price action 12 แบบ คือ การศึกษาพฤติกรรมของกราฟราคาด้วยการวิเคราะห์แนวโน้มในอดีตเพื่อคาดการณ์อนาคตด้วยกราฟเปล่าค่ะ การอ่านสัญญาณพฤติกรรมราคาช่วยให้เทรดเดอร์จับจังหวะการซื้อขายได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องพึ่งพาอินดิเคเตอร์เพียงอย่างเดียว ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเจาะลึกสัญญาณ 12 แบบที่มีโอกาสกลับตัวสูง พร้อมจุดเข้า Order จุดตัดขาดทุน และการบริหารความเสี่ยงอย่างละเอียดค่ะ!
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแอย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Price Action คืออะไร?

สัญญาณนี้ คือ การศึกษาพฤติกรรมของกราฟราคาด้วยตาเปล่า โดยอาศัยการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาในอดีตเพื่อคาดการณ์ทิศทางของราคาในอนาคตค่ะ สัญญาณรูปแบบแท่งเทียนนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมและการตัดสินใจของนักลงทุนในตลาดเกี่ยวกับกิจกรรมซื้อขายแบบเรียลไทม์
ดังนั้นรูปแบบแท่งเทียนนี้ จึงถือเป็นสัญญาณการเทรดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจับจังหวะการเข้าซื้อขายได้ทันเวลา อย่างไรก็ดี การใช้สัญญาณนี้ ถือเป็นความเสี่ยงสองทาง (Two-Sided Risk) แม้จะสะท้อนแรงซื้อขายจริง แต่หากเจอภาวะตลาดผันผวนสูงหรือช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ อาจเกิดสัญญาณหลอก (Fake Breakout) ได้เสมอ คุณน้าแนะนำว่าควรใช้ควบคู่ไปกับแนวรับแนวต้านและการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดนะคะ
Price Action ดูอย่างไร?

การดูสัญญาณนี้ จำเป็นต้องเข้าใจจุดสังเกตพื้นฐานบน กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) เสียก่อนค่ะ เพราะแท่งเทียนแต่ละแท่งประกอบด้วยรายละเอียดราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุด ซึ่งสะท้อนการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อและแรงขายในตลาด
องค์ประกอบหลักของแท่งเทียน 1 แท่ง มีดังนี้ค่ะ:
- จุดสูงสุด (High): ราคาแพงที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- จุดต่ำสุด (Low): ราคาถูกที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- ราคาเปิด (Open): ราคาเริ่มต้นของการซื้อขายในแท่งนั้น
- ราคาปิด (Close): ราคาสุดท้ายเมื่อหมดช่วงเวลาของแท่งนั้น
- เนื้อเทียน (Body): ระยะห่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิด
- ไส้เทียน (Shadow): ส่วนปลายที่ยื่นออกนอกเนื้อเทียน แสดงว่าราคาเคยเคลื่อนที่ไปถึงจุดนั้นแล้วเกิดการปฏิเสธราคา (Rejection)
เคล็ดลับการอ่านกราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart)
- หากราคาเปิดอยู่ต่ำกว่าราคาปิด แท่งเทียนจะเป็นแนวโน้มขาขึ้น (สีเขียว) แสดงว่าแรงซื้อชนะแรงขาย
- หากราคาเปิดอยู่สูงกว่าราคาปิด แท่งเทียนจะเป็นแนวโน้มขาลง (สีแดง) แสดงว่าแรงขายชนะแรงซื้อ
- หากแท่งเทียนทิ้งไส้ยาว แสดงว่าเกิดการแกว่งตัวอย่างมากและมีแรงดันราคากลับจากฝั่งตรงข้าม
วิธีการอ่าน Price Action ด้วยกราฟแท่งเทียน
ในการอ่าน Price Action Pattern ด้วยกราฟแท่งเทียน เราสามารถแบ่งรูปแบบพื้นฐานที่พบได้บ่อยออกเป็น 5 ลักษณะหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
1. Price Action ในรูปแบบ Up Bar

Up Bar หรือ Bullish Bar คือ แท่งเทียนที่มีราคาสูงสุด (High) สูงกว่าแท่งก่อนหน้า และราคาต่ำสุด (Low) ก็สูงกว่าแท่งก่อนหน้าเช่นกัน บ่งชี้ว่าฝั่งซื้อกำลังคุมตลาด โดยปกติจะเป็นแท่งสีเขียว แต่บางครั้งอาจเป็นแท่งสีแดงได้หากยังคงทำ High และ Low สูงขึ้น
2. Price Action ในรูปแบบ Down Bar

Down Bar หรือ Bearish Bar คือ แท่งเทียนที่มีราคาสูงสุด (High) ต่ำลงกว่าแท่งก่อนหน้า และราคาต่ำสุด (Low) ต่ำลงกว่าแท่งก่อนหน้าเช่นกัน บ่งชี้ว่าฝั่งขายกำลังคุมตลาด
3. Price Action ในรูปแบบ Pin Bar

Pin Bar คือ แท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาวเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเนื้อเทียน โดยทั่วไปสัดส่วนของไส้เทียนจะยาวอย่างน้อย 3 ใน 4 ของความยาวแท่งเทียนทั้งหมด บ่งบอกถึงการปฏิเสธราคาอย่างรุนแรงและมักส่งสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้ม
4. Price Action ในรูปแบบ Outside Bar
Outside Bar คือ แท่งเทียนที่เกิดการเคลื่อนไหวหลุดนอกกรอบของแท่งเทียนก่อนหน้าอย่างสมบูรณ์ ทั้งจุด High และ Low ครอบคลุมแท่งก่อนหน้าทั้งหมด แสดงถึงความผันผวนสูงและแรงซื้อขายที่เข้ามาอย่างรุนแรง
5. Price Action ในรูปแบบ Inside Bar
Inside Bar คือ แท่งเทียนที่มีขนาดเล็กซ่อนอยู่ภายในกรอบ High และ Low ของแท่งก่อนหน้า (Mother Bar) สะท้อนถึงภาวะตลาดชะลอตัวและการสะสมกำลังเพื่อรอเลือกทิศทาง
รูปแบบ Price Action 12 แบบที่มีโอกาสกลับตัวสูง
ในการเทรดเก็งกำไรระยะสั้นในตลาด Forex การจดจำ รูปแบบ price action ที่มีการกลับตัวสูงจะช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างมากค่ะ คุณน้าได้รวบรวม Price Action 12 แบบยอดนิยมที่เทรดเดอร์ทั่วโลกนิยมใช้มาให้ศึกษากันค่ะ
| ลำดับ | ชื่อรูปแบบ Price Action | สัญญาณทิศทาง | ลักษณะเด่น | โอกาสกลับตัว |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Harami Pattern | Bullish / Bearish | แท่งที่ 2 ขนาดเล็กซ่อนในเนื้อเทียนแท่งที่ 1 | ปานกลาง – สูง |
| 2 | Star Pattern | Bullish / Bearish | รูปแบบ 3 แท่ง แท่งตรงกลางเล็กสะท้อนแรงชะลอ | สูง |
| 3 | Doji Star Pattern | Bullish / Bearish | แท่งกลางเป็น Doji แสดงความลังเลของตลาด | สูงมาก |
| 4 | Engulfing Pattern | Bullish / Bearish | แท่งที่ 2 มีเนื้อเทียนใหญ่กลืนกินแท่งแรกสมบูรณ์ | สูงมาก |
| 5 | Three Outside Pattern | Bullish / Bearish | แท่งที่ 2 กลืนกินแท่งที่ 1 และแท่งที่ 3 ยืนยันขาขึ้น/ลง | สูง |
| 6 | Three Line Strike | Bullish / Bearish | แท่งที่ 1–3 ไปทางเดียวกัน แท่งที่ 4 สวนกลับกลบหมด | สูงมาก |
| 7 | Three Star Pattern | Bullish / Bearish | เรียงตัว 3 แท่งทิ้งไส้ยาว แสดงแรงซื้อขายเริ่มอ่อนแรง | สูง |
| 8 | Identical Three Crows | Bearish ขาลง | แท่งแดงยาว 3 แท่งเรียงกัน แทบไม่มีไส้เทียน | สูงมาก |
| 9 | Three White Soldiers | Bullish ขาขึ้น | แท่งเขียวยาว 3 แท่งเรียงกัน บ่งชี้แรงซื้อแข็งแกร่ง | สูงมาก |
| 10 | Three Black Crows | Bearish ขาลง | แท่งแดงยาว 3 แท่งเรียงกัน บ่งชี้แรงขายแข็งแกร่ง | สูงมาก |
| 11 | Inverted Hammer | Bullish ขาขึ้น | ไส้บนยาว ไส้ล่างสั้น เกิดที่ฐานแนวรับขาลง | ปานกลาง – สูง |
| 12 | Shooting Star | Bearish ขาลง | ไส้บนยาว ไส้ล่างสั้น เกิดที่ยอดแนวต้านขาขึ้น | สูง |
1. Harami Pattern (Bullish Harami / Bearish Harami)

Harami Pattern ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง โดยแท่งที่ 1 มีเนื้อเทียนขนาดใหญ่ ส่วนแท่งที่ 2 มีเนื้อเทียนขนาดเล็กซ่อนอยู่ภายในกรอบเนื้อเทียนของแท่งแรก
- Bullish Harami: เกิดช่วงขาลง แท่งแรกเป็นแท่งแดงใหญ่ แท่งที่สองเป็นแท่งเขียวเล็กซ่อนอยู่ภายใน แสดงถึงการชะลอตัวของแรงขายและเตรียมกลับตัวเป็นขาขึ้น
- Bearish Harami: เกิดช่วงขาขึ้น แท่งแรกเป็นแท่งเขียวใหญ่ แท่งที่สองเป็นแท่งแดงเล็กซ่อนอยู่ภายใน แสดงถึงการชะลอตัวของแรงซื้อและเตรียมกลับตัวเป็นขาลง
| กลยุทธ์การเทรด Bullish Harami | กลยุทธ์การเทรด Bearish Harami |
|---|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Buy เหนือกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 2 จุดตัดขาดทุน: ปรับจุด Stop Loss ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งเทียนที่ 1 จุดทำกำไร: ปรับ Take Profit ตามแนวต้านถัดไป | จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 2 จุดตัดขาดทุน: ปรับจุด Stop Loss สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งเทียนที่ 1 จุดทำกำไร: ปรับ Take Profit ตามแนวรับถัดไป |
2. Star Pattern (Morning Star / Evening Star)

Star Pattern ประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่ง โดยแท่งที่ 2 เป็นแท่งที่มีเนื้อเทียนขนาดเล็ก บ่งบอกว่าแรงซื้อหรือแรงขายเริ่มหมดกำลัง
- Morning Star: เกิดที่ฐานขาลง แท่งที่ 1 เป็นสีแดงใหญ่ แท่งที่ 2 มีเนื้อเทียนเล็ก และแท่งที่ 3 เป็นสีเขียวใหญ่ที่ปิดสูงเกิน 50% ของแท่งแรก ยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น
- Evening Star: เกิดที่ยอดขาขึ้น แท่งที่ 1 เป็นสีเขียวใหญ่ แท่งที่ 2 มีเนื้อเทียนเล็ก และแท่งที่ 3 เป็นสีแดงใหญ่ที่ปิดต่ำกว่า 50% ของแท่งแรก ยืนยันการกลับตัวเป็นขาลง
| กลยุทธ์การเทรด Morning Star (Bullish) | กลยุทธ์การเทรด Evening Star (Bearish) |
|---|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Buy เหนือกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งเทียนที่ 2 จุดทำกำไร: กำหนดจุดทำกำไรตามแนวต้านสำคัญ | จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งเทียนที่ 2 จุดทำกำไร: กำหนดจุดทำกำไรตามแนวรับสำคัญ |
3. Doji Star (Morning Doji Star / Evening Doji Star)

Doji Star คล้ายกับ Star Pattern แต่ต่างกันที่แท่งที่ 2 เป็นแท่ง Doji (ราคาเปิดและราคาปิดเกือบเป็นราคาเดียวกัน) สะท้อนถึงความลังเลในตลาดอย่างสมบูรณ์แบบ
- Morning Doji Star: เกิดช่วงขาลง แท่งที่ 2 เป็น Doji ยืนยันด้วยแท่งที่ 3 เขียวยาว ปิดสูงเกิน 50% ของแท่งแรก ส่งสัญญาณเปลี่ยนเป็นขาขึ้น
- Evening Doji Star: เกิดช่วงขาขึ้น แท่งที่ 2 เป็น Doji ยืนยันด้วยแท่งที่ 3 แดงยาว ปิดต่ำกว่า 50% ของแท่งแรก ส่งสัญญาณเปลี่ยนเป็นขาลง
| กลยุทธ์การเทรด Morning Doji Star (Bullish) | กลยุทธ์การเทรด Evening Doji Star (Bearish) |
|---|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Buy เหนือกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่ง Doji (แท่งที่ 2) จุดทำกำไร: ใช้ Fibonacci Retracement (เครื่องมือหาแนวรับแนวต้านจากสัดส่วนตัวเลข Fibonacci) ช่วยหาเป้าหมายทำกำไร | จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่ง Doji (แท่งที่ 2) จุดทำกำไร: ใช้ Fibonacci Retracement (เครื่องมือหาแนวรับแนวต้านจากสัดส่วนตัวเลข Fibonacci) ช่วยหาเป้าหมายทำกำไร |
4. Engulfing (Bullish Engulfing / Bearish Engulfing)

Engulfing คือ รูปแบบแท่งเทียนกลืนกิน โดยแท่งเทียนที่ 2 มีเนื้อเทียนขนาดใหญ่ครอบคลุมเนื้อเทียนของแท่งที่ 1 จนหมด
- Bullish Engulfing: แท่งแรกเป็นแท่งแดงสั้น แท่งที่สองเป็นแท่งเขียวยาวที่กลืนกินแท่งแรก สื่อถึงแรงซื้อที่เข้ามาชนะแรงขายอย่างสิ้นเชิง
- Bearish Engulfing: แท่งแรกเป็นแท่งเขียวสั้น แท่งที่สองเป็นแท่งแดงยาวที่กลืนกินแท่งแรก สื่อถึงแรงขายที่เข้ามาทุบราคาจนชนะแรงซื้อ
| กลยุทธ์การเทรด Bullish Engulfing | กลยุทธ์การเทรด Bearish Engulfing |
|---|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Buy เหนือกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 2 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 2 จุดทำกำไร: ตั้งจุดทำกำไรตามแนวต้านสำคัญ | จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 2 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งที่ 2 จุดทำกำไร: ตั้งจุดทำกำไรตามแนวรับสำคัญ |
5. Three Outside (Three Outside Up / Three Outside Down)

Three Outside Pattern เป็นรูปแบบยืนยันการกลับตัวจาก Engulfing โดยมีแท่งเทียนแท่งที่ 3 ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้มใหม่
- Three Outside Up: แท่งที่ 1 แดง, แท่งที่ 2 เขียวยาวกลืนกินแท่งแรก, แท่งที่ 3 เขียวและปิดสูงกว่าแท่งที่ 2 เพื่อยืนยันขาขึ้น
- Three Outside Down: แท่งที่ 1 เขียว, แท่งที่ 2 แดงยาวกลืนกินแท่งแรก, แท่งที่ 3 แดงและปิดต่ำกว่าแท่งที่ 2 เพื่อยืนยันขาลง
| กลยุทธ์การเทรด Three Outside Up (Bullish) | กลยุทธ์การเทรด Three Outside Down (Bearish) |
|---|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Buy เหนือกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 2 จุดทำกำไร: กำหนด Take Profit ตามแนวต้าน | จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งที่ 2 จุดทำกำไร: กำหนด Take Profit ตามแนวรับ |
6. Three Line Strike (Bullish Three Line Strike / Bearish Three Line Strike)

Three Line Strike ประกอบด้วยแท่งเทียน 4 แท่ง โดย 3 แท่งแรกเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง แต่แท่งที่ 4 สวนทางกลับมากลืนกินเนื้อเทียนทั้ง 3 แท่งก่อนหน้า
- Bullish Three Line Strike: แท่งที่ 1–3 เป็นขาขึ้นแท่งเขียวเรียงกัน แต่แท่งที่ 4 กลับตัวเป็นแท่งแดงยาวลงมาปิดต่ำกว่าราคาเปิดของแท่งที่ 1 สื่อถึงการล้างพอร์ตฝั่ง Buy ก่อนจะวิ่งขึ้นต่อ
- Bearish Three Line Strike: แท่งที่ 1–3 เป็นขาลงแท่งแดงเรียงกัน แต่แท่งที่ 4 กลับตัวเป็นแท่งเขียวยาวขึ้นไปปิดสูงกว่าราคาเปิดของแท่งที่ 1
| กลยุทธ์การเทรด Bullish Three Line Strike | กลยุทธ์การเทรด Bearish Three Line Strike |
|---|---|
| จุดเข้า: รอสัญญาณแท่งที่ 5 ยืนยัน แล้วเปิด Order Buy บริเวณราคาเปิดของแท่งที่ 4 หรือราคาปิดแท่งที่ 5 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 4 จุดทำกำไร: ตั้งเป้าหมายทำกำไรตามแนวต้าน | จุดเข้า: รอสัญญาณแท่งที่ 5 ยืนยัน แล้วเปิด Order Sell บริเวณราคาเปิดของแท่งที่ 4 จุดตัดขาดทุน: ตั้ง Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งที่ 4 จุดทำกำไร: ตั้งเป้าหมายทำกำไรตามแนวรับ |
7. Three Star (Three Star in the South / Three Star in the North)

Three Star Pattern เป็นรูปแบบแท่งเทียนเรียงกัน 3 แท่ง แสดงถึงสภาวะแรงซื้อหรือแรงขายที่ค่อยๆ อ่อนกำลังลงเรื่อยๆ
- Three Star in the South: เกิดในแนวโน้มขาลง แท่งที่ 1 ทิ้งไส้ล่างยาว, แท่งที่ 2 มีเนื้อเทียนเล็กกว่าและทิ้งไส้แต่ไม่ทำ New Low, แท่งที่ 3 สั้นและไม่มีไส้ ส่งสัญญาณว่าฝั่งขายเริ่มหมดแรง
- Three Star in the North: เกิดในแนวโน้มขาขึ้น แท่งที่ 1 ทิ้งไส้บนยาว, แท่งที่ 2 มีเนื้อเทียนเล็กกว่าและไม่ทำ New High, แท่งที่ 3 สั้นและไม่มีไส้ ส่งสัญญาณว่าฝั่งซื้อเริ่มหมดแรง
| กลยุทธ์การเทรด Three Star in the South (Bullish) | กลยุทธ์การเทรด Three Star in the North (Bearish) |
|---|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Buy เหนือกว่าราคาเปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ปรับ Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 1 จุดทำกำไร: ปรับจุดทำกำไรตามแนวต้านถัดไป | จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาเปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ปรับ Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งที่ 1 จุดทำกำไร: ปรับจุดทำกำไรตามแนวรับถัดไป |
8. Identical Three Crows (Bearish)

Identical Three Crows ประกอบด้วยแท่งเทียนสีแดงยาว 3 แท่งเรียงกันในแนวโน้มขาลง โดยแต่ละแท่งเปิดที่ราคาใกล้เคียงกับราคาปิดของแท่งก่อนหน้า และแทบจะไม่มีไส้เทียน แสดงถึงแรงขายที่ทับโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
| กลยุทธ์การเทรด Identical Three Crows (Bearish) |
|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาปิดหรือไส้เทียนของแท่งที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ปรับจุด Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งที่ 1 จุดทำกำไร: ปรับจุดทำกำไรตามแนวรับถัดไป หรือใช้ Fibonacci ช่วยหาจุดทำกำไร |
9. Three White Soldiers (Bullish)

Three White Soldiers ประกอบด้วยแท่งเทียนสีเขียวยาว 3 แท่งเรียงกันต่อเนื่องจากแนวโน้มขาลง โดยราคาเปิดของแท่งถัดไปจะเปิดอยู่เหนือกว่า 50% ของเนื้อเทียนก่อนหน้า แสดงถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาคุมตลาดอย่างแข็งแกร่ง
| กลยุทธ์การเทรด Three White Soldiers (Bullish) |
|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Buy เหนือกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ปรับจุด Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งเทียนที่ 1 จุดทำกำไร: ปรับจุดทำกำไรตามแนวต้านสำคัญ |
10. Three Black Crows (Bearish)

Three Black Crows ประกอบด้วยแท่งเทียนสีแดงยาว 3 แท่งเรียงกันต่อเนื่องจากแนวโน้มขาขึ้น ราคาเปิดของแต่ละแท่งต่ำกว่า 50% ของเนื้อเทียนก่อนหน้า บ่งชี้สัญญาณการกลับตัวเป็นขาลงระยะยาวที่มีความน่าเชื่อถือสูง
| กลยุทธ์การเทรด Three Black Crows (Bearish) |
|---|
| จุดเข้า: เปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนที่ 3 จุดตัดขาดทุน: ปรับจุด Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งเทียนที่ 1 จุดทำกำไร: ปรับจุดทำกำไรตามแนวรับสำคัญ |
11. Inverted Hammer (Bullish)

Inverted Hammer คือ แท่งเทียนที่พบในแนวโน้มขาลง มีลักษณะเนื้อเทียนเล็กอยู่ด้านล่าง และทิ้งไส้เทียนด้านบนยาว สะท้อนถึงความพยายามของฝั่งซื้อในการดันราคาขึ้นต้านแรงขาย
| กลยุทธ์การเทรด Inverted Hammer (Bullish) |
|---|
| จุดเข้า: รอการยืนยันจากแท่งเทียนถัดไป แล้วเปิด Order Buy เหนือกว่าราคาปิดหรือไส้เทียนบนของ Inverted Hammer จุดตัดขาดทุน: ปรับจุด Stop Loss ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่ง Inverted Hammer จุดทำกำไร: ปรับจุดทำกำไรตามแนวต้านถัดไป |
12. Shooting Star (Bearish)

Shooting Star คือ แท่งเทียนที่พบในแนวโน้มขาขึ้น มีลักษณะเนื้อเทียนเล็กอยู่ด้านล่าง และทิ้งไส้เทียนด้านบนยาว สะท้อนถึงแรงขายที่พยายามทุบราคาลงต้านแรงซื้อ สื่อถึงโอกาสกลับตัวเป็นขาลง
| กลยุทธ์การเทรด Shooting Star (Bearish) |
|---|
| จุดเข้า: รอการยืนยันจากแท่งเทียนถัดไป แล้วเปิด Order Sell ต่ำกว่าราคาเปิดหรือไส้เทียนล่างของ Shooting Star จุดตัดขาดทุน: ปรับจุด Stop Loss ไว้สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่ง Shooting Star จุดทำกำไร: ปรับจุดทำกำไรตามแนวรับถัดไป |
คำแนะนำจากคุณน้า
1. การเทรดด้วย Price Action ใน Time Frame สั้น (เช่น M1, M5) มีโอกาสเจอสัญญาณหลอกสูง คุณน้าแนะนำให้ยืนยันสัญญาณกับ Time Frame ใหญ่ขึ้น เช่น H1 หรือ D1 ก่อนเสมอค่ะ
2. ไม่ควรเปิด Order ทันทีที่เห็น Pattern เกิดขึ้น ให้รอแท่งยืนยัน (Confirmation Bar) ถัดไปเสมอ เพื่อความปลอดภัยของพอร์ตค่ะ
3. คำนวณ Risk Reward Ratio (RRR) ให้คุ้มค่าอย่างน้อย 1:2 ก่อนกดออเดอร์เสมอค่ะ
ข้อสังเกตเพิ่มเติม:
1. Price Action 12 แบบจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเกิดขึ้นบริเวณ แนวรับแนวต้าน สำคัญ
2. ควรใช้เครื่องมือทางเทคนิคอื่นๆ เช่น RSI หรือ Moving Average ร่วมยืนยันเพื่อลดโอกาสล้างพอร์ตค่ะ
ข้อดี-ข้อเสียของการใช้ Price Action
การใช้วิเคราะห์กราฟด้วย Price Action มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่คุณน้าอยากสรุปให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้ค่ะ:
| ข้อดีของ Price Action | ข้อเสียของ Price Action |
|---|---|
| • ช่วยให้ดูกราฟตาเปล่าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอินดิเคเตอร์ซับซ้อน • วิเคราะห์แนวโน้มราคาได้สดใหม่แบบเรียลไทม์ • ใช้ได้กับทุกตลาดการเงิน ทั้ง Forex, หุ้น และ Crypto • ช่วยจับจังหวะการเข้าซื้อขายได้รวดเร็ว ไม่ดีเลย์ | • จำเป็นต้องใช้อาศัยประสบการณ์การฝึกฝนพอสมควร • อาจเกิดสัญญาณหลอก (Fakeout) ในช่วงข่าวผันผวน • ควรใช้เครื่องมืออื่นร่วมยืนยันแนวโน้มเพื่อความแม่นยำ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. รูปแบบ price action กลับตัวมีอะไรบ้าง?
รูปแบบ price action กลับตัวที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีทั้งหมด 12 แบบยอดนิยม ได้แก่ Harami, Star, Doji Star, Engulfing, Three Outside, Three Line Strike, Three Star, Identical Three Crows, Three White Soldiers, Three Black Crows, Inverted Hammer และ Shooting Star ค่ะ
2. Price Action ดูยังไงให้แม่นยำที่สุด?
Price Action ดูได้จากลักษณะแท่งเทียนที่เกิดบริเวณแนวรับแนวต้านสำคัญ โดยสังเกตสัดส่วนเนื้อเทียนและไส้เทียน ร่วมกับการรอแท่งยืนยัน (Confirmation Bar) ถัดไป เพื่อลดโอกาสเจอสัญญาณหลอกค่ะ
3. Price Action กับ Price Pattern ต่างกันอย่างไร?
Price Action คือ การวิเคราะห์พฤติกรรมราคาจากแท่งเทียนเดี่ยวๆ หรือกลุ่มแท่งเทียนสั้นๆ แบบเรียลไทม์โดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์ ส่วน Price Pattern คือ การนำ Price Action หลายๆ แท่งมาประกอบกันเป็นรูปแบบใหญ่ เช่น Head and Shoulders หรือ Double Top เพื่อดูโครงสร้างราคาค่ะ
4. กลยุทธ์การใช้ Price Action เทรด Forex ทำอย่างไร?
กลยุทธ์ที่นิยมใช้ ได้แก่ การเข้าซื้อขายเมื่อเกิดการทะลุกรอบ (Breakout) บริเวณแนวรับแนวต้าน, การใช้ Price Action ร่วมกับ Indicator เพื่อยืนยันเทรนด์, และการเข้า Order ตามแท่งเทียนกลับตัว เช่น Bullish Engulfing หรือ Pin Bar บริเวณจุดสำคัญค่ะ
สรุป Price Action 12 แบบ เรื่องพื้นฐานที่เทรดเดอร์ควรรู้
การเข้าใจลักษณะการเกิด Price Action 12 แบบ ถือเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจสภาวะจิตวิทยาของตลาดได้อย่างแท้จริงค่ะ แม้การเทรดด้วยกราฟเปล่าจะช่วยให้เข้าซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว แต่การฝึกฝนหมั่นสังเกตกราฟอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพในการเทรด price action กลับตัว ค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Investopedia — Price Action Trading Definition
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








