Commodity Funds หรือกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ คือหนึ่งในกองทุนรวมทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก วันนี้คุณน้าจะมาเล่าให้ฟังอย่างเจาะลึกค่ะว่า กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร มีประเภทไหนบ้าง และทำไมถึงควรมีติดพอร์ตไว้ค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Commodity หรือสินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร ?
สินค้าโภคภัณฑ์ คือ สินค้าที่สามารถหาซื้อได้ทั่วโลก ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกันอยู่เสมอค่ะ แต่ก็อาจจะมีลักษณะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย สินค้าโภคภัณฑ์สามารถใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเศรษฐกิจของแต่ละประเทศหรือทั่วโลกหากใครที่อยากอ่านแบบเต็มสามารถอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ
Commodity Funds หรือกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ คืออะไร ?
Commodity Funds หรือกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ คือการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายนำเงินไปลงทุนในวัตถุดิบ สินค้าเกษตรขั้นต้น หรือทรัพยากรธรรมชาติ เช่น โลหะมีค่า (ทองคำ, เงิน), แหล่งพลังงาน (น้ำมันดิบ, ก๊าซธรรมชาติ) และสินค้าเกษตร (ข้าวสาลี, ถั่วเหลือง)
ทั้งนี้ กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์จัดเป็น กองทุนรวมทางเลือก (Alternative Investment Fund) ซึ่งตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดอยู่ในกลุ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก (ระดับความเสี่ยง 8) เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนตามอุปสงค์และอุปทานของตลาดโลก รวมถึงปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
ข้อดีในการลงทุนกับ Commodity Funds
เพราะว่าเป็นการลงทุนแบบกองทุน ที่สามารถลงทุนได้หลากหลายสินค้า เราจึงสามารถได้ประโยชน์หลายด้านจากการลงทุนกับกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ค่ะ ดังนี้

การกระจายการลงทุน : กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นค่อนข้างต่ำค่ะ นั่นแปลว่าจะไม่ค่อยได้รับผลกระทบหรือความผันผวนหนักเท่าไหร่ ซึ่งทำให้กองทุนเหล่านี้เป็นแหล่งกระจายความเสี่ยงที่ดีมาก ๆ ควรมีติดพอร์ตไว้ค่ะ
ป้องกันภาวะเงินเฟ้อ : ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ไม่กี่อย่างที่ได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อค่ะ
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เคลื่อนไหวขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทานค่ะ หากความต้องการเพิ่มขึ้น ราคาก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลกำไรที่สูงขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้เช่นกันหากทิศทางราคาเปลี่ยนไปค่ะ
ลงทุนกับกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ?
ถึงข้อดีในการลงทุนกับสินค้าโภคภัณฑ์จะมีค่อนข้างมาก แต่ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอค่ะ เพราะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวน ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนมีโอกาสเจอกับความผันผวนของราคาอย่างมาก เพราะสินค้าโภคภัณฑ์และบริษัทสินค้าโภคภัณฑ์ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งทางการเมือง, เศรษฐกิจ และเงินตราต่างประเทศด้วยเช่นกันค่ะ
กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์มีกี่ประเภท

กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ : กองทุนประเภทนี้เป็นกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่แท้จริง ซึ่งมีการถือครองสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรงค่ะ ตัวอย่างเช่น กองทุนทองคำที่ถือทองคำแท่ง ก็จะเป็นกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่แท้จริงนั่นเอง
กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์แบบ Futures : การลงทุนแบบ Futures เป็นหนึ่งในวิธีลงทุนยอดนิยมแบบกองทุนรวมเลยค่ะ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากที่จะครอบครองหมู, ข้าวโพด, น้ำมัน หรือสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ แบบของจริง แต่เพียงแค่ต้องการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคามากกว่าค่ะ การซื้อขายแบบสัญญาล่วงหน้าเลยเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนหลายคน
กองทุนทรัพยากรธรรมชาติ : กองทุนที่ลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ค่ะ ก็คือแทนที่เราจะซื้อสินค้าจริง แต่จะไม่ลงทุนกับพลังงาน, เหมืองแร่, การขุดเจาะน้ำมัน และธุรกิจการเกษตร มักเรียกกันว่า กองทุนทรัพยากรธรรมชาติ แม้ว่าพวกเขามักจะไม่ถือครองสินค้าโภคภัณฑ์จริงหรือสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า แต่ก็ให้โอกาสกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ด้วยพร็อกซี่
กองทุนรวม : กองทุนบางกองทุนลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์จริงและสินค้าโภคภัณฑ์แบบสัญล่วงหน้า (Futures) ตัวอย่างเช่น กองทุนทองคำอาจมีการถือครองอยู่ซึ่งรวมถึงสัญญาทองคำแท่งและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ไว้ด้วย
กองทุนสินค้าลงทุนในต่างประเทศที่น่าลงทุน
ตัวอย่างกองทุนด้านล่างนี้นำมาเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งเป็นการเฉพาะ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาตามความเหมาะสมของตนเองก่อนตัดสินใจทุกครั้งค่ะ
1. Gabelli Gold Fund Class A (GLDAX)
Gabelli Gold Fund Class A เป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่คุณน้าอยากแนะนำให้รู้จักค่ะ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทองคำและโลหะมีค่า โดยผู้จัดการกองทุนจะคัดสรรหุ้นที่ยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงและมีศักยภาพในการเติบโตค่ะ
2. Invesco Balanced-Risk Commodity Strategy Fund Class A (BRCAX)
Invesco Balanced-Risk Commodity Strategy Fund Class A เป็นอีกกองทุนที่คุณน้าอยากหยิบมาแนะนำค่ะ ใช้กลยุทธ์การลงทุนกระจายในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ของสินค้าโภคภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ โลหะมีค่า พลังงาน และสินค้าเกษตร เพื่อสร้างสมดุลด้านความเสี่ยงและผลตอบแทนในทุกภาวะเศรษฐกิจค่ะ ตามข้อมูลจาก Morningstar กองทุนนี้มีประวัติจ่ายเงินปันผลเป็นประจำในอดีต อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคตค่ะ
3. BlackRock Commodity Strategies Fund (BICSX)
อีกหนึ่งตัวเลือกคือกองทุนจาก BlackRock ค่ะ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทผู้ผลิตและดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ พลังงาน โลหะมีค่า โลหะอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศทั่วโลกค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ เหมาะกับนักลงทุนกลุ่มใด?
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ออกจากหุ้นและตราสารหนี้ หรือต้องการสินทรัพย์ป้องกันภาวะเงินเฟ้อ โดยเป็นผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง (ระดับ 8)
การลงทุนใน Commodity Funds มีความเสี่ยงหลักอย่างไร?
ความเสี่ยงจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures Roll-over Yield คือผลต่างที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเปลี่ยนไปถือสัญญาฟิวเจอร์สรอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้) และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนค่ะ
สรุปสำหรับ Commodity Funds
สรุปสำหรับ Commodity Funds หรือกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน เนื่องจากช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมในภาวะตลาดหุ้นซบเซา และช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง (ระดับ 8) นักลงทุนควรศึกษา นโยบายการลงทุน ค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรืออัตราแลกเปลี่ยนก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้งค่ะ ด้วยความห่วงใยจากคุณน้าพาเทรดค่ะ
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาค่าธรรมเนียมของกองทุน เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) และตรวจสอบว่ากองทุนรวมที่เลือกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งค่ะ
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ในไทย การลงทุนในกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์สามารถทำได้สะดวกผ่านกองทุนรวมไทย (Feeder Fund) ที่ไปลงทุนต่อในกองทุนหลักต่างประเทศ (Master Fund) ซึ่งผู้ลงทุนควรพิจารณาเรื่องนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) เพิ่มเติมด้วยค่ะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเนื้อหาทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ การลงทุนในกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์และทรัพย์สินทางเลือกมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทนในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต ควรศึกษานโยบายการลงทุนและหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งค่ะ
บทความนี้จัดทำโดยได้รับความช่วยเหลือจากเครื่องมือ AI ร่วมกับการตรวจสอบและเรียบเรียงเนื้อหาโดยทีมงานคุณน้าพาเทรดค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Investopedia และ Morningstar
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








