

  1. หุ้นกู้ทั่วไป: กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้แน่นอน เช่น ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี ถือจนครบกำหนดก็ได้เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญา
  2. หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง: ดอกเบี้ยไม่แน่นอนตายตัว แต่ผันแปรตามการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์อ้างอิง หากทิศทางเป็นไปตามที่กำหนดก็มีโอกาสได้ดอกเบี้ยสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป แต่หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ก็อาจได้ดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือไม่ได้ดอกเบี้ยเลยค่ะ

คุณน้าขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพ

สมมติคุณน้ามีเงินลงทุน 1,000,000 บาท ต้องการลงทุนระยะเวลา 1 ปี

  • หากลงทุนหุ้นกู้ทั่วไป (ดอกเบี้ย 3% ต่อปี): เมื่อครบ 1 ปี คุณน้าจะได้เงินต้นคืน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแน่นอน 30,000 บาท 
  • หากลงทุนในตราสารแบบแฝงอนุพันธ์ (อ้างอิงดัชนีหุ้น SET50): สัญญาระบุว่า หากดัชนีไม่ปรับตัวลดลงเกิน 10% จะได้ดอกเบี้ย 6% ต่อปี แต่ถ้าดัชนีลดลงเกินกำหนด จะได้ดอกเบี้ย 0%
    • กรณีที่ 1 (ดัชนีทรงตัวหรือขึ้น): คุณน้าจะได้เงินต้น 1,000,000 บาท คืน พร้อมดอกเบี้ยสูงถึง 60,000 บาท 
    • กรณีที่ 2 (ดัชนีร่วงหนักเกินเงื่อนไข): คุณน้าจะได้เงินต้น 1,000,000 บาท คืนเต็มจำนวน (กรณีเลือกรุ่นคุ้มครองเงินต้น 100% และผู้ออกตราสารไม่ผิดนัดชำระหนี้) แต่จะไม่ได้ดอกเบี้ยเลยในปีนั้นค่ะ

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง สำคัญกับนักลงทุนยังไง?

สำหรับผู้ใหญ่และนักลงทุนที่ต้องการบริหารเงินก้อนสุดท้าย ตราสารประเภทนี้มีความสำคัญในฐานะ “เครื่องมือช่วยเพิ่มโอกาสผลตอบแทนในภาวะดอกเบี้ยผันผวน” ค่ะ เนื่องจากเปิดโอกาสให้เราได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากหรือหุ้นกู้ธรรมดา โดยที่ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเท่ากับการนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในหุ้นโดยตรง

นอกจากนี้ ตราสารชนิดนี้ยังมีหลายรูปแบบให้เลือกตามระดับความเสี่ยงที่รับได้:

  • รุ่นคุ้มครองเงินต้น 100% (Principal Protected): เป็นรุ่นที่มีความเสี่ยงต่ำกว่ารุ่นอื่น เพราะแม้การลงทุนส่วนอนุพันธ์จะไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ผู้ลงทุนก็จะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อถือจนครบกำหนด ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้ออกตราสารยังสามารถชำระหนี้ได้ตามปกติค่ะ
  • รุ่นคุ้มครองเงินต้นบางส่วน หรือไม่คุ้มครองเงินต้น (Non-Principal Protected): ให้โอกาสผลตอบแทนสูงขึ้นไปอีก แต่ก็มีความเสี่ยงที่เงินต้นจะสูญเสียไปบางส่วน หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงปรับตัวลงอย่างรุนแรง

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เสี่ยงแค่ไหน?

แม้จะดูน่าสนใจ แต่ก่อนตัดสินใจลงทุน คุณน้าอยากให้พิจารณาความเสี่ยงสำคัญ 3 ข้อดังนี้ค่ะ:

