อินฟลูเอนเซอร์ เสียภาษี เป็นเรื่องสำคัญที่สายรับงานสปอนเซอร์ ครีเอเตอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์มือใหม่ต้องเจอเมื่อเริ่มมีรายได้เข้าบัญชีค่ะ เพราะรายได้จากการรับรีวิวสินค้า ค่าโฆษณา หรือค่านายหน้าถือเป็นเงินได้ตามกฎหมาย ในบทความนี้ คุณน้าจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน หมวดเงินได้ การใช้สิทธิ์หักค่าใช้จ่าย และวิธีจัดการเอกสารอย่างถูกต้อง เพื่อให้วางแผนเรื่องเงินได้อย่างสบายใจและถูกต้องตามกฎหมายค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
การเสียภาษีของอินฟลูเอนเซอร์คืออะไร?
การเสียภาษีของอินฟลูเอนเซอร์ คือ การนำรายได้ทั้งหมดที่ได้รับจากการทำคอนเทนต์ รับรีวิวสินค้า หรือรับจ้างทำสื่อโฆษณา มาคำนวณและยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากรค่ะ โดยผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีทุกปี ไม่ว่ารายได้นั้นจะโดนหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม
รายได้อินฟลูเอนเซอร์ ยื่นภาษีหมวดไหน?
รายได้อินฟลูเอนเซอร์ เสียภาษี จะแบ่งออกเป็น 2 หมวดหลักตามลักษณะการรับงานค่ะ ได้แก่ เงินได้ประเภท 40(2) และ เงินได้ประเภท 40(8)
- เงินได้ประเภท 40(2) (ค่าจ้างรับทำงาน): สำหรับกรณีรับงานรีวิวเป็นครั้งคราว ได้รับค่าจ้างเป็นงานๆ ไป โดยไม่มีต้นทุนการทำธุรกิจมากนัก
- เงินได้ประเภท 40(8) (เงินได้จากการธุรกิจ/การพาณิชย์): สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำเป็นอาชีพหลัก มีการลงทุนอุปกรณ์ มีทีมงาน ทำช่องเป็นของตัวเอง หรือมีรายได้จากการไลฟ์ขายของและ Affiliate Link
อินฟลูเอนเซอร์ หักค่าใช้จ่ายได้กี่เปอร์เซ็นต์?
การหักค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับหมวดเงินได้ที่ยื่นค่ะ
- หมวด 40(2): หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่รวมกันสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- หมวด 40(8): หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% หรือจะเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงก็ได้ หากมีเอกสารใบเสร็จและหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน
คำแนะนำจากคุณน้า
หากเพิ่งเริ่มต้นและยังมีอุปกรณ์ไม่มาก การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจะช่วยลดความยุ่งยากเรื่องเอกสารได้ดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าเริ่มมีทีมงาน จ่ายค่าตัดต่อ หรือซื้ออุปกรณ์หลักแสน การเก็บใบเสร็จมาหักตามจริงจะช่วยเซฟภาษีได้มากกว่า
โดนภาษี ณ ที่จ่าย 3% แล้วต้องยื่นภาษีไหม?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการโดนภาษี ณ ที่จ่าย 3% แปลว่าจ่ายภาษีจบแล้ว แต่ในความเป็นจริง ภาษี ณ ที่จ่าย 3% คือการชำระภาษีล่วงหน้าบางส่วนเท่านั้นค่ะ เมื่อถึงกำหนดปลายปี เรายังต้องนำรายได้ทั้งหมดมารวมคำนวณภาษีปลายปีอีกครั้ง โดยนำเงินที่ถูกหักไว้ตามใบ 50 ทวิ (หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ผู้จ่ายเงินออกให้เรา) มาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายจริง
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
หากคำนวณภาษีปลายปีแล้วพบว่าเราจ่ายภาษีล่วงหน้าเกินไป กรมสรรพากรก็จะคืนเงินภาษีส่วนที่จ่ายเกินนั้นกลับมาให้เราค่ะ
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณภาษีรับงานรีวิว
คุณน้าขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ นะคะ สมมติว่าปีนี้เรารับงานรีวิวรวมกันได้ 100,000 บาท ถูกสปอนเซอร์หัก ภาษี ณ ที่จ่าย 3% ไว้ 3,000 บาท (เงินโอนเข้าบัญชีจริง 97,000 บาท)
พอถึงเวลายื่นภาษีปลายปี เราไม่ได้กรอกแค่ยอด 97,000 บาทนะคะ แต่ต้องกรอกรายได้เต็มจำนวนคือ 100,000 บาท แล้วค่อยนำยอด 3,000 บาทที่ถูกหักไว้ตามใบ 50 ทวิ มากรอกเป็นภาษีจ่ายล่วงหน้า เพื่อนำไปหักลบออกจากภาษีสุทธิที่คำนวณได้จริงค่ะ

Youtuber เสียภาษียังไง และเมื่อไหร่ที่ต้องจด VAT 7%?
Youtuber เสียภาษียังไง นั้นจะขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของรายได้ด้วยค่ะ รายได้จากสปอนเซอร์ในไทยมักจัดเป็น 40(2) หรือ 40(8) ขณะที่รายได้จากค่าโฆษณา AdSense ต่างประเทศมักเข้าข่าย 40(8)
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (VAT 7%) หากอินฟลูเอนเซอร์หรือครีเอเตอร์มีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายได้เกินเกณฑ์ค่ะ (อ้างอิงเกณฑ์จากกรมสรรพากร) และหากมีรายได้ประเภท 40(8) ยอดรวมครึ่งปีแรกเกิน 60,000 บาท อย่าลืมยื่นภาษีครึ่งปีด้วยแบบ ภงด.94 (แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี) ภายในเดือนกันยายน
คำถามที่พบบ่อย
โดนหัก ณ ที่จ่าย 3% ไปแล้ว ถ้าไม่ยื่นภาษีปลายปี สรรพากรจะรู้ไหม?
กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบได้ค่ะ เนื่องจากบริษัทสปอนเซอร์ที่หัก 3% เราไป จะต้องนำส่งข้อมูลและชื่อของเราให้สรรพากรทุกเดือน หากเราไม่ยื่นภาษีปลายปี สรรพากรจะมีข้อมูลรายได้ของเราในระบบทันที
ของขวัญหรือสินค้าที่สปอนเซอร์ส่งมาให้รีวิว ต้องคิดเป็นรายได้เสียภาษีไหม?
หากได้รับสินค้าหรือของขวัญมาฟรีโดยมีเงื่อนไขว่าต้องลงรีวิวให้ สินค้าชิ้นนั้นจะถือเป็นสิทธิประโยชน์แทนเงินสด ซึ่งต้องประเมินมูลค่าสินค้าตามราคาตลาดเพื่อนำมารวมเป็นรายได้เสียภาษีด้วยค่ะ
รายได้จาก Shopee/TikTok Affiliate ต้องยื่นภาษีหมวดไหน?
รายได้ค่านายหน้าจากการทำ Affiliate Link ส่วนใหญ่จัดเป็นเงินได้ประเภท 40(2) หรือ 40(8) ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำสัญญาและรูปแบบการรับเงิน ซึ่งสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ของหมวดนั้นๆ ได้ค่ะ
สรุปเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์ เสียภาษี
การวางแผน อินฟลูเอนเซอร์ เสียภาษี อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่มีรายได้ จะช่วยให้สายสร้างคอนเทนต์ทำงานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาเอกสารตามหลัง คุณน้าแนะนำให้ขอใบ 50 ทวิจากผู้ว่าจ้างทุกครั้ง จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเป็นประจำ และยื่นแบบภาษีให้ตรงเวลา เพื่อสร้างวินัยทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาวค่ะ
การเสียภาษีและการบริหารเงินเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนควรศึกษาอย่างรอบคอบ รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีหรือกฎเกณฑ์อาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศของกรมสรรพากร ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากเว็บไซต์หลักของกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจยื่นเอกสารทุกครั้งค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคก่อนการตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