  1. ความเสี่ยงของผู้ออกตราสาร (Credit Risk): ถึงแม้สัญญาระบุว่าคุ้มครองเงินต้น แต่ถ้าสถาบันการเงินหรือผู้ออกหุ้นกู้นั้นประสบปัญหาทางการเงินหรือล้มละลาย เราก็อาจจะไม่ได้รับเงินคืน ดังนั้นควรเลือกซื้อจากสถาบันการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง (Credit Rating ระดับ Investment Grade ขึ้นไป)
  2. ความเสี่ยงจากการไม่ได้รับผลตอบแทน (Market Risk): หากเงื่อนไขสินทรัพย์อ้างอิงไม่เป็นไปตามคาด ผลตอบแทนที่ได้รับอาจเป็น 0% ซึ่งหมายถึงเราเสียโอกาสในการนำเงินไปฝากหรือลงทุนในตราสารหนี้ปกติค่ะ
  3. สภาพคล่องต่ำ (Liquidity Risk): หุ้นกู้แฝงอนุพันธ์ส่วนใหญ่ไม่มีตลาดรองสำหรับเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย หากจำเป็นต้องขายคืนก่อนครบกำหนด อาจต้องยอมรับการขาดทุนหรือมีค่าธรรมเนียมถอนก่อนกำหนดที่สูงค่ะ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เหมาะกับใคร?

เหมาะกับนักลงทุนหรือผู้เตรียมเกษียณที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจํา เข้าใจเงื่อนไขของสินทรัพย์อ้างอิง และสามารถยอมรับได้หากปีนั้นอาจไม่ได้ดอกเบี้ยเลย โดยเน้นเลือกรุ่นที่คุ้มครองเงินต้นเต็มจำนวนค่ะ

หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ต่างจากกองทุนรวมอย่างไร?

หุ้นกู้แฝงอนุพันธ์ออกโดยสถาบันการเงินแห่งเดียว และมีสูตรกำหนดเงินคืนตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างชัดเจน ซึ่งการได้รับเงินคืนขึ้นอยู่กับทั้งเงื่อนไขสินทรัพย์อ้างอิงและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออก ขณะที่กองทุนรวมเป็นการระดมเงินไปบริหารในสินทรัพย์หลากหลายประเภท โดยราคา NAV จะเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดทุกวันค่ะ

หากผู้ออกหุ้นกู้ล้มละลาย จะได้เงินคืนไหม?

หากผู้ออกตราสารล้มละลาย ผู้ถือตราสารจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้นได้ ดังนั้นการเลือกตราสารที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

สรุป หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง

โดยรวมแล้วตราสารประเภทนี้ ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตของผู้ใหญ่เตรียมเกษียณที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยบางรุ่นมีเงื่อนไขคุ้มครองเงินต้นเมื่อถือจนครบกำหนด ภายใต้ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสารค่ะ อย่างไรก็ตาม ก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง คุณน้าแนะนำให้ศึกษารายละเอียดในหนังสือชี้ชวนและเงื่อนไขของสินทรัพย์อ้างอิงอย่างรอบคอบ เพื่อให้การลงทุนของคุณน้าเป็นไปอย่างราบรื่นและสบายใจที่สุดนะคะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  และ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่!

ICT Forex คือ กลยุทธ์การเทรด Forex ที่จะช่วยให้คุณฝึกคิดเหมือนกับนักลงทุนรายใหญ่ (Smart Money Concept) เพื่อเข้าใจโครงสร้างของตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุน SPDR ตัวร้ายของสายเทรดทองคำ
กองทุน SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุนทองคำทรงอิทธิพล

กองทุน SPDR คืออะไร? หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำโลก เจาะลึกความเป็นมาและวิธีใช้ข้อมูลการถือครองของ SPDR เพื่อวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างแม่นยำ

Volume Analysis คืออะไร คู่มือการอ่านปริมาณการซื้อขายสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
Volume Analysis คืออะไร? ถอดรหัสปริมาณซื้อขายแบบเข้าใจง่าย

Volume Analysis คืออะไร? ปริมาณการซื้อขายถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยยืนยันแรงสนับสนุนของราคา คุณน้าสรุปกลไก Tick Volume ใน Forex เทียบกับตลาดหุ้น พร้อมวิธีอ่านสัญญาณบนกราฟร่วมกับ Volume Profile ให้มือใหม่เข้าใจง่ายค่ะ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คู่มือทำความเข้าใจกลไกตลาดหุ้นสำหรับมือใหม่
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คืออะไร? เข้าใจกลไกก่อนลงทุนจริง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ ศูนย์กลางการซื้อขายตราสารทางการเงินที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว คุณน้าสรุปกลไกการทำงาน ตลาด mai และสิ่งที่นักเทรดต้องรู้ก่อนเริ่มลงสนามจริงมาให้แล้วค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy